เตือนภัยสาวใหญ่ตะเคียนเตี้ย ถูกแก๊งต้มตุ๋นหลอกซื้อที่ดิน ก่อนเชิดทอง 3 บาทหนี วอนตำรวจเร่งติดตาม รถเก๋งสีขาวไม่ทราบทะเบียน
วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลจากหญิงรายหนึ่งในพื้นที่ตำบลตะเคียนเตี้ย อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี หลังเจ้าตัวโพสต์ข้อความเตือนภัยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่าถูกกลุ่มบุคคลใช้กลอุบายหลอกลวง โดยอ้างเรื่องการซื้อขายที่ดิน ก่อนสูญเสียทองคำหนัก 3 บาท พร้อมวอนเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยตรวจสอบและติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินการตามกฎหมาย
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่พบผู้เสียหาย เพื่อสอบถามรายละเอียดและรับฟังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยผู้เสียหายเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุมีชายรายหนึ่งขับรถมาที่บ้านอ้างว่ามากับคนชื่อ “นิด” เข้ามาติดต่อขอซื้อที่ดิน กระทั่งวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา ชายคนดังกล่าวได้กลับมาพาผู้เสียหายไปดูที่ดิน พร้อมพูดคุยตกลงราคากัน ก่อนจะเดินทางกลับ
ระหว่างทางกลับ ชายที่อ้างมากับคนชื่อ “นิด” ได้รับโทรศัพท์จากบุคคลอีกคน ซึ่งขอให้ไปดูที่ดินอีกแปลงในพื้นที่หนองแขวะ แต่เจ้าตัวอ้างว่าไม่รู้จักเส้นทาง จึงขอให้ผู้เสียหายช่วยนำทางไป เมื่อเดินทางไปถึง พบชายสูงอายุรายหนึ่งชื่อ “สำเริง โชต..” ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินแปลงดังกล่าว
จากนั้นชายที่อ้างชื่อ “นิด” ได้โทรศัพท์ติดต่อบุคคลอีกคน โดยปลายสายอ้างว่ากำลังนำเงินมัดจำจำนวน 1 ล้านบาทมาให้ พร้อมให้รออยู่บริเวณวัด ก่อนที่ชายสูงอายุจะกล่าวอ้างว่าโฉนดที่ดินถูกนำไปจำนำไว้ที่ร้านทอง และจำเป็นต้องนำเงินไปไถ่ถอน แต่เงินที่เตรียมมายังไม่เพียงพอ
ผู้เสียหายเล่าต่อว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ชักชวนให้ร่วมลงทุน โดยอ้างว่าจะได้รับส่วนแบ่งจากการซื้อขายที่ดิน ทำให้ตนหลงเชื่อและเดินทางกลับไปนำทองคำของตนเองหนัก 3 บาทมาให้กลุ่มบุคคลดังกล่าว ระหว่างนั้นยังถูกให้จับมือกับชายสูงอายุอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนจะส่งมอบทองคำให้ตามที่ถูกชักชวน
ภายหลัง กลุ่มบุคคลดังกล่าวพาผู้เสียหายเดินทางไปยังบริเวณป่า ซึ่งอ้างว่าเป็นจุดดูที่ดิน ก่อนให้ลงจากรถเพื่อไปถ่ายสำเนาบัตรประชาชน แต่เมื่อผู้เสียหายหันกลับมาอีกครั้ง กลับพบว่ารถยนต์ของกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ขับออกไปแล้ว ทำให้ตนถูกทิ้งไว้ในพื้นที่เปลี่ยวเพียงลำพัง โชคดีที่ไม่ได้รับอันตรายทางร่างกาย
ผู้เสียหายยอมรับว่า ขณะเกิดเหตุรู้สึกตกใจและหวาดกลัวอย่างมาก ไม่คิดว่าจะถูกหลอกด้วยกลอุบายลักษณะนี้ พร้อมระบุว่าทองคำทั้ง 3 บาท เคยซื้อมาในราคาประมาณ 43,000 บาท ตามที่ระบุไว้ในโพสต์ แต่ปัจจุบันประเมินมูลค่ารวมไว้ประมาณ 200,000 บาท นับเป็นความเสียหายที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเป็นอย่างมาก
ผู้เสียหายจึงฝากเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะการติดต่อซื้อขายที่ดินหรือการชักชวนให้ร่วมลงทุน หากมีบุคคลแปลกหน้าเข้ามาสร้างสถานการณ์ อ้างผลตอบแทนสูง หรือขอให้ส่งมอบเงินและทรัพย์สินมีค่า ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจ พร้อมวอนเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยตรวจสอบเบาะแสและติดตามตัวผู้ก่อเหตุ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันกับบุคคลอื่น
ทั้งนี้ ผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า รถยนต์ที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวใช้เป็นรถเก๋งสีขาว แต่ยังไม่ทราบหมายเลขทะเบียนที่แน่ชัด หากประชาชนมีเบาะแสเกี่ยวกับบุคคลหรือรถยนต์ที่เกี่ยวข้อง ขอให้แจ้งข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
เตือนภัยประชาชน: กลโกงลักษณะนี้อาจมีบุคคลหลายคนร่วมกันสร้างเรื่องราวให้ดูน่าเชื่อถือ ทั้งการแอบอ้างเป็นผู้ซื้อที่ดิน เจ้าของที่ดิน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการนำเงินมาลงทุน ขอให้ประชาชนตั้งสติ ตรวจสอบตัวตนและเอกสารให้รอบคอบ อย่าหลงเชื่อคำกล่าวอ้างหรือส่งมอบทรัพย์สินมีค่าให้บุคคลที่ยังไม่สามารถยืนยันตัวตนได้ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น..