ตำรวจภาค 2 เปิดแผนแก๊งจีนปล้นเพื่อนร่วมชาติ กวาดทรัพย์กว่า 37 ล้าน วางแผนล่วงหน้า 1 เดือน เผ่นหนีออกนอกประเทศใน 6 ชั่วโมง
ตำรวจภาค 2 แถลงความคืบหน้าคดีแก๊งชาวจีนก่อเหตุปล้นนักธุรกิจเชื้อสายตุรกีในหมู่บ้านหรูพื้นที่หนองปรือ พัทยา ได้ทรัพย์สินทั้งเงินสด นาฬิกาโรเล็กซ์ และคริปโตเคอร์เรนซี รวมมูลค่ากว่า 37 ล้านบาท ก่อนหลบหนีออกนอกประเทศไทยภายใน 6 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ ล่าสุดออกหมายจับผู้ต้องหา 5 ราย เตรียมประสานตำรวจสากลติดตามตัวกลับมาดำเนินคดี
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 ตุลาคม 2569 พล.ต.ต.พงษ์พันธุ์ วงษ์มณีเทศ รอง ผบช.ภ.2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงความคืบหน้าคดีปล้นทรัพย์ภายในหมู่บ้านคาสเคด (Cascade) หมู่ 8 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังนายคูทาย อายุ 34 ปี นักธุรกิจเชื้อสายตุรกี เข้าแจ้งความว่าถูกคนร้ายประมาณ 3 คนบุกเข้าบ้าน ใช้กุญแจมือพันธนาการ ทำร้ายร่างกายและใช้อาวุธปืนข่มขู่ ก่อนบังคับให้เปิดตู้เซฟและโอนเงินคริปโตเคอร์เรนซีผ่านแอปพลิเคชัน USDT มูลค่าประมาณ 27.5 ล้านบาท พร้อมชิงเงินสด นาฬิกาโรเล็กซ์ 3 เรือน มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท และโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง รวมทรัพย์สินที่สูญเสียกว่า 37 ล้านบาท
พล.ต.ต.พงษ์พันธุ์ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ ตำรวจหลายหน่วยร่วมกันตรวจสอบกล้องวงจรปิดและรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้ 5 ราย ได้แก่ นายดอง ปึง อายุ 38 ปี, นายหลี่ ชินเหล่ย อายุ 31 ปี, นายหวัง หงปีว อายุ 32 ปี, นายฮงดา มิว อายุ 33 ปี และนายจืออวี่ หวัง อายุ 31 ปี ทั้งหมดเป็นชาวจีน โดยมีข้อมูลว่าหลบหนีไปยังประเทศจีน มาเลเซีย และฮ่องกง
เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ซึ่งคาดว่าใช้ในการก่อเหตุ หลังถูกนำไปจอดทิ้งไว้ในซอยจอมเทียน 9 ห่างจากบ้านผู้เสียหายประมาณ 3 กิโลเมตร รวมถึงเสื้อผ้าที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ เพื่อนำไปตรวจสอบเป็นหลักฐานเพิ่มเติม
ด้าน พล.ต.ต.ชาตรี เปิดเผยว่า แนวทางการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องสงสัยอาจวางแผนล่วงหน้า โดยเข้ามาเช่าบ้านในหมู่บ้านเดียวกับผู้เสียหาย ห่างกันเพียงหนึ่งหลัง ในราคาเดือนละ 92,000 บาท พร้อมเช่ารถยนต์ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกันยายน จากนั้นเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวของผู้เสียหายประมาณ 1 เดือน ก่อนลงมือก่อเหตุ
หลังปล้นทรัพย์ กลุ่มผู้ต้องสงสัยเดินทางไปยังสนามบินดอนเมือง ก่อนแยกย้ายเดินทางออกนอกประเทศ โดยใช้เวลาเพียงประมาณ 6 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ ทั้งนี้ ผู้เสียหายให้การว่าไม่เคยรู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุมาก่อน ตำรวจจึงอยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องหรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินและความเคลื่อนไหวของผู้เสียหายหรือไม่
ขณะนี้ศาลจังหวัดพัทยาอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ในข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ในเคหสถานเวลากลางคืนโดยมีอาวุธ เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น และความผิดเกี่ยวกับการมีและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต
พล.ต.ต.พงษ์พันธุ์ ระบุว่า ตำรวจเตรียมประสานตำรวจสากลเพื่อดำเนินการออกหมายแดง (Red Notice) และติดตามตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีไปต่างประเทศกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป