คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangปทุมธานี · เปลี่ยน

สะพานแห่งกาลเวลา : ฉลามเดินได้

ที่มา: มติชน

ทีมนักวิจัยประสบความสำเร็จในการบ่งชี้ถึงสายพันธุ์ใหม่ของปลาฉลามขนาดเล็ก ชนิดที่หากินอยู่ตามพื้นทรายในเขตแนวปะการังน้ำตื้นๆ ที่ฝรั่งเรียกว่า “คาร์เพ็ทชาร์ค” (carpet shark) ฉลามที่พบใหม่นี้มีความสามารถพิเศษก็คือ สามารถใช้ครีบของมันยันพื้นแล้วคืบคลานไปข้างหน้าได้ ดูเผินๆ ราวกับมัน “เดินได้” จริงๆ

ทีมวิจัยตั้งชื่อให้ฉลามสายพันธุ์ใหม่นี้ว่า เฮมิสไซเลียน ดัดจึนเน (Hemiscyllium dudgeonae) มันถูกพบในบริเวณน่านน้ำตื้นๆ มืดๆ ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะปาปัวนิวกินี บริเวณลำตัวเป็นจุดด่างสีน้ำตาล เพื่อพรางตัวให้กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม คริสเตียน ดัดจึน นักวิจัยอาวุโสจากมหาวิทยาลัยซันไชน์ โคสต์ ในออสเตรเลีย บอกว่า การได้เห็นมันตัวเป็นๆ เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง พวกเขาจับตามองมันอย่างใกล้ชิดก่อนที่จะจับตัวนำกลับมายังเรือวิจัยในทันที

ทีมวิจัยไม่ได้ลงไปสำรวจที่จุดดังกล่าวโดยบังเอิญ แต่ต้องการลงไปศึกษาวิจัยฉลามอีกชนิด ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ค้นพบใหม่เช่นเดียวกัน ซึ่งเรียกว่า เฮมิสไซเลียน มิเชลเล หรือ ฉลามเดินได้ของไมเคิล (Hemiscyllium michaeli) แต่ เจสส์ เบลคเวย์ นักศึกษาระดับปริญญาเอกที่เป็นผู้เขียนรายงานวิจัยหลักชิ้นนี้ เปิดเผยว่า แค่ได้เห็นก็สังเกตได้ทันทีว่า นี่เป็นอีกสายพันธุ์ที่แตกต่างออกไป ทีมวิจัยตั้งชื่อสายพันธุ์ใหม่นี้ว่า ฉลามเดินได้ของดัดจึน (Dudgeons walking shark) ตามชื่อของนักวิจัยผู้นี้ที่อุทิศเวลาให้กับการศึกษาสายพันธุ์ฉลามมานานถึง 20 ปีเต็ม

รายงานของฉลามสายพันธุ์ใหม่ ได้รับการตีพิมพ์อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา ในวารสารวิชาการ “เดอะ เจอร์นัล ออฟ ดิ โอเชียน ไซนซ์ ฟาวเดชั่น” (the Journal of the Ocean Science Foundation) ทำให้จำนวนฉลามเดินได้ที่ถูกค้นพบแล้วมีเพิ่มขึ้นเป็น 10 สายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์ล้วนมีลวดลายบนลำตัวที่แตกต่างกันออกไปทั้งสิ้น

การค้นพบครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่ายังมีปลาและฉลามใหม่ๆ อีกมากมายรอคอยให้ค้นหาอยู่ โดยเฉพาะปลาในกลุ่มฉลามและปลากระเบน พวกนี้มักอาศัยอยู่ในบริเวณน้ำตื้น (ปกติแล้วมักมีความลึกไม่เกิน 1 เมตร) ซึ่งไม่ถือว่าเป็นเรื่องปกตินัก แต่แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ในบริเวณนี้ยังมีความหลากหลายทางชีวภาพที่เรายังไม่รู้อีกมากมายนัก

ดัดจึนบอกด้วยว่า ฉลามเดินได้ของไมเคิลจะมีลายตามลำตัวเหมือนลายเสือดาว แต่ฉลามเดินได้ของดัดจึนจะมีขีดเล็กๆ สีน้ำตาลกับขาวไปทั่วลำตัว แต่ก็ยอมรับเช่นกันว่า ลักษณะที่ว่านี้ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นเป็นกรณีพิเศษ หรือเกิดจากความผิดปกติของสายพันธุ์เฉพาะตรงนี้กันแน่

อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยยังคงใช้เวลาสำรวจตรวจสอบพื้นที่ใกล้เคียงอยู่ต่อเนื่องอีกเป็นเวลา 2 วันเต็ม โดยภายใน 2 วันดังกล่าว พวกเขาสามารถบ่งชี้แหล่งที่อยู่ของฉลามเดินได้สายพันธุ์ใหม่นี้ได้อีก 11 จุด ใน 3 พื้นที่ ในจำนวนที่พบใหม่นี้มีทั้งตัวผู้และตัวเมียฉลามวัยเด็กและที่เติบใหญ่เต็มวัยแล้ว ทั้งหมดล้วนแสดงลวดลายตามตัวที่แตกต่างออกไปกันทั้งสิ้น ซึ่งสอดคล้องกับข้อสันนิษฐานของทีมวิจัยที่เชื่อว่า พวกเขาค้นพบฉลามเดินได้สายพันธุ์ใหม่นั่นเอง

เพื่อความแน่นอน ดัดจึนกับเบลคเวย์นำข้อมูลทางพันธุกรรมของฉลามไปตรวจสอบอีกครั้งถึงห้องปฏิบัติการทดลองในออสเตรเลีย ด้วยการนำเอาดีเอ็นเอของฉลามที่ค้นพบใหม่ มาเปรียบเทียบกับข้อมูลทางพันธุกรรมของฉลามสายพันธุ์อื่นๆ อีก 9 สายพันธุ์ ในที่สุดถึงสามารถยืนยันได้ว่า ฉลามที่พวกเขาค้นพบใหม่เป็นฉลามเดินได้สายพันธุ์ใหม่จริงๆ

ฉลามเดินได้มีความแตกต่างทางชีววิทยากับฉลามทั่วไปอย่างยิ่ง ฉลามเดินได้จะใช้ชีวิตเฉพาะอยู่ในเขตน้ำตื้นแทบตลอดทั้งชีวิต การเดินไปมาบนพื้นทรายของมันเกิดขึ้นได้จากการใช้ครีบด้านข้างลำตัวและครีบโคนหางยันพื้นเพื่อนำตัวไปข้างหน้า ถือเป็นพฤติกรรมที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในสภาพน้ำตื้นๆ เช่นนี้ โดยเฉพาะเมื่อส่วนของแนวปะการังเกิดถูกตัดขาดจากน้ำทะเลลึกขึ้นมา นอกจากนั้น การเดินของมันยังช่วยให้ตัวมันเองยังตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าระดับออกซิเจนจะลดลงมากแล้วก็ตาม มันก็ยังสามารถตระเวนไปหาเหยื่อตามแนวปะการังได้ตลอดเวลา

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า พัฒนาการเหล่านี้ล้วนเป็นวิวัฒนาการที่เกิดขึ้นจากสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากแนวปะการังเกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำและปริมาณออกซิเจนได้อย่างรวดเร็ว ในกรณีที่เกิดปรากฏการณ์น้ำขึ้นหรือน้ำลง นักวิทยาศาสตร์พบว่า ฉลามเดินได้บางสายพันธุ์สามารถอยู่รอดในสภาวะออกซิเจนต่ำเป็นเวลานับชั่วโมง แม้ว่ายังจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมต่อไปว่า ทำไมฉลามเหล่านี้ถึงสามารถทำเช่นนั้นได้

สิ่งที่น่ากังวลก็คือว่า จนถึงขณะนี้นักวิจัยพบฉลามเดินได้สายพันธุ์ใหม่นี้ในแค่ 3 พื้นที่โดยรอบปาปัวนิวกินี ซึ่งทำให้มีโอกาสเป็นไปได้สูงมากว่ามันอาจจะสูญพันธุ์ไปอย่างรวดเร็วเช่นกันเพราะพื้นที่อยู่อาศัยถูกทำลาย หรือถูกจับตัวไปมากจนเกินไป เพราะฉลามเหล่านี้เกิดและเติบโตอยู่กับแหล่งอาศัยตั้งแต่เล็กแต่น้อย ทำให้มีขีดความสามารถต่ำที่จะรองรับการถูกทำลายแหล่งที่อยู่อาศัย แถมยังอาจลดจำนวนลงเพราะถูกรบกวนหรือถูกรุกรานแหล่งที่อยู่อาศัยได้โดยง่าย

แต่ดัดจึนและทีมวิจัยยังไม่หมดหวัง เธอคาดว่าอีกไม่นานก็จะยังคงมีการสำรวจวิจัยใหม่ๆ เกิดขึ้นตามมา และมีการค้นพบฉลามเดินได้กับเครือญาติใกล้ชิด ก่อนที่มันจะสูญพันธุ์ไปโดยถาวรต่อไป

ความคิดเห็น