คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangปทุมธานี · เปลี่ยน

ตัวแทนไทย-เขมร โต้เดือดกลางเวทีสหประชาชาติ ปมขัดแย้งชายแดน-ทุ่นระเบิด

ที่มา: มติชน

ตัวแทนไทย-เขมร โต้เดือดกลางเวทีสหประชาชาติ ปมความขัดแย้งบริเวณชายแดน-ทุ่นระเบิด

พนมเปญโพสต์ รายงานเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมว่า ในที่ประชุมคณะครราการบริหารโครงการข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) สมัยที่ 77 เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผู้แทนจากประเทศไทยและกัมพูชา ได้ตอบโต้กันอย่างดุเดือด ต่อประเด็นเรื่องเหตุปะทะกันระหว่างสองประเทศบริเวณชายแดนเมื่อปีที่แล้ว รวมถึงประเด็นที่ว่า ฝ่ายใดเป็นผู้เริ่มความขัดแย้งก่อน และข้อกล่าวหาจากฝ่ายไทยที่ระบุว่า กองกำลังกัมพูชาวางทุ่นระเบิดใหม่ใกล้แนวชายแดน

ข่าวระบุว่า นายเบญจมินทร์ สุกาญจนัจที ผู้แทนจากฝ่ายไทย ได้กล่าวว่า กัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มความขัดแย้ง อีกทั้งยังมีการวางทุ่นระเบิดใหม่และรุกล้ำเข้าไปในดินแดนของประเทศไทย ขณะที่นายเก โซวัน เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรกัมพูชา ประจำสหประชาชาติ ได้ใช้สิทธิในการโต้กลับ เพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

โดยระบุว่า “กัมพูชาขอปฏิเสธถ้อยแถลงของฝ่ายไทยอย่างสิ้นเชิง โดยยืนยันว่า เป็นข้อมูลเท็จ และไม่มีมูลความจริง ซึ่งเป็นการบิดเบือนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และดูเหมือนมีเจตนาที่จะทำให้ประเทศสมาชิกอื่นๆเข้าใจผิด กัมพูชาไม่ได้เป็นผู้เริ่มหรือยกระดับความขัดแย้งแต่อย่างใด เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2025 กองทัพไทยได้เปิดฉากยิงใส่ที่ตั้งของทหารกัมพูชา ส่งผลให้ทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 นาย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้น”

นายโซวัน ยังบอกด้วยว่า ขณะนี้มีพลเรือนชาวกัมพูชาจำนวน 20,000 คน ที่ต้องกลายเป็นคนพลัดถิ่น เนื่องจากถูกบีบให้ละทิ้งบ้านเรือนในดินแดนกัมพูชา จากผลกระทบขอความขัดแย้งบริเวณชายแดน ซึ่งรวมถึงการใช้ปืนใหญ่และการโจมตีทางอากาศโดยทหารไทย

เมื่อไทยระบุว่า ผู้พลัดถิ่นดังกล่าวอาศัยอยู่ในดินแดนของไทย นายโซวัน ได้โต้กลับว่า “บันทึกของ UNHCR ยืนยันว่าการส่งผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชากลับประเทศจากค่ายต่างๆในประเทศไทย ได้เสร็จสิ้นลงตั้งแต่เดือนมีนาคม 1999 และค่ายทั้งหมดก็ได้ปิดตัวลงแล้ว”

พร้อมกันนี้ นายโซวันยังได้เรียกร้องให้ประเทศไทยเคารพชายแดนที่เป็นที่ยอมรับกันในระดับสากล ซึ่งกำหนดขึ้นตามอนุสัญญาปี ค.ศ.1904 และสนธิสัญญาปี ค.ศ.1907 ระหว่างฝรั่งเศสและสยาม โดยอ้างอิงจากแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ซึ่งประเทศไทยเคยให้การยอมรับไว้

นายโซวันยังได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่า กัมพูชาได้วางทุ่นระเบิดใหม่ใกล้แนวชายแดน โดยระบุว่า “กัมพูชาไม่เคยมีการวางทุ่นระเบิดสังหารใหม่ เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับทุ่นระเบิด ซึ่งส่งผลกระทบต่อทหารไทยนั้น เกิดขึ้นในพื้นที่ที่ทราบกันดีว่า มีทุ่นระเบิดหลงเหลืออยู่จากสงครามกลางเมืองในอดีต ซึ่งตั้งอยู่ในดินแดนของกัมพูชา ทั้งนี้ กัมพูชายังคงยึดมั่นอย่างเต็มที่ต่อพันธกรณี ภายใต้อนุสัญญาออตตาวา”

นายโซวัน กล่าวต่อที่ประชุมอีกว่า ทหารไทยได้เข้ายึดครองดินแดนของกัมพูชาอย่างผิดกฎหมาย ทำลายบ้านเรือน โครงสร้างพื้นฐานพลเรือน และทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของกัมพูชา

“กัมพูชาขอเรียกร้องอย่างหนักแน่น ให้ไทยยุติการกระทำที่ผิดกฎหมายทั้งหมดในดินแดนกัมพูชา ที่ถูกยึดครองอย่างผิดกฎหมายในทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกระทำใดๆที่มุ่งเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในพื้นที่หรือสร้างความเสียหายที่แก้ไขไม่ได้ และอนุญาตและอำนวยความสะดวกให้ชาวกัมพูชาที่พลัดถิ่นได้กลับคืนสู่บ้านของตนโดยเร็วที่สุด ปลอดภัย และมีศักดิ์ศรี” นายโซวันกล่าว

ความคิดเห็น