จนมุมแล้ว 4 เมียนมา ฆ่านายจ้างชาวจีน หลัง ตร.-ฝ่ายปกครอง ปิดล้อมป่าอ้อย นานกว่า 5 ชม. อ่อนแรงจากการหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าอ้อยเป็นเวลานาน ตัดสินใจเดินออกมามอบตัว
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 28 ต.ค.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนัสนิคม ร่วมกับตัวแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ลาดกระบัง ฝ่ายปกครองอำเภอพนัสนิคม และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างเหตุบ้านทุ่งเหียง พนัสนิคม สนธิกำลังกว่า 100 นาย
เข้าปิดล้อมพื้นที่ป่าอ้อยกว่า 100 ไร่ บริเวณหมู่ 9 ตำบลหัวถนน และหมู่ 1 ตำบลสระสี่เหลี่ยม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องหาชาวเมียนมา จำนวน 4 ราย เป็นชาย 2 ราย และหญิง 2 ราย ซึ่งหลบหนีมาจากพื้นที่ลาดกระบัง หลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมนายจ้างชาวจีน
เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังปิดล้อมพื้นที่โดยรอบ พร้อมนำโดรนตรวจจับความร้อนขึ้นบินค้นหาความเคลื่อนไหวภายในป่าอ้อย เพื่อกดดันให้กลุ่มผู้ต้องหาออกมามอบตัว กระทั่งผ่านไปนานกว่า 5 ชั่วโมง ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ได้เดินออกจากป่าอ้อยเข้ามาหาเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่เฝ้าระวังอยู่บริเวณแนวเขตติดต่อ ก่อนยอมรับว่าเป็นกลุ่มผู้ต้องหาที่หลบหนีคดีฆาตกรรมนายจ้างชาวจีน
เจ้าหน้าที่กู้ภัยรายหนึ่งซึ่งพบกลุ่มผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ระหว่างยืนเฝ้าระวังในพื้นที่ ได้พบชายและหญิงรวม 4 คน เดินออกมาจากป่าอ้อยและตรงเข้ามาหา เมื่อสังเกตใบหน้าแล้วพบว่ามีลักษณะคล้ายกับบุคคลที่เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัว จึงเข้าไปสอบถาม ก่อนที่ทั้งหมดจะยอมรับว่าเป็นผู้ต้องหาที่หลบหนีมา
หลังจากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาได้ขอน้ำดื่มและอาหาร เนื่องจากอ่อนแรงจากการหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าอ้อยเป็นเวลานาน จึงตัดสินใจเดินออกมามอบตัวด้วยตนเอง ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะรีบแจ้งตำรวจเข้าตรวจสอบ
ด้านนายเสือ กำนันตำบลสระสี่เหลี่ยม เปิดเผยว่า หลังได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีกลุ่มผู้ต้องหาหลบหนีจากพื้นที่ลาดกระบัง หลังเกิดเหตุฆาตกรรมนายจ้าง เข้ามาซ่อนตัวในป่าอ้อย จึงช่วยประสานชาวบ้าน กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงฝ่ายปกครอง ร่วมกันปิดล้อมพื้นที่ป่าอ้อยกว่า 100 ไร่ เพื่อป้องกันการหลบหนี โดยใช้เวลาปฏิบัติการนานกว่า 5 ชั่วโมง ก่อนที่ผู้ต้องหาทั้ง 4 รายจะยอมเดินออกมามอบตัว
ภายหลังตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบว่าบุคคลทั้ง 4 รายเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลมีนบุรี จึงดำเนินการตามขั้นตอน พร้อมอ่านหมายจับ ก่อนควบคุมตัวส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลาดกระบัง เพื่อสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป