ทหารสหรัฐ 5,000 นาย ขึ้นฝั่งลุยพัทยา 5 วัน คาดเงินสะพัด100ล้าน
ทหารสหรัฐ 5,000 นาย เดินทางถึงไทยแล้ว เตรียมทยอยขึ้นฝั่งมุ่งหน้าพัทยาตามแผน ด้านหน้าวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้คึกคัก ติดตั้งป้ายต้อนรับ สร้างบรรยากาศการเป็นเจ้าบ้านที่ดี คาดสร้างเม็ดเงินหมุนเวียน 100 ล้านบาท ขณะที่เจ้าหน้าที่ เร่งอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยตลอดช่วงที่เรือและกำลังพลอยู่ในพื้นที่
มติชนรายงานว่า เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ USS Abraham Lincoln (CVN-72) เรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Nimitz ของกองทัพเรือสหรัฐฯ เดินทางเข้าสู่น่านน้ำบริเวณแหลมฉบัง จ.ชลบุรีแล้ว โดยมีกำหนดเข้าเทียบท่า C0 ของบริษัท แหลมฉบัง อินเตอร์เนชั่นแนล โร-โร เทอร์มินัล จำกัด ประมาณเวลา 09.00 น. เพื่อรองรับกำลังพลและภารกิจการเยือนประเทศไทย
การเยือนครั้งนี้มีกำลังพลกองทัพเรือสหรัฐฯ ราว 5,000 นาย โดยหลังเรือเทียบท่า กำลังพลจะทยอยขึ้นฝั่งตามแผน ก่อนที่ผู้บังคับบัญชาและกำลังพลส่วนหนึ่งจะเดินทางไปยังเมืองพัทยา ซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวหลักของ จ.ชลบุรี โดยมีผู้บริหารเมืองพัทยาเตรียมให้การต้อนรับ
การเข้าเทียบท่าได้รับการประสานงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายท่าเรือ กองทัพเรือ หน่วยงานความมั่นคง และฝ่ายปกครอง เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยตลอดช่วงที่เรือและกำลังพลอยู่ในพื้นที่.
สำหรับท่า C0 อยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท แหลมฉบัง อินเตอร์เนชั่นแนล โร-โร เทอร์มินัล จำกัด มีความยาวหน้าท่าประมาณ 500 เมตร ความลึกประมาณ -16 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง รองรับเรือ Ro/Ro และเรือสินค้าทั่วไป โดยสามารถรองรับเรือสินค้าทั่วไปประมาณ 1 ล้าน Revenue Ton ต่อปี และรถยนต์ผ่านระบบ Ro/Ro ประมาณ 1.1 ล้านคันต่อปี
ขณะที่บรรยากาศเมืองพัทยาได้เริ่มคึกคักตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยเมืองพัทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการกำลังเตรียมความพร้อมทั้งด้านความปลอดภัย การจราจร และการอำนวยความสะดวก ขณะที่บริเวณด้านหน้าวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ มีการติดตั้งป้ายต้อนรับ สร้างบรรยากาศการเป็นเจ้าบ้านที่ดี รับผู้มาเยือน
แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองพัทยามีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติออกมาเดินเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะย่านวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ท่องเที่ยวยามค่ำคืนสำคัญของเมือง
บริเวณทางเข้าวอล์กกิ้งสตรีท เมืองพัทยาได้ขึ้นป้ายข้อความต้อนรับกำลังพลสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ ขณะที่ผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร สถานบันเทิง และธุรกิจบริการในพื้นที่ต่างเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่กำลังจะเดินทางเข้ามา
ขณะเดียวกัน เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี และหน่วยงานด้านความมั่นคงได้เตรียมแผนรองรับอย่างเต็มที่ หลังมีการประชุมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว เพื่อวางมาตรการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกตลอดช่วงที่กำลังพลอยู่ในพื้นที่
มาตรการสำคัญครอบคลุมการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตามแหล่งท่องเที่ยว จุดสำคัญ และเส้นทางเข้า–ออกเมือง รวมถึงการดูแลด้านการจราจร การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และการประสานผู้ประกอบการโรงแรม สถานบันเทิง และธุรกิจบริการให้ช่วยกันสอดส่องดูแลความเรียบร้อย
นอกจากนี้ ยังมีการกำชับผู้ประกอบการให้ร่วมกันทำหน้าที่เป็น “เจ้าบ้านที่ดี” ไม่ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการหรือเอารัดเอาเปรียบผู้มาเยือน รวมถึงให้พนักงานรักษาความปลอดภัยและการ์ดตามสถานบันเทิงปฏิบัติหน้าที่อย่างสุภาพ หากพบเหตุผิดปกติให้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดำเนินการ เพื่อป้องกันเหตุที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว
สำหรับเมืองพัทยาถูกกำหนดให้เป็นหนึ่งในพื้นที่หลักในการดูแลกำลังพล โดยตำรวจวางแนวทางให้พื้นที่ สภ.เมืองพัทยาเป็น “พื้นที่ไข่แดง” พร้อมใช้กำลังจากสถานีตำรวจพื้นที่ใกล้เคียงสนับสนุนโดยรอบ ภายใต้แนวทาง “ยกระดับความปลอดภัย แต่ไม่สร้างความตื่นตระหนก”
การเดินทางมาของกำลังพลกองทัพเรือสหรัฐฯ ในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของภาคการท่องเที่ยวพัทยา เนื่องจากมีกำลังพลกว่า 5,000 นาย และมีระยะเวลาพักเรือระหว่างวันที่ 2–6 กันยายน ทำให้คาดว่าจะเกิดการใช้จ่ายกระจายไปยังธุรกิจหลายประเภท ทั้งโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร สถานบันเทิง การเดินทาง รถรับจ้าง ร้านค้า และแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ โดยมีการประเมินว่าอาจสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่แตะระดับ 100 ล้านบาท