เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 นางสาวจันจิรา ไทยบัณฑิตย์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.สิริวัฒน์ คัชมาตย์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองพัทยา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติการพิเศษ สภ.เมืองพัทยา ตำรวจสายตรวจ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี รวมกว่า 20 นาย ลงพื้นที่กวาดล้างและตรวจสอบการลักลอบค้าประเวณี บริเวณแนวชายหาดเมืองพัทยา ถนนสายสอง และจุดเสี่ยงตามพื้นที่สาธารณะ
ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเน้นตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมเตร็ดเตร่ รบเร้า หรือชักชวนเพื่อการค้าประเวณีบริเวณฟุตปาธริมชายหาดและพื้นที่สาธารณะ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและภาพลักษณ์ของเมืองพัทยา
ที่สำคัญ การลงพื้นที่เกิดขึ้นในช่วงที่จังหวัดชลบุรีกำลังเตรียมความพร้อมรองรับกำลังพลทหารสหรัฐฯ ที่จะเดินทางเข้ามาในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงต้องการแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมเรื่องการค้าประเวณี และการกระทำในลักษณะที่กฎหมายกำหนดยังคงเป็นความผิด พร้อมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน นักท่องเที่ยว และชาวต่างชาติว่า เมืองพัทยาจะเดินหน้ารักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยและภาพลักษณ์ของเมืองอย่างจริงจัง
นางสาวจันจิรา เปิดเผยว่า ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 การเตร็ดเตร่หรือรบเร้าบุคคลในสถานที่สาธารณะเพื่อการค้าประเวณี เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย โดยปัจจุบันการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นการปรับเป็นพินัย และมีหน่วยงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เข้ามาร่วมรับผิดชอบตามอำนาจหน้าที่
นอกจากนี้ การลงพื้นที่ยังมีเป้าหมายสำคัญในการป้องกันและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากการถูกแสวงหาประโยชน์ หากตรวจพบผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้ามาเกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี จะต้องดำเนินการอย่างเข้มงวด เนื่องจากอาจเกี่ยวข้องกับความผิดตามกฎหมายค้ามนุษย์ ซึ่งภาครัฐให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก
จากผลการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบผู้กระทำผิดจำนวน 25 ราย แบ่งเป็นสัญชาติลาว 5 ราย สัญชาติยูกันดา 2 ราย และสัญชาติไทย 18 ราย โดยในส่วนของการปรับเป็นพินัยและการเปรียบเทียบปรับ เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนและอำนาจหน้าที่ของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่ พ.ต.ท.สิริวัฒน์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ดังกล่าวเป็นมาตรการปกติของ สภ.เมืองพัทยา ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา ที่เน้นย้ำให้กวดขันพฤติกรรมการเตร็ดเตร่เพื่อการค้าประเวณีในพื้นที่สาธารณะ โดยครั้งนี้เป็นการบูรณาการกำลังร่วมกันระหว่างตำรวจ สภ.เมืองพัทยา พม.จังหวัดชลบุรี ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพื่อสร้างความเป็นระเบียบและความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า การกวดขันจะไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่จะเพิ่มความถี่และความเข้มข้นในการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจุดเสี่ยงตามแนวชายหาดและพื้นที่ท่องเที่ยว พร้อมขยายการตรวจสอบไปยังปัญหาอื่นที่เกี่ยวข้องกับการแสวงหาประโยชน์จากเด็กและเยาวชน ทั้งแรงงานเด็ก เด็กเร่ร่อน ขอทาน รวมถึงกรณีการนำเด็กมาขายสินค้าหรือบังคับให้ขอทาน
เจ้าหน้าที่ฝากถึงประชาชนและผู้ประกอบการในเมืองพัทยา ขอให้ร่วมกันทำหน้าที่ “เจ้าบ้านที่ดี” ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติด้วยความเป็นมิตร เคารพกฎหมาย และช่วยกันรักษาภาพลักษณ์ของเมืองพัทยาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ปลอดภัย มีระเบียบ และน่าเชื่อถือ
โดยเฉพาะในช่วงที่มีนักท่องเที่ยวและกำลังพลต่างชาติเดินทางเข้ามาในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ทุกหน่วยงานจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรา เพื่อให้ผู้มาเยือนรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่า พัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เปิดกว้าง แต่ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายไทย
เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และรักษาภาพลักษณ์เมืองพัทยาให้สมกับการเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย
อนันต์ กิ่งสร – นันทัช กิ่งสร ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ชลบุรี