คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangพัทยา · เปลี่ยน

“คดีฆ่าฝั่งศพสองพี่น้องรัสเซีย! ‘ป๋อง’ ปฏิเสธข้อหาข่มขืน-ฆ่าไตร่ตรอง

ที่มา: เดอะ พัทยานิวส์ The Pattaya News

“คดีฆ่าฝั่งศพสองพี่น้องรัสเซีย! ‘ป๋อง’ ดับเครื่องชนปฏิเสธข้อหาข่มขืน-ฆ่าไตร่ตรอง ศาลสั่งนอนคุกไร้สิทธิ์ประกันตัว”

พัทยา – วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ศาลจังหวัดพัทยาออกนั่งพิจารณา คดีหมายเลขดำที่ อ 1038/2569 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดพัทยา โจทก์ กับ นายฑณา หรือ “ป๋อง” เกิดทอง จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ภายหลังพนักงานอัยการจังหวัดพัทยายื่นฟ้องจำเลยทั้งสองใน 9 ฐานความผิด จากคดีชิงทรัพย์ ข่มขืนกระทำชำเรา และฆ่าสองพี่น้องชาวรัสเซีย ก่อนนำศพไปซ่อนเร้นอำพรางในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ในการนัดสอบคำให้การ ศาลได้เบิกตัวจำเลยทั้งสองและดำเนินกระบวนพิจารณา โดยโจทก์และทนายความของจำเลยทั้งสองมาศาล ศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้งสองซึ่งมีทนายความฟัง ก่อนสอบคำให้การ

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในฐานความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ยุทธภัณฑ์และลูกระเบิด การแสดงตนและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยไม่มีอำนาจ การหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น ตลอดจนการร่วมกันซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายและเหตุแห่งการตาย

สำหรับความผิดฐาน ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน แต่งเครื่องแบบตำรวจหรือแต่งกายให้เข้าใจว่าเป็นตำรวจ มีและใช้อาวุธปืน และใช้ยานพาหนะ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย นั้น จำเลยทั้งสอง ให้การรับสารภาพ

อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่พนักงานอัยการฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น จำเลยทั้งสอง ให้การปฏิเสธ

ส่วนความผิดฐาน ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้ถูกกระทำอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ โดยมีอาวุธปืน เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตาย นั้น นายฑณา หรือ “ป๋อง” จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ ขณะที่ “นายธง” จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ

เมื่อจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธบางฐานความผิด ศาลจึงมีคำสั่ง ให้นำคดีเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองสิทธิ และนัดในวันที่ 20 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น.

กระบวนการคุ้มครองสิทธิในคดีอาญาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาล เพื่อให้บุคคลที่เกี่ยวข้องได้รับทราบและสามารถใช้สิทธิตามกฎหมายได้อย่างเหมาะสม ทั้งในส่วนของจำเลยและผู้เสียหาย โดยแนวทางของศาลยุติธรรมให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายควบคู่กับผู้ต้องหาและจำเลย รวมถึงการให้ผู้เสียหายได้รับทราบสิทธิและแจ้งความประสงค์เกี่ยวกับการเยียวยาความเสียหายและการใช้สิทธิทางศาล

นอกจากนี้ ศาลมีคำสั่ง หมายขังจำเลยทั้งสองและไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นพิจารณา โดยศาลเห็นว่า คดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์อุกอาจ ประกอบกับโจทก์คัดค้าน หากปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยทั้งสองจะหลบหนี ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่ออันตรายประการอื่น

คดีนัดครั้งต่อไปวันที่ 20 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. เพื่อเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองสิทธิ ก่อนดำเนินกระบวนพิจารณาในส่วนที่จำเลยยังให้การปฏิเสธต่อไป

ความคิดเห็น