คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangเพชรบุรี · เปลี่ยน

เริ่มแล้วโซลาร์รูฟล้านหลัง แห่ลงทะเบียนอื้อ ชั่วโมงแรกทะลุ 7 พันราย ‘อนุทิน’ กดปุ่มวันนี้-31 ม.ค. ครม.ลดภาษี ‘B20-E20’

ที่มา: มติชน

เริ่มแล้วโซลาร์รูฟล้านหลัง แห่ลงทะเบียนอื้อ ชั่วโมงแรกทะลุ 7 พันราย ‘อนุทิน’ กดปุ่มวันนี้-31 ม.ค. ครม.ลดภาษี ‘B20-E20’

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยในระหว่างเป็นประธานพิธีเปิดตัวโครงการโซลาร์ภาคประชาชน หรือโซลาร์รูฟว่า โครงการนี้ไม่ใช่เพียงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ แต่เป็นการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นโอกาสของประชาชน เปลี่ยนหลังคาบ้านให้เป็นแหล่งผลิตพลังงาน เปลี่ยนภาระค่าไฟฟ้าให้เป็นเงินออมของครอบครัว และเปลี่ยนผู้ใช้พลังงานให้เป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการผลิตพลังงานสะอาดให้แก่ประเทศ

นายอนุทิน กล่าวว่า เป้าหมายของรัฐบาล สนับสนุนประชาชนจำนวน 1 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ เพื่อให้เข้าถึงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้ด้วยตัวเอง โดยได้รับการสนับสนุนเป็นจำนวนวงเงิน 5 หมื่นบาทต่อครัวเรือน เป็นถือว่าการร่วมกันกับเพื่อนประเทศไทยสู่สังคมพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน จากการประเมินเบื้องต้น โครงการมีศักยภาพในการช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชนลงไปได้มากกว่า 24,500 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเม็ดเงินจำนวนนี้จะหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานราก เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนทั่วประเทศ

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ครม.มีมติเห็นชอบลดภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันเอทานอล E20 และไบโอดีเซล B20 เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร และผู้ประกอบธุรกิจขนส่ง รวมถึงประชาชนทั่วไป เนื่องจากอยากให้ทุกคนหันมาพิจารณาใช้น้ำมันทั้ง 2 ประเภทนี้ให้มากยิ่งขึ้น เป็นการเพิ่มอุปสงค์ของสินค้าเกษตร ซึ่งจะช่วย

นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับ E20 ลดภาษีสรรพสามิต 5.60 บาทต่อลิตร และB20 ลดภาษีสรรพสามิต 5.50 บาทต่อลิตร โดยช่องว่างน่าจะต่างกันอยู่ประมาณ 10 กว่าบาท ซึ่งได้บอกกับทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานให้ไปดำเนินการ

เมื่อถามถึงระยะเวลาในการดำเนินการ นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับเรื่องการลดภาษีในเบื้องต้น จะมีระยะเวลา 3 เดือน แล้วจะมีการประเมินอีกครั้ง พร้อมเน้นย้ำว่าขอผู้สื่อข่าวอย่าไปพาดหัวว่า ลดทั้งหมดทั้งแผง โดยจะลดเฉพาะ E20 และ B20 เท่านั้น

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้ามาตรการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์ภาคประชาชนว่า โครงการโซลาร์ภาคประชาชน รัฐบาลให้การสนับสนุนเงินช่วยเหลือและเปิดรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินโดยมีรายละเอียดสำคัญ ได้แก่ 1.เงินสนับสนุนค่าติดตั้ง 50,000 บาทต่อครัวเรือน เป้าหมาย 1 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ 2.อัตรารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน ที่การไฟฟ้าส่วนนครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาครับซื้อในราคา 2.20 บาทต่อหน่วย นาน 10 ปี ขนาดติดตั้งไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ 3.เปิดลงทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ถึง 31 มกราคม 2570 หรือจนกว่าจะครบสิทธิ์ ผ่านทางเว็บไซต์การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง หรือ วอล์กอิน และ 4.ต้องเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 (บ้านอยู่อาศัย) และเป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า

นายเอกนิติ กล่าวว่า ภายหลังการเปิดระบบให้ลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ของการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคราว 1 ชั่วโมง มีประชาชนให้ความสนใจลงทะเบียนเข้าร่วมแล้วประมาณ 6,000-7,000 คน

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดแพ็กเกจมาตรฐานราคา 140,000 บาท สำหรับอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานผ่านการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แต่หากประชาชนอยากใช้อุปกรณ์ที่ดีขึ้นและยอมจ่ายเพิ่มก็สามารถทำได้ โดยรัฐบาลจะช่วยค่าติดตั้งที่ 50,000 บาทต่อหลังคาเรือนเช่นกัน

นายลวรณ กล่าวว่า สำหรับสินเชื่อในการสนับสนุนค่าติดตั้งส่วนที่เหลือ ทั้ง 3 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารออมสิน, ธอส. , และ ธ.ก.ส. จะมีเงื่อนไขเดียวกันในการปล่อยกู้สินเชื่อ คือ ดอกเบี้ย 2.5% ระยะเวลา 7 ปี และไม่ได้ดูที่เครดิตผู้กู้ เนื่องจากหลักประกันคือระบบโซลาร์ทั้งหมดที่สามารถทำไฟแนนซ์ตัวเองได้ ทำให้ความเสี่ยงของธนาคารมีน้อย โดนประชาชนไม่ต้องจ่ายเงินก้อนแรกในการติดตั้ง ซึ่งธนาคารจะปล่อยกู้เต็มจำนวน 140,000 บาท เพื่อจ่ายค่าอุปกรณ์และติดตั้งไปก่อน จากนั้นธนาคารจะไปเบิกเงินอุดหนุน 50,000 บาทจากรัฐบาล มาหักลบยอดหนี้ให้โดยอัตโนมัติ ทำให้ประชาชนเหลือยอดหนี้ที่ต้องผ่อนชำระจริงเพียง 90,000 บาท

นายลวรณ กล่าวว่า โครงการโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนใช้งบประมาณกว่า 70,000 ล้านบาท ประกอบด้วย แผงโซลาร์ 50,000 ล้านบาท, สมาร์ทมิเตอร์ 1-2 หมื่นล้านบาท และโครงการของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่ขอเงินกู้ประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อนำไปเทรนคนว่างงานให้เป็นช่างลูกมือติดตั้งโซลาร์

ความคิดเห็น