ชายอัฟกานิสถาน มีภรรยา 4 คน ลูก 58 คน สุดท้ายเลี้ยงไม่ไหว บางคืนลูกต้องนอนหิว
โมฮัมหมัด ซาดิก (Mohammad Sadiq) ชายมุสลิมวัย 57 ปี จากจังหวัดอูรุซกัน ประเทศอัฟกานิสถาน มีภรรยา 4 คน และลูกที่ยังมีชีวิตอยู่ 58 คน แต่ปัจจุบันกลับหาเงินเลี้ยงครอบครัวไม่เพียงพอ ลูกบางคนต้องเข้านอนทั้งที่ยังหิว ขณะที่เจ้าตัวยอมรับว่า หากรู้ล่วงหน้าว่าจะมีชีวิตลำบากถึงขั้นไม่มีอาหารให้ลูกกิน คงไม่ตัดสินใจมีลูกจำนวนมากขนาดนี้
สำนักข่าว BBC รายงานเรื่องราวของซาดิกเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 โดยเปิดเผยว่า ลูกคนเล็กของเขาเพิ่งเกิดเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ขณะที่ลูกอีก 14 คนเสียชีวิตไปแล้วตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ซาดิกทำงานในโชว์รูมขายรถยนต์ โดยได้รับค่าคอมมิชชันประมาณ 1,000 อัฟกานีต่อการขายรถหนึ่งคัน ไม่มีเงินเดือนประจำ รายได้จึงขึ้นอยู่กับจำนวนรถที่ขายได้ ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับค่าอาหารและค่าใช้จ่ายของครอบครัว
ครอบครัวของเขาทำอาหารเพียงวันละ 2 มื้อ คือมื้อเช้าและมื้อเย็น โดยภรรยา 2 คนรับหน้าที่ทำอาหารให้สมาชิกทั้งหมด แต่บางวันอาหารก็ไม่เพียงพอจนเด็กบางคนต้องเข้านอนทั้งที่ยังหิว
ลูกหลายคนไม่มีรองเท้าใส่ บางคนต้องใช้รองเท้าเก่าที่ขาดแล้วเย็บซ่อม ขณะที่ซาดิกเล่าว่า ลูก ๆ ไม่ได้เสื้อผ้าใหม่สำหรับเทศกาลอีดมานาน 3 ปีแล้ว
สภาพบ้านก็ไม่เอื้อต่อการอยู่อาศัย ห้องหลายห้องไม่มีประตูหรือหน้าต่าง ต้องใช้ผ้าม่านบาง ๆ กั้นทางเข้า เวลานอนสมาชิก 6 ถึง 7 คนต้องใช้ผ้าห่มผืนบางร่วมกัน ส่วนพื้นที่อาบน้ำยังต้องใช้ซักเสื้อผ้า ล้างจาน และเป็นห้องน้ำด้วย
เมื่อไม่มีเงินซื้อฟืน ลูกบางคนจึงต้องออกไปเก็บกระดาษและพลาสติกเพื่อนำกลับมาใช้เป็นเชื้อเพลิง ขณะที่ลูกคนอื่น ๆ เริ่มทำงานหาเงินช่วยครอบครัว
นอกจากปัญหาค่าใช้จ่ายแล้ว ซาดิกยังยอมรับว่าจำชื่อลูกทั้งหมดไม่ได้ เพราะมีจำนวนมากจนบางครั้งเรียกสับสน เขาจึงมักเรียกลูกว่า ลูกชาย หรือ ลูก แทนการเรียกชื่อ
ทุกคืนก่อนเข้านอน ซาดิกจะนับจำนวนลูกเพื่อตรวจสอบว่าอยู่กันครบหรือไม่ ครั้งหนึ่งระหว่างที่ครอบครัวรวมตัวกินอาหาร เขานับแล้วพบว่าลูกหายไปหนึ่งคน แต่จำไม่ได้ว่าเป็นลูกคนไหน หรือแม้แต่เป็นลูกชายหรือลูกสาว
สุดท้ายต้องถามภรรยา จึงทราบว่าลูกคนหนึ่งไปค้างคืนที่บ้านยาย
อีกครั้งหนึ่ง ระหว่างพิธีแต่งงานของลูกสาว ผู้นำศาสนาถามชื่อเจ้าสาว แต่ซาดิกกลับบอกชื่อผิดเป็นลูกสาวอีกคน จนต้องให้ลูกชายกลับไปถามแม่เพื่อยืนยันชื่อที่ถูกต้อง
สำหรับเหตุผลที่ตัดสินใจมีลูกจำนวนมาก ซาดิกบอก BBC ว่า เดิมเขาต้องการเพิ่มจำนวนผู้ศรัทธาในศาสนาอิสลาม จึงตั้งใจสร้างครอบครัวใหญ่ โดยเริ่มแต่งงานครั้งแรกเมื่ออายุประมาณ 20 ปี
เขายังเปิดเผยว่า ภรรยาทั้ง 4 คนแต่งงานกับเขาขณะมีอายุระหว่าง 13 ถึง 16 ปี และต้องใช้เวลาหลายปีเก็บเงินค่าสินสอดก่อนแต่งงานแต่ละครั้ง
ตลอดชีวิตครอบครัว ซาดิกและภรรยาสูญเสียลูกไปแล้ว 14 คน เขาเล่าว่าเด็กบางคนเสียชีวิตจากโรคต่าง ๆ เช่น วัณโรค ไอกรน และหัด พร้อมมองว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะภรรยาแต่งงานและมีลูกตั้งแต่อายุยังน้อย จึงขาดประสบการณ์ดูแลทารก อย่างไรก็ตาม คำอธิบายนี้เป็นความเห็นของซาดิกเอง ไม่ใช่ผลสรุปทางการแพทย์ถึงสาเหตุการเสียชีวิตของลูกทุกคน
เรื่องราวของครอบครัวนี้เคยเป็นข่าวมาแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 โดยสำนักข่าว Pajhwok Afghan News รายงานว่า ขณะนั้นซาดิกมีลูกที่ยังมีชีวิตอยู่ 52 คน เป็นลูกชาย 28 คน และลูกสาว 24 คน อีก 9 คนเสียชีวิตไปแล้ว ครอบครัวอาศัยอยู่ในบ้านเช่า 3 ห้อง และมีปัญหาเรื่องค่าอาหารกับการศึกษาของลูก
ผ่านมากว่า 2 ปี จำนวนลูกที่ยังมีชีวิตอยู่เพิ่มเป็น 58 คน แต่รายได้ของครอบครัวยังไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย ซาดิกซึ่งอ่านหนังสือไม่ออกและเขียนหนังสือไม่ได้ พยายามส่งลูกบางคนเข้าเรียน แต่ยังมีปัญหาเรื่องค่าอุปกรณ์การศึกษา
ปัจจุบันเขาขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล องค์กรการกุศล และผู้ที่มีกำลังทรัพย์ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว โดยบอกว่ามีความหวังอยู่เพียง 2 อย่าง คือ อยากให้ลูกได้รับการศึกษา และมีอาหารกินอิ่มท้องโดยไม่ต้องเข้านอนทั้งที่ยังหิว
- คลิปไวรัล สาวมุสลิมในญี่ปุ่นโอด หาอาหารฮาลาลยาก-คนกินแต่หมู วอนอย่าตามรอย
- เกาหลีเหนืองัดภาพโต้ “คิม จองอึน” อาการโคม่า เลือดออกในสมอง
- เป็นเกย์เข้ารับอิสลามได้ไหม? เปิดคำตอบที่หลายคนเข้าใจผิด