“ลอรี่” โฆษกพลังงาน สวน “กรณ์” วิจารณ์ง่ายลงมือยาก ลั่น 22 ปีที่ไม่มีใครกล้าแตะ วันนี้ “เอกนัฏ” ถอดต้นทุนทิพย์ 1.08 หมื่นล้านบาท อย่าด้อยค่าสิ่งที่ประชาชนได้ประโยชน์จริง
วันที่ 31 ตุลาคม 2569 นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงกรณี นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ วิจารณ์ว่าการปรับหลักเกณฑ์การคำนวณราคาน้ำมันของกระทรวงพลังงาน “ยังไม่ใช่การปรับโครงสร้าง” และ “ไม่มีผลถึงราคาหน้าปั๊ม” รวมถึงกล่าวหาว่ารัฐบาลไม่จริงใจแก้ปัญหาราคาน้ำมัน
นายพงศ์พล ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ราคาดีเซล B7 ลดลง 1 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ 91-95 ลดลง 0.50 บาทต่อลิตรทั่วประเทศ หลังกระทรวงพลังงานถอดค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าสูญเสียที่สมมติว่าน้ำมันขนส่งมาจากสิงคโปร์ออกจากสูตรราคา ซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี 2547 และปรับค่าสำรองน้ำมันให้ตรงกับปริมาณสำรองจริง ประหยัดเงินประชาชนได้ 1.08 หมื่นล้านบาทต่อปีอย่างถาวร
“คนไทยจ่ายค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าสูญเสีย ให้เรือที่ไม่เคยแล่นจริงมา 22 ปี ถ้านี่ยังไม่เรียกว่าปรับโครงสร้าง ผมก็ไม่แน่ใจว่าต้องรออะไรครับ”
ขณะเดียวกัน โฆษกกระทรวงพลังงาน ยังตั้งข้อสังเกตว่า ต้นทุนดังกล่าวอยู่ในสูตรมาทุกรัฐบาล รวมถึงช่วงที่นายกรณ์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และเป็นแกนนำรัฐบาลในปี 2552 หากถอดออกตั้งแต่ครั้งนั้น ผู้ใช้น้ำมันจะประหยัดได้ราว 1.7 แสนล้านบาท “สิ่งที่วิจารณ์ง่ายในวันนี้ ไม่เคยง่ายที่จะลงมือทำ”
ส่วนข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลไม่จริงใจ เพราะลดภาษีเฉพาะ B20 และ E20 นายพงศ์พล ชี้แจงว่า ตัวเลขที่นายกรณ์ ยกมาคลาดเคลื่อน โดยข้อมูลกรมธุรกิจพลังงานระบุว่า B20 มีการใช้เฉลี่ยราว 6 ล้านลิตรต่อวัน ไม่ใช่ 3 ล้านลิตร E20 ใช้ในมอเตอร์ไซค์และรถคันเล็กทั่วประเทศ ส่วน B20 ใช้ในรถขนส่งสินค้าและเครื่องจักรการเกษตร มาตรการนี้จึงช่วยคนรายได้น้อย เกษตรกร และภาคขนส่งโดยตรง อีกทั้งยังช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันดิบนำเข้าในระยะยาว “ไม่มีใครรู้ว่าสงครามจะจบเมื่อไร 1 ปี หรือ 5 ปี แต่เอทานอลและไบโอดีเซล คนไทยปลูกเองได้”
พร้อมย้อนถามถึงความจริงใจ โดยระบุว่าในปี 2552 นายกรณ์ เคยยืนยันไม่ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเพราะห่วงวินัยการคลัง แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2554 รัฐบาลกลับลดภาษีดีเซลเหลือ 0.005 บาทต่อลิตร เพียง 19 วันก่อนยุบสภา และทิ้งรายได้รัฐที่หายไปให้รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นดูแลต่อ “แบบไหนกันแน่ครับ ที่เรียกว่าจริงใจ”
ทั้งนี้ โฆษกกระทรวงพลังงาน ย้ำด้วยว่า รัฐบาลเลือกไม่ใช้เงินภาษีตรึงราคาน้ำมันแบบเหมาเข่ง แต่ใช้มาตรการที่ตรงจุด ได้แก่ หักผลประโยชน์ส่วนเกินโรงกลั่น 3.18 หมื่นล้านบาท ด้วยอำนาจพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ลดภาษีแบบมุ่งเป้าสำหรับ B20 - E20 และถอดต้นทุนที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง 1.08 หมื่นล้านบาทต่อปี
“ผมเคยร่วมทางกับพี่ (พรรคกล้า) เพราะเชื่อในคำว่า “เรามาเพื่อลงมือทำ” วันนี้ รมว.เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และคนรุ่นใหม่ลงมือทำแล้ว ล้างต้นทุนทิพย์ 22 ปีที่ไม่มีใครกล้าแตะ ไม่ต้องชมก็ได้ครับ แค่อย่าด้อยค่าสิ่งที่ประชาชนได้ประโยชน์จริง”