คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangเพชรบุรี · เปลี่ยน

“แสงเดือน” เปิดใจหลัง “อานนท์” ขอโทษ ชี้ชื่อเสียงเสียไป ไม่อาจเยียวยาด้วยไม่กี่ประโยค

ที่มา: The Thaigerอ่านแล้ว: 1

“แสงเดือน” เปิดใจหลัง “อานนท์” ขอโทษ ชี้ชื่อเสียงเสียไป ไม่อาจเยียวยาด้วยไม่กี่ประโยค

แสงเดือน ชัยเลิศ เผยผลกระทบหลังถูกกล่าวหา “ขายชาติ–จัดฉากทารุณลูกช้าง” กระทบทั้งตัวเองและมูลนิธิอนุรักษ์ช้างฯ รับทราบคำขอโทษ แต่ขอให้ดำเนินการตามคำสั่งศาลในคดีก่อนหน้าให้ครบถ้วน

แสงเดือน ชัยเลิศ ประธานมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม หรือ Save Elephant Foundation เปิดใจหลัง อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ เผยแพร่ข้อความขอโทษกรณีโพสต์พาดพิงเธอและมูลนิธิฯ ระบุว่า รับทราบคำขอโทษและเคารพกระบวนการยุติธรรม แต่ความเสียหายต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นที่สะสมมาหลายสิบปี ไม่อาจเยียวยาได้ทั้งหมดด้วยถ้อยคำเพียงไม่กี่ประโยค

แสงเดือนโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “แสงเดือน ชัยเลิศ-Saengduean Chailert” ในหัวข้อ “คำขอโทษตามคำสั่งศาล กับความเสียหายที่ไม่อาจลบเลือนได้ด้วยถ้อยคำเพียงไม่กี่ประโยค” พร้อมระบุว่า การเผยแพร่คำขอโทษครั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งศาลอาญาในคดีหมิ่นประมาท เกี่ยวกับข้อความกล่าวหาว่าตน “ขายชาติ” และเกี่ยวข้องกับการจัดฉากทารุณลูกช้างด้วยวิธีที่เรียกว่า “ผ่าจ้าน” ซึ่งยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่เป็นความจริง

อานนท์ขอโทษ ปมข้อความ 7 โพสต์เมื่อปี 2567

คำประกาศขออภัยของอานนท์เผยแพร่เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ระบุถึงข้อความที่เขาโพสต์ระหว่างวันที่ 13–16 ตุลาคม 2567 รวม 7 โพสต์ กล่าวถึงแสงเดือนทั้งในฐานะส่วนตัวและประธานมูลนิธิฯ

อานนท์ระบุว่า หลังเจรจากับโจทก์ทั้งสองแล้ว ได้รับทราบว่าข้อความเหล่านั้นทำให้แสงเดือนและมูลนิธิฯ ได้รับผลกระทบและความเสียหาย จึงแสดงความเสียใจและขอโทษสำหรับการใช้ถ้อยคำรุนแรงและไม่เหมาะสม

ปูมหลังของข้อพิพาทเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสวิจารณ์การดำเนินงานของศูนย์บริบาลช้าง Elephant Nature Park อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ หลังน้ำท่วมเดือนตุลาคม 2567 ช่วงนั้นแสงเดือนออกมาชี้แจงเรื่องการช่วยเหลือสัตว์และการจัดการภายในศูนย์ พร้อมประกาศว่าจะให้ทีมทนายพิจารณาข้อความที่เห็นว่าล้ำเส้นและสร้างความเสียหาย

คนอ่านข้อกล่าวหา อาจไม่ได้เห็นคำขอโทษ

แสงเดือนอธิบายว่า การถูกกล่าวหาว่าจัดฉากทารุณลูกช้างกระทบโดยตรงต่องานที่แสงเดือนกับเพื่อนร่วมงานทำมาหลายสิบปี ทั้งการต่อต้านความรุนแรงในการฝึกช้างและการผลักดันสวัสดิภาพสัตว์ในไทยและต่างประเทศ

ส่วนคำกล่าวหาว่า “ขายชาติ” ทำให้คนที่ไม่เคยรู้จักหรือไม่เคยติดตามผลงานของตน อาจตัดสินจากข้อมูลเพียงด้านเดียว แสงเดือนระบุว่า ในช่วงนั้นต้องเผชิญถ้อยคำดูหมิ่น การโจมตี และความคิดเห็นที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังจากผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์จำนวนหนึ่ง

เมื่อถามว่าพอใจกับคำขอโทษหรือไม่ แสงเดือนให้คำตอบว่า

“ดิฉันรับทราบคำขอโทษนั้น และเคารพกระบวนการยุติธรรม

แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ และความรู้สึกของดิฉัน ไม่อาจได้รับการเยียวยาอย่างสมบูรณ์ด้วยคำขอโทษเพียงไม่กี่ประโยค”

แสงเดือนให้เหตุผลว่า ข้อกล่าวหาที่ถูกเผยแพร่ซ้ำอาจยังอยู่ในความทรงจำของผู้คน บางคนเคยอ่านเฉพาะข้อความกล่าวหา แต่ไม่ได้เห็นคำขอโทษภายหลัง หรือไม่ทราบว่าคดีดำเนินไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว การกอบกู้ความไว้วางใจจึงอาจใช้เวลาหลายปี

กระทบความเชื่อมั่นมูลนิธิฯ พร้อมทวงคำสั่งศาลคดีก่อนหน้า

แสงเดือนระบุว่า ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวตน แต่ยังเกี่ยวข้องกับมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม ซึ่งทำงานโดยอาศัยความไว้วางใจจากผู้สนับสนุน อาสาสมัคร และประชาชนทั้งในไทยและต่างประเทศ

แสงเดือนยังฝากถึงอานนท์ว่า นอกจากคดีที่มีการเผยแพร่คำขอโทษครั้งนี้ ยังมีคำสั่งศาลในคดีก่อนหน้าที่ เธอเห็นว่ายังไม่ได้รับการปฏิบัติครบถ้วน จึงขอให้ตรวจสอบและดำเนินการให้ครบตามกระบวนการยุติธรรม

ฝากนักวิชาการตรวจข้อมูล ก่อนกล่าวหาผู้อื่น

อีกประเด็นที่แสงเดือนกล่าวถึงคือความรับผิดชอบของนักวิชาการและครูอาจารย์ เธอเห็นว่าบุคคลที่ทำหน้าที่ให้ความรู้แก่สังคมควรให้ความสำคัญกับหลักฐาน ความถูกต้อง และความเป็นธรรม ก่อนเผยแพร่ข้อความที่กระทบชื่อเสียงผู้อื่น

แสงเดือนยังเล่าว่า เคยเห็นอาจารย์บางคนในสถาบันเดียวกันเข้าไปกดถูกใจข้อความกล่าวหา แม้ไม่ทราบว่าคนเหล่านั้นได้รับข้อมูลมากเพียงใด แต่ยอมรับว่ารู้สึกผิดหวัง เพราะคาดหวังให้ผู้ทำหน้าที่ให้ความรู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนสนับสนุนข้อความลักษณะนี้

แสงเดือนยืนยันว่า ยอมรับความเห็นต่างและการวิจารณ์การทำงาน แต่การวิจารณ์กับการกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานเพียงพอเป็นคนละเรื่อง พร้อมขอให้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ทบทวนว่า ตรวจข้อมูลรอบด้านแล้วหรือยัง รับฟังทุกฝ่ายหรือไม่ และพร้อมรับผิดชอบเพียงใดหากข้อความนั้นสร้างความเสียหายแก่ผู้อื่น

ท้ายโพสต์ เธอยืนยันว่าจะเดินหน้าทำงานช่วยเหลือสัตว์ต่อไป พร้อมฝากข้อความว่า

“ก่อนจะใช้คำพูดทำลายชื่อเสียงของใคร จงตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าคำพูดนั้นตั้งอยู่บนความจริง เพราะคำขอโทษในภายหลังอาจไม่สามารถลบความเสียหายที่เกิดขึ้นไปแล้วได้ทั้งหมด”

- สตง.สุรินทร์ ขอโทษ ปมโพสต์ฟาดสำนักข่าว โต้แทรกแซงสื่อ รับลืมสลับแอ็กเคานต์

- เบนซ์ พริกไทย ขอโทษ ปมแชร์โพสต์ “ลูกพระยานาหมื่น” ยันไม่ได้โยงแข่งโกคาร์ท

- อ.เบียร์ ขอโทษจากใจ ถ้าพูดแรงกระทบร่างทรง-ลุยไฟ ยืนยันไม่ได้ดูถูกหรือลบหลู่

ความคิดเห็น