คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangปทุมธานี · เปลี่ยน

‘ยศชนัน’ เร่งตัดยอดน้ำปากคลองรังสิต เซฟปทุมธานี-เหนือ กทม.

ที่มา: The Bangkok Insightอ่านแล้ว: 1

“ยศชนัน” ลงพื้นที่สถานีสูบน้ำปากคลองรังสิต สั่งบูรณาการกรมชลฯ-กทม. เร่งระบายน้ำ รับมืออุทกภัย ขณะสถานีเดินเครื่อง 78 ลบ.ม./วินาที พร้อมสั่งทุกหน่วยงานภาคเหนือเตรียมรับมือฝนหนักช่วง 1-2 วันนี้

วันนี้ (26 ก.ย.) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบการทำงานของสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) เร่งระบายน้ำและบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัย

ศ.ดร.ยศชนัน ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อประชาชน โดยสถานีสูบน้ำปากคลองรังสิตมีบทบาทสำคัญในการเร่งระบายน้ำในพื้นที่จ.ปทุมธานี ทั้งอ.ธัญบุรี คลองหลวง ลำลูกกา และต.หลักหก รวมถึงช่วยตัดยอดน้ำจากคลองเปรมประชากร ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างต.หลักหก กับเขตดอนเมือง ช่วยบรรเทาน้ำท่วมขังในพื้นที่ปทุมธานี และตอนเหนือของ กทม.

สถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต รับน้ำจากคลองซอยที่ 1 ถึง 7-8 เพื่อระบายน้ำจากระบบคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ก่อนสูบผ่านประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 6 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 20 เครื่อง มีกำลังสูบรวมสูงสุด 120 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ขณะนี้เดินเครื่องระบายน้ำอยู่ที่ 78 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คิดเป็นปริมาณน้ำประมาณ 6-8 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขึ้นอยู่กับจังหวะน้ำขึ้น-น้ำลงของแม่น้ำเจ้าพระยา

กรมชลประทานกำหนดศักยภาพการระบายน้ำสูงสุดไว้ที่ 90 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยเดินเครื่องพร้อมกันประมาณ 14-15 เครื่อง หรือ 70-75% ของกำลังทั้งหมด เพื่อสำรองเครื่องสูบน้ำส่วนที่เหลือไว้สำหรับสลับใช้งาน และพักเครื่อง ป้องกันความเสียหายจากการใช้งานต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สถานีสูบน้ำเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทีมช่างเทคนิคสแตนด์บาย หากเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น เครื่องสูบน้ำสะดุด หรือระบบขัดข้อง สามารถเข้าซ่อมแซม และกู้เครื่องกลับมาใช้งานได้ทันที เพื่อไม่ให้กระทบต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำ

ศ.ดร.ยศชนัน ยังสั่งการให้กระทรวง และหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแล โดยเฉพาะหน่วยงานด้านชลประทาน เร่งขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างเป็นระบบ และบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงประชาชนอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันน้ำท่วมภาคเหนือ ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ภาคเหนือ เตรียมความพร้อมรับมือฝนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วง 1-2 วันนี้ พร้อมติดตามสถานการณ์ และเตรียมแผนเผชิญเหตุอย่างใกล้ชิด

- ‘ผบ.ตร.’ ประชุมด่วน! สั่งทุกหน่วยรับมืออุทกภัย เร่งช่วยประชาชนเต็มกำลัง

- กทม.ยกระดับรับมือ ‘น้ำท่วม’ ขยายเขต ‘ประสบสาธารณภัย’ ครบ 50 เขต

- รัฐบาลสั่งรับมือน้ำท่วมเชิงรุก ‘มหาดไทย’ บัญชาการร่วมทุกภาคส่วน

เว็บไซต์: https://www.www.thebangkokinsight.com/

X: https://twitter.com/BangkokInsight

ความคิดเห็น