เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. เปิดเผยว่า พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผบก.สอท.3 พ.ต.อ.ลักษณ์ปกรณ์ ลูกรักษ์ ผกก.3 บก.สอท.3 พ.ต.ท.ภัทรเดช ภัทรบุตรเพชร, พ.ต.ท.ธนวัฒน์ แจ้งสว่าง รอง ผกก.3 บก.สอท.3, พ.ต.ท.ศิรสิทธิ์ ทันศรี และ พ.ต.ต.ธนพล หะลีบุตร สว.กก.3.บก.สอท.3 ร่วมกันจับกุม นายประจักษ์ อายุ 59 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ที่บริเวณริมถนนหน้าอาคารเคหะแห่งหนึ่งย่าน ถ.รามอินทรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมาผู้เสียหายรายหนึ่่งเป็นข้าราชการครูในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ รับโทรศัพท์จากคนร้ายแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงพร้อมข่มขู่ว่าต้องตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ผู้เสียหายเกิดความกลัวจึงแอดไลน์ทำตามขั้นตอนที่คนร้ายสั่งการ จากนั้นคนร้ายสั่งให้โอนเงินไปยังบัญชีธนาคารที่คนร้ายแจ้ง วันที่ 24 ส.ค.69 วันที่ 1 และ 8 ก.ย.69 ทั้งหมด 5 ครั้ง รวมจำนวน 5 ล้านบาท และสั่งให้ผู้เสียหายนำเงินสดไปมอบให้แก่คนร้ายอีก วันที่ 21 และ 24 ก.ย.69 บริเวณห้างจำหน่ายวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ รวมมูลค่าความเสียหาย 9,491,000 บาท
ต่อมา พ.ต.อ.ลักษณ์ปกรณ์ นำกำลังสนธิร่วมกับตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ออกสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานทราบว่านายประจักษ์ เป็นผู้ทำหน้าที่รับเงินสดจากผู้เสียหายในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ มาบ้านพักที่ย่านรามอินทรา เพื่อส่งต่อให้เครือข่ายซึ่งเป็นบัญชีม้าในเครือข่าย ก่อนขออนุมัติศาลออกหมายจับ เบื้องต้นผู้ต้องหารับว่าเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารที่ผู้เสียหายโอนเงินเข้ามาทั้ง 5 ครั้ง และเป็นผู้เดินทางไปรับเงินสดจากผู้เสียหายที่ จ.บุรีรัมย์ โดยรับการสั่งการจากชายรายหนึ่งผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งปัจจุบันไม่สามารถติดต่อได้แล้ว โดยเมื่อเบิกถอนเงินสดจากธนาคาร และรับเงินสดจากผู้เสียหายมาแล้ว ทยอยส่งมอบเงินทั้งหมดให้บุคคลที่ถูกส่งมารับเงินบริเวณเคหะย่าน ถ.รามอินทรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.3 ดำเนินคดี ซึ่งทางตำรวจ บช.สอท.อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการในเครือข่ายทั้งหมดรวมทั้งผู้สั่งการและผู้รับผลประโยชน์ที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อนำตัวและยึดอายัดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิดกลับคืนให้แก่ผู้เสียหายต่อไป