รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ “พศิน” เรียกร้องรัฐบาลแจงสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน หากยกเลิกจริง ใครต้องเป็นคนรับผิดชอบงบศึกษา-เวลาที่เสียไป 7 ปี หลังมีแนวโน้มไม่ได้ไปต่อ
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 นายพศิน ปิตุเตชะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงแสดงความกังวลและส่งสัญญาณเตือนถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออก จังหวัดระยอง และพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ถึงสถานการณ์ความไม่แน่นอนของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง–สุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา) ที่มีแนวโน้มอาจต้องยุติลงหรือไม่ได้ไปต่อ หลังประชาชนเฝ้ารอคอยความคืบหน้ามานานกว่า 7 ปี
นายพศิน ระบุว่า ขณะนี้เริ่มมีสัญญาณบ่งชี้ที่ชัดเจน ทั้งจากทางสำนักงาน EEC ที่ออกมายอมรับถึงความยากลำบากในการผลักดันโครงการต่อ ตลอดจนปัญหาการยกเลิกสัญญาของภาคเอกชน และท่าทีของรัฐบาลที่ยังขาดความชัดเจนในการแก้ไขปัญหา ซึ่งที่ผ่านมา ภาคตะวันออกและจังหวัดระยองเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและการส่งออก โดยประชาชนให้ความร่วมมือกับภาครัฐมาโดยตลอด แต่เมื่อถึงคราวที่พื้นที่ควรจะได้รับโครงการลงทุนขนาดใหญ่ (Mega Project) เพื่อช่วยกระตุ้นผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และพัฒนาเศรษฐกิจระดับจังหวัด โครงการกลับต้องสะดุดหยุดลงซ้ำรอยเดิม
นายพศิน ชี้ว่า โครงการดังกล่าวถือเป็น “กระดุมเม็ดแรก” ของการพัฒนาระบบรางความเร็วสูงที่จะเชื่อมต่อไปยังอำเภอแกลง จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด เมื่อจุดเริ่มต้นของโครงการหลักต้องหยุดชะงัก ย่อมส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ต่อการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมของภูมิภาคทั้งหมด อีกทั้งโครงการนี้ได้ใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินในการศึกษาความเหมาะสมไปเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งคำถามและข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า
1.หากโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินต้องถูกยกเลิกจริง ใครจะเป็นผู้แสดงความรับผิดชอบระหว่างรัฐบาลหรือสำนักงาน EEC ต่อความล่าช้าและความสูญเปล่าตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา
2. ขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนทิศทางและแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งชี้แจงแผนสำรองหรือโครงการทดแทนในอนาคตให้เกิดความชัดเจน เพื่อไม่ให้ประชาชนชาวภาคตะวันออกต้องแบกรับผลกระทบและความสูญเปล่าจากการรอคอยเพียงฝ่ายเดียว