ในช่วงที่หลายจังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานครกำลังเผชิญวิกฤตน้ำท่วม ปัญหาราคาน้ำมันแพงกลับถูกพูดถึงน้อยลงทั้งที่เป็นเรื่องกระทบปากท้องประชาชนโดยตรง และอาจกลายเป็นแรงกดดันเศรษฐกิจไทยระลอกใหม่
การปรับขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มหลักอีก 0.75 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา เป็นการปรับขึ้นครั้งที่ 2 ของเดือน ส่งผลให้เบนซิน 95 ขยับเป็นลิตรละ 50.43 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 41.44 บาท และดีเซล B7 อยู่ที่ 42.94 บาท
ต้นเหตุสำคัญมาจากราคาน้ำมันดิบตลาดโลก และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ประกอบกับภาระการชดเชยราคาของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องรักษาสภาพคล่อง
แม้รัฐยังใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ พยุงราคาพลังงานบางชนิด แต่ภาระค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นย่อมหนีไม่พ้นประชาชน
เมื่อรัฐบาลไม่สามารถตรึงราคาน้ำมันไว้ได้ตลอดไป การปรับราคาจึงเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงได้ยาก แต่คำถามสำคัญคือรัฐบาลจะบริหารผลกระทบอย่างไรไม่ให้ประชาชนต้องรับภาระหนักมากเกินไป
ยิ่งเมื่อปัญหาน้ำมันแพงมาบรรจบกับน้ำท่วมความเดือดร้อนยิ่งทวีคูณ ผู้ประสบภัยต้องเสียค่าใช้จ่ายซ่อมแซมบ้าน ซื้อเครื่องใช้จำเป็น และฟื้นฟูชีวิตหลังน้ำลด ขณะเดียวกันยังต้องเผชิญต้นทุนเดินทางและขนส่งที่สูงขึ้น หากพื้นที่เพาะปลูกเสียหาย เส้นทางขนส่งติดขัด ราคาผักสดและสินค้าอุปโภคบริโภคก็มีโอกาสขยับตามมา
นี่คือปัญหาที่ส่งต่อกันเป็นทอดๆ ตั้งแต่ราคาพลังงาน ต้นทุนผู้ผลิต ไปจนถึงราคาสินค้า หน้าร้าน คนที่มีรายได้น้อยย่อมได้รับผลกระทบหนักที่สุดเพราะรายได้ไม่ได้เพิ่มตามรายจ่าย ขณะที่ผู้ประกอบการรายเล็กก็ต้องเลือกระหว่างแบกรับต้นทุนเอง หรือปรับราคาสินค้า สุดท้ายภาระส่วนหนึ่งย่อมตกอยู่กับผู้บริโภค
ในยามวิกฤตประชาชนจำเป็นต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยการประหยัด ลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น แต่นั่นก็ไม่อาจชดเชยความเสียหายจากน้ำท่วม หรือแก้ปัญหาต้นทุนสินค้าที่เพิ่มขึ้นได้
ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งทำคือบริหารสถานการณ์น้ำท่วมให้มีประสิทธิภาพ เร่งช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัย ควบคู่การควบคุมดูแลราคาสินค้าจำเป็น ตรวจสอบการฉวยโอกาสขึ้นราคา และเปิดเผยข้อมูลต้นทุนอย่างโปร่งใส
ส่วนมาตรการพยุงราคาน้ำมันต้องคำนึงถึงทั้งกำลังซื้อประชาชนและฐานะกองทุนน้ำมันฯ ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างตรงจุด ไม่ใช่ใช้งบประมาณโดยขาด เป้าหมาย น้ำท่วมกับน้ำมันแพงอาจมีต้นเหตุต่างกัน แต่ผลกระทบมาบรรจบกันที่กระเป๋าของประชาชน
รัฐบาลจึงต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถรับมือวิกฤตหลายด้านพร้อมกันได้จริง ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นเรื่องๆ