คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangเกาะพะงัน · เปลี่ยน

บุ๋ม ปนัดดา แจงงบมูลนิธิฯ ยันเพิ่งรู้เรื่องเงินทอน ลั่นอาจขายบ้านจบปัญหา พ้อเหนื่อยจนไม่อยากอยู่แล้ว

ที่มา: มติชน

บุ๋ม ปนัดดา แจงงบมูลนิธิฯ ยันเพิ่งรู้เรื่องเงินทอน ลั่นอาจขายบ้านเคลียร์ปัญหา พ้อเหนื่อยจนไม่อยากอยู่แล้ว

ภายหลังจากเพจ “ออยศรีและผองเผือก” ออกมาเปิดเผยข้อมูลกรณีมูลนิธิชื่อดังแห่งหนึ่ง มีการโอนเงินเข้าบัญชีผู้รับเหมาก่อสร้างรายหนึ่ง ก่อนให้ผู้รับเหมาโอนเงินกลับเข้าบัญชีส่วนตัวของสามีเจ้าของมูลนิธิ รวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

ต่อมา พุทธ อภิวรรณ ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “เงินมูลนิธิ รวมตัวเลขจากสลิป 45 ล้าน! โอนเข้าผู้รับเหมา และให้ผู้รับเหมาโอนคืนคนใกล้ตัวประธานมูลนิธิ เรื่องนี้มูลนิธิควรชี้แจงด่วนครับ”

ล่าสุด บุ๋ม ปนัดดา ได้ไลฟ์สดชี้แจงผ่านทางเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า

“ข้อมูลที่บุ๋มรู้คือ คนชื่อพี่เอ๋มารับเหมาก่อสร้างจากพี่ก๊อต เพื่อจะมาทำมูลนิธิ หลายคนตกใจกับตัวเลข 30 ล้านบาทบ้าง 29 ล้านบาทบ้าง 45 ล้านบาทบ้างไปกันใหญ่ แต่ยอดโดยรวมทั้งหมด บัดเจ็ตคือ 50 ล้านบาท

ทำไมถึงต้อง 50 ล้านบาท หลายคนตกใจ คุณคะเงินเข้ามูลนิธิเท่าไหร่ บุ๋มก็ใส่เท่านั้น เพราะเงินประชาชนต้องถึงประชาชน

ทำไมถึงใช้คำนี้ คุณไปดูที่มูลนิธิได้ เรามีอาคารที่ 1 ตั้งแต่ที่เป็นร้านข้าวแกง ซึ่งจะทำขายของให้ประชาชน อาคารที่ 2 คือศาลเจ้า ซึ่งตอนนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ และด้านในของมูลนิธิยังมีอีก 3 อาคาร

อีก 3 อาคารนั้นเราต้องทำพื้นใหม่ทั้งหมด เป็นคอนกรีตใหม่ทั้งหมดเลยนะ ถ้าใครทำงานก่อสร้าง บุ๋มว่าน่าจะประมาณการได้ว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่ ซึ่งมันมีเอกสารอยู่ ปัญหาคืออยู่ที่พี่เขา ปัญหามันอยู่ตรงนี้

ทีนี้ เราโอนเงินเข้าบริษัทรับเหมาก่อสร้าง

วันนั้นที่พี่เอ๋โทรมาทำไมพี่ไม่เล่าให้บุ๋มฟังว่าพี่ตกลงอะไรกับพี่ก๊อตไว้ พี่เล่าแค่ว่าพี่ก๊อตติดเงินพี่อยู่ล้านสอง บุ๋มก็บอกว่า พี่ก๊อตบอกพี่เคลียร์ให้ดีๆ เลยนะ อย่าให้มันเสียชื่อเสียงมูลนิธิ สิ่งที่บุ๋มรู้คือเรื่องเงินล้านสอง

แต่ค่าก่อสร้างนั้น เราโอนเงินไปตามที่ตกลงกันไว้ สำหรับอาคารทั้งหมด 4-5 อาคารจริงๆ ซึ่ง ณ วันนี้ เราได้อาคารที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว สิ่งหนึ่งที่ทุกคนสบายใจได้ก็คือ เงินบริจาคที่เข้ามาตรงนี้ อย่างที่บุ๋มเคยแจ้งไว้ว่า พื้นที่แห่งนี้จะเป็นศูนย์ต้านภัยพิบัติ จำได้ใช่ไหมคะ เวลามีพี่น้องประชาชนมา ก็จะมีที่เก็บของ มีที่จอดรถ จอดเรือ ทุกสิ่งทุกอย่างเมื่อเกิดน้ำท่วมหรือเหตุการณ์ต่างๆ ทุกคนสามารถมาอาศัยอยู่ที่นี่ได้ และยังสามารถพัฒนาอาชีพได้ในอนาคต ทุกอย่างวางแผนไว้ตรงนี้หมดแล้ว ดังนั้น เมื่อเงินเข้ามา มันก็ต้องนำมาลงที่มูลนิธิ ถูกไหม

ทีนี้ ประเด็นสำคัญคือ อยากให้ดูค่ะว่าทุกอย่างที่ลงไปในมูลนิธิจะเป็นของมูลนิธิ ทุกอย่างโอนที่ดินให้แล้วค่ะ ไม่มีอะไรที่จะเป็นของบุ๋มหรือของใครทั้งสิ้น ทุกอย่างที่ลงไปก่อสร้างตรงนั้นเป็นของมูลนิธิทั้งหมด เป็นของประชาชนในอนาคตทั้งหมด ไม่มีอะไรเป็นของบุ๋ม แต่คำถามคือ ทำไมพี่เอ๋ถึงโอนให้พี่ก๊อต

ณ วันนี้ บุ๋มก็ได้อาคารแล้ว พวกเราได้อาคารที่ชัดเจน คืออาคารที่ 1, 2, 3 และ 4 รวม 4 อาคาร ปรับพื้นเสร็จเรียบร้อยตามที่วางแผนไว้และตามบัดเจ็ตตั้งแต่แรก

แต่เรื่องเงินทอน บุ๋มเพิ่งมารู้วันนี้ และพี่เอ๋ก็ไม่ได้เล่าให้บุ๋มฟัง บอกบุ๋มแค่ล้านสอง

ส่วนหนี้อื่นๆ จะมีหนี้ที่พี่ก๊อตสร้างไว้ ซึ่งบุ๋มเพิ่งมาทราบเพราะเจ้าหนี้เริ่มตามทวง นี่คือเหตุผลว่าทำไมบุ๋มถึงไม่สามารถให้เขาเลี้ยงลูกได้ เพราะว่าลูกจะอยู่ในสังคมอย่างไร ในเมื่อมีคนมาตามทวงหนี้แบบนี้

คุณเชื่อไหม มันยังมีอีกหลายอย่างที่บุ๋มพูดไม่ได้ บุ๋มต้องคิดเยอะมากว่าสิ่งที่พูดไปจะกระทบกับลูกขนาดไหน บุ๋มรู้ว่าเป็นเรื่องที่คนในสังคมสนใจ แต่คุณจะไม่แคร์ความรู้สึกเด็กเลยหรือ แต่ถ้าบุ๋มยืนอยู่ในจุดนี้แล้วไม่ชี้แจงให้กระจ่าง มันก็ไม่ได้อีกเหมือนกัน

ส่วนบัญชีมูลนิธิที่บอกว่ามีสองบัญชี คุณอย่าลืมนะว่า เรามีบัญชีมาตั้งแต่ปี 2557 ตอนนั้นเป็นบัญชีชื่อ องค์กรทำดี โดยนางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี

พอปี 2565 เราจดทะเบียนมูลนิธิ เราก็ต้องทำบัญชีอีกบัญชีหนึ่งเป็นชื่อมูลนิธิ มันมีบันทึกอยู่แล้วนะคะ บันทึกการประชุมตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2565 ค่ะ ว่าบัญชีอันเก่าเราก็ยังใช้และประกาศอย่างเป็นทางการ แต่บุ๋มพยายามหลีกเลี่ยงการใช้บัญชีเดิม เพื่อให้มาใช้บัญชีมูลนิธิอย่างชัดเจน จะได้ตรวจสอบได้อย่างชัดเจนและส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร ตอนนี้เราส่งสรรพากรมา 2 ปีแล้วนะคะ เพราะในอนาคตเราอยากให้สามารถนำเงินบริจาคไปลดหย่อนภาษีได้ หรือทำทุกอย่างให้ถูกต้องและชัดเจน

อึกเรื่องบุ๋มรู้ว่าคุณรักคุณกัน จอมพลัง และคุณก็โกรธมากที่บุ๋มสัมภาษณ์ทนายตั้มถึงสองครั้ง แล้วคุณก็จะมาพูดว่า “โอ้โห มูลนิธิคุณชั่วมากเลย ของจอมพลังดีกว่า” เฮ้ย บุ๋มกับพี่กันไม่มีอะไรเลยนะ ส่วนตัวเวลาเจอหน้ากันก็สวัสดีกันตามปกติ

อย่าให้มันเป็นเหมือนแนวพรรคการเมืองที่ต้องอยู่คนละขั้ว แล้วมาทะเลาะกันได้ไหม บุ๋มรู้ว่าคุณออยศรีรักคุณกัน จอมพลัง คอยดูแลคุณกัน จอมพลัง และคุณอาจจะโกรธมากที่บุ๋มสัมภาษณ์คุณตั้ม คุณออยศรีคะ บุ๋มเลือกไม่ได้ บุ๋มทำหน้าที่พิธีกร ถ้าวันนั้นคุณออยศรีมานั่งในรายการ บุ๋มก็ต้องสัมภาษณ์คุณเหมือนกัน

บุ๋มเคารพการทำงานของทุกคน บุ๋มถึงบอกว่าบุ๋มไม่สบายใจเลยที่ต้องทำรายการ บุ๋มไม่สบายใจจริง ๆ ที่ต้องทำรายการแล้วมีน้องมานั่งสัมภาษณ์ และให้บุ๋มเป็นคนสัมภาษณ์ บุ๋มบอกจุดยืนของตัวเองแล้วว่า บุ๋มก็ทำมูลนิธิเหมือนกัน บุ๋มถามเขาแล้วด้วยว่า บุ๋มไม่สัมภาษณ์ได้ไหม แต่พอเป็นงาน “54321” บุ๋มก็ต้องทำหน้าที่ให้เต็มที่

ตอนนี้หยุดทะเลาะกันก่อนนะคะ ขอร้อง ขอร้องให้หยุดทะเลาะกันก่อน ใครรักคุณกัน จอมพลัง ก็ดีแล้วค่ะ แต่ถ้าใครเกลียดบุ๋มเพียงเพราะบุ๋มสัมภาษณ์ทนายตั้ม แล้วดูเหมือนว่าบุ๋มกำลังใส่เต็มกับคุณกัน บุ๋มก็ขอโทษและเสียใจค่ะ เพียงแต่ว่าบุ๋มก็บอกแล้วไงคะว่า บุ๋มจะหยุดจัดรายการหนึ่งเดือนเต็มๆ เพื่อเป็นการไถ่โทษตรงนี้

อยากให้ทุกคนสบายใจว่า พื้นที่ของมูลนิธิที่สร้างลงไป ไม่มีอะไรเป็นของบุ๋มเลยค่ะ มันเป็นของทุกคน เป็นของประชาชน แค่นั้นเอง ประมาณนี้ ขอบคุณทุกคนที่รับฟังค่ะ

มันยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่บุ๋มต้องสู้ ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่…(น้ำตาคลอ) เมื่อกี้ยอมรับตรงๆ ว่าไม่อยากอยู่แล้ว เหนื่อย เหนื่อยเหลือเกินค่ะ

ส่วนเรื่องการก่อสร้างที่ภูเก็ต ขอเคลียร์อย่างนี้ก่อนค่ะ พี่ก๊อตไปสร้างอะไรของเขากับพี่เอ๋ แล้วเหมือนเขาติดหนี้กัน

พี่เอ๋บอกบุ๋มว่าล้านสอง จากนั้นพี่ก๊อตก็หนีหนี้ แล้วจู่ๆ ก็เอาป้ายมูลนิธิไปปักอยู่ที่นั่น

บุ๋มไม่รับรู้เลยนะคะ บุ๋มไม่เคยรู้มาก่อน และบุ๋มไม่เห็นด้วยที่เขาทำแบบนี้ ถ้าบุ๋มรู้ก็จะไม่ให้เขาทำ มูลนิธิไม่เคยคิดจะไปสร้างที่ภูเก็ตนะคะ บุ๋มไม่รู้ว่าพี่ก๊อตบอกอะไรคุณไป แค่อันนี้ก็เหนื่อยแล้ว

บุ๋มขอโทษทุกคน ขอโทษหลายๆ คน ถ้ามันอีรุงตุงนังมากหรืออะไรก็ตาม บุ๋มคิดว่าบุ๋มจะขายบ้านเพื่อมาเคลียร์ทุกอย่างให้จบ และบุ๋มอาจจะถอยออกจากมูลนิธิ เพื่อให้มูลนิธิเดินหน้าต่อไปได้ บุ๋มจะพยายามแก้ไขเรื่องที่เกิดขึ้นให้ดีที่สุดค่ะ

พัฒนาการของเหตุการณ์: 3 รายงาน

ความคิดเห็น