คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangปทุมธานี · เปลี่ยน

รมช.เกษตรฯ ล่องเรือแจกถุงยังชีพ สั่งเร่งเยียวยาเกษตรกร–ประมง ...

ที่มา: สยามรัฐ

รมช.เกษตรฯ ล่องเรือแจกถุงยังชีพ สั่งเร่งเยียวยาเกษตรกร–ประมงน้ำท่วมปทุมธานี

“วัชระพล” ผนึก สส.–ผู้ว่าฯ ปทุมธานี ลงพื้นที่ริมเจ้าพระยา เตือนนอกคันกั้นน้ำเสี่ยง พร้อมเร่งสำรวจความเสียหายหลังน้ำลด

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยคณะทำงาน ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด รวมถึงร่วมวางแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์ฝนตกหนักในระยะนี้ พร้อมทั้งนำความห่วงใยจากรัฐบาลเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ มีนายศุภชัย นพขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต 2 และนางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี พ.อ.กิตติศักดิ์ วัฒนเดช รอง ผอ.รมน.จังหวัดปทุมธานี ร่วมลงพื้นที่นำข้อมูลและสะท้อนปัญหาในระดับท้องถิ่น เพื่อร่วมกันวางแนวทางช่วยเหลือประชาชนร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ อย่างเป็นระบบ

โดยจุดแรก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ และคณะ ได้เดินทางไปยังวัดหงษ์ปทุมาวาส อำเภอเมืองปทุมธานี เพื่อพบปะและให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะน้ำล้นตลิ่ง พร้อมทั้งเป็นประธานในพิธีมอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นให้กับผู้ประสบภัย ท่ามกลางบรรยากาศที่ประชาชนเข้ามาต้อนรับด้วยความยินดี จากนั้น ลงพื้นที่ พบกลุ่มผู้เลี้ยงปลา ที่อำเภอสามโคก นายวัชระพลและคณะ ได้ลงเรือตรวจการณ์ล่องไปตามลำน้ำเจ้าพระยา พื้นที่ตำบลคลองควาย เขตอำเภอสามโคก เพื่อตรวจสถานการณ์น้ำและแนวคันกั้นน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งได้นำถุงยังชีพลงเรือเข้าไปมอบให้แก่ประชาชนที่มีบ้านเรือนตั้งอยู่ริมน้ำนอกแนวคันกั้นน้ำ ซึ่งในปัจจุบันกำลังประสบปัญหาน้ำท่วมขังและสัญจรไปมาด้วยความยากลำบาก เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงทุกครัวเรือนโดยไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และจุดสุดท้ายเดินทางไปมอบถุงยังชีพให้ประชาชนที่ ชุมชนวัดเจดีย์ทอง

นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรฯ เปิดเผยว่า จากรายงานของกรมชลประทาน ผลกระทบ และการรับมือน้ำเจ้าพระยาปทุมธานี ณ ปัจจุบันการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อยู่ในระดับ 2,500 ลบ.ม./วินาที ซึ่งเป็นเกณฑ์เฝ้าระวังสูง อาจผลกระทบต่อจังหวัดปทุมธานี ในพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ หรือชุมชนและริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จะมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะในอำเภอเมืองปทุมธานี และอำเภอสามโคก ระดับน้ำริมฝั่งอาจสูงขึ้นประมาณ 20-60 เซนติเมตร ทำให้น้ำล้นตลิ่ง เข้าท่วมบ้านเรือน พื้นที่ริมน้ำ และแพปลา หรือร้านอาหารริมน้ำได้ แต่พื้นที่ภายในคันกั้นน้ำ ยังปลอดภัยแต่ต้องเฝ้าระวังจุดรั่วซึม คลองสาขา และช่วงน้ำทะเลหนุนสูง พร้อมแนะนำพื้นที่เกษตรกรรมในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำหรือนอกแนวคันกั้นน้ำ เสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมจึงแนะนำเกษตรกรเร่งเก็บเกี่ยว พืชผลที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ หรือสัตว์เลี้ยงเคลื่อนย้ายได้ทันที

"การลงพื้นที่จังหวัดปทุมธานีในวันนี้ เพื่อมาติดตามการบริหารจัดการน้ำและการเตรียมความพร้อมรับมือกับปริมาณน้ำฝนที่อาจจะตกลงมาเพิ่ม ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการร่วมกับทางจังหวัดในการเฝ้าระวังและพร่องน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์อย่างเต็มกำลัง"

ส่วนในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เป็นพื้นที่เกษตรที่เสียหาย ทั้งราคาผัก และไข่ไก่ เริ่มปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับใกล้เข้าช่วงเทศกาลกินเจแล้วด้วยนั้น นายวัชระพล เปิดเผยว่า ตามขอบเขตหน้าที่ และภารกิจของกระทรวงเกษตรฯ ตนจะเปิดพื้นที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร หรือ อ.ต.ก.ตามจังหวัดต่าง ๆ เพื่อให้ เกษตรกรผู้ผลิต ที่ไม่ได้ประสบภัยน้ำท่วม สามารถมาขายสินค้าโดยตรงได้กับผู้บริโภค แบบไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งจะช่วยบรรเทาภาระสินค้าราคาแพงให้กับประชาชน และยังสามารถเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรได้โดยตรงด้วยเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ รมช.เกษตรฯ ยังได้เปิดเผยถึงมาตรการและข้อมูลการเยียวยา พี่น้องเกษตรกรและผู้ประกอบอาชีพประมงที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัยในครั้งนี้ โดยเน้นย้ำว่ากระทรวงฯ มีเกณฑ์การช่วยเหลือที่เป็นระบบชัดเจน และได้สั่งการให้เกษตรจังหวัดและประมงจังหวัด เร่งส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายทันทีหลังน้ำลด เพื่อสรุปตัวเลขและวงเงินเยียวยา ส่งตรงถึงมือพี่น้องเกษตรกรและชาวประมงให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ทุกคนสามารถกลับมาประกอบอาชีพและฟื้นฟูรายได้ได้ตามปกติ

นายวัชระพล ยังกล่าวอีกว่า ปัญหาอุทกภัย ทำให้พื้นที่ผลิต และผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย ทำให้เกิดภาวะสินค้าขาดตลาด และราคาสูงขึ้น ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งสำรวจพื้นที่เสียหาย และจะเร่งช่วยเหลือ เพื่อให้เกษตรกรฟื้นตัว และทำการผลิตได้ใหม่โดยเร็ว แต่แนวทางการช่วยบรรเทาความขาดแคลน กระทรวงเกษตรฯ จะให้ อตก.จัดพื้นที่ อตก. ได้แก่ กทม. พิษณุโลก นครสวรรค์ ให้ผู้ผลิต ที่ไม่ประสบภัยน้ำท่วมมาขายสินค้าในราคาที่ไม่ผ่านคนกลาง เพื่อบรรเทาสินค้าราคาแพงให้กับพี่น้องประชาชนได้ก่อน

ความคิดเห็น