เปิด 6 นโยบาย ประกันสังคมก้าวหน้า ลุย 7 วันแรก หั่นงบไอที 1,500 ล้าน เหลือ 300 ล้าน
ทีมประกันสังคมก้าวหน้า กาง 6 นโยบายด่วนลุย 7 วันแรก หลังคะแนนนำบอร์ดประกันสังคม ชูหั่นงบไอทีจาก 1,500 ล้านเหลือ 300 ล้าน ตั้งอนุฯ สอบโกง ดันบำนาญสูตร CARE และถ่ายทอดสดประชุม
วันที่ 12 ตุลาคม 2569 ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเปิดเผยแผนการทำงานเร่งด่วน 6 ด้าน ที่เตรียมผลักดันภายใน 7 วันแรกหลังเข้ารับตำแหน่งกรรมการประกันสังคม ภายหลังผลการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พบว่าผู้สมัครของทีมทั้งฝ่ายผู้ประกันตนและฝ่ายนายจ้างมีคะแนนนำจากผลนับอย่างไม่เป็นทางการ
นางสาวศราริน เรืองปัญญาวุฒิ ผู้สมัครกรรมการประกันสังคมฝ่ายนายจ้าง หมายเลข 64 ซึ่งเป็นพี่สาวของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยถึงแนวทางการทำงานว่า ต้องการให้กองทุนประกันสังคมมีความโปร่งใสทั้งการบริหารองค์กรและการบริหารเงินลงทุน เพื่อให้กองทุนมีความมั่นคงในระยะยาว และสามารถนำผลประโยชน์กลับมาพัฒนาสวัสดิการให้ผู้ประกันตน
“สิ่งแรกที่จะทำคือ ต้องการให้กองทุนเงินประกันสังคม มีความโปร่งใส ทั้งในเรื่องของการบริหาร และการบริหารเงิน ทำให้การลงทุนมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้กองทุนมีความยั่งยืน และกลับไปเป็นสวัสดิการให้กับผู้ประกันตน”
สำหรับแผนเร่งด่วน ทีมประกันสังคมก้าวหน้ากำหนดนโยบายที่จะเริ่มผลักดันภายใน 7 วันแรกหลังได้รับการแต่งตั้ง โดยแบ่งออกเป็น 6 ด้าน ดังนี้
1. ด้านงบประมาณ ลดกรอบงบบริหารจาก 10% เหลือไม่เกิน 3%
เสนอปรับลดกรอบงบประมาณบริหารสำนักงานประกันสังคม จากเดิมที่กำหนดเพดานไว้ไม่เกิน 10% ของรายรับจากเงินสมทบต่อปี เหลือไม่เกิน 3% เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านการบริหารและควบคุมการใช้งบประมาณ
พร้อมกำหนดให้สำนักงบประมาณรายงานความคืบหน้าการชำระหนี้เงินสมทบที่รัฐบาลต้องจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมในการประชุมบอร์ดทุกครั้ง
ส่วนการตั้งงบประมาณประเภทเงินอุดหนุน รวมถึงงบฝึกอบรมและการจัดกิจกรรมต่าง ๆ จะต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและเผยแพร่รายงานให้สาธารณชนตรวจสอบได้
2. ด้านการตรวจสอบ ตั้งอนุกรรมการสอบโครงการเสี่ยงทุจริต
เตรียมจัดตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบโครงการที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริต โดยเฉพาะโครงการลงทุนของกองทุนประกันสังคมและโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้เงินจำนวนมาก
นอกจากตรวจสอบโครงการแล้ว ยังเสนอให้รวบรวมข้อบกพร่องจากการทำงานที่ผ่านมา เพื่อนำไปกำหนดมาตรการป้องกันความเสี่ยงในอนาคต หากพบหลักฐานการกระทำผิดจะส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมาย
3. ด้านบำนาญ ผลักดันสูตร CARE คำนวณเงินเกษียณ
ทีมประกันสังคมก้าวหน้าจะเร่งผลักดันการใช้สูตร CARE (Career Average Revalued Earnings) เพื่อปรับหลักเกณฑ์คำนวณเงินบำนาญชราภาพให้คำนึงถึงประวัติการส่งเงินสมทบตลอดชีวิตการทำงาน
สูตร CARE เปลี่ยนจากการใช้ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายก่อนเกษียณ มาเป็นการนำฐานค่าจ้างตลอดช่วงเวลาที่ส่งเงินสมทบมาคำนวณ โดยปรับมูลค่าค่าจ้างในอดีตให้เป็นมูลค่าปัจจุบันก่อนนำมาเฉลี่ย
วิธีนี้มีเป้าหมายแก้ปัญหาผู้ประกันตนที่เคยมีรายได้สูง แต่ต้องใช้ฐานค่าจ้างต่ำลงในช่วงท้ายของการทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่เปลี่ยนจากมาตรา 33 ไปเป็นมาตรา 39 ซึ่งอาจได้รับเงินบำนาญต่ำกว่าที่ควรเมื่อคำนวณด้วยสูตรเดิม
ก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงเกี่ยวกับสูตร CARE เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 โดยกำหนดให้มีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 180 วันนับจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ขณะที่กระทรวงแรงงานรายงานในเดือนกันยายนว่า ยังอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย
4. ด้านความโปร่งใส ถ่ายทอดสดประชุมบอร์ด เปิดเผยมติให้ประชาชนตรวจสอบ
เสนอยกระดับความโปร่งใสด้วยการถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมการประกันสังคมและคณะอนุกรรมการ รวมถึงเปิดเผยผลการลงมติและบันทึกการประชุมต่อสาธารณะ
แนวทางนี้มีเป้าหมายให้ผู้ประกันตนสามารถติดตามการตัดสินใจเกี่ยวกับเงินกองทุนและสิทธิประโยชน์ของตนเองได้ พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและตรวจสอบการบริหารงาน
5. ด้านสุขภาพ ส่งเสริมการตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนป้องกันโรค
เตรียมเพิ่มการประชาสัมพันธ์สิทธิด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค หรือ Promotion and Prevention (P&P) เพื่อให้ผู้ประกันตนเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้มากขึ้น
ตัวอย่างบริการที่ต้องการผลักดัน ได้แก่ การตรวจสุขภาพเชิงรุก การรับวัคซีนป้องกันโรค และการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิด้านสุขภาพที่ผู้ประกันตนสามารถใช้บริการได้
6. ด้านเทคโนโลยี ลดกรอบงบไอทีจาก 1,500 ล้าน เหลือไม่เกิน 300 ล้านบาท
อีกหนึ่งนโยบายคือการวางกรอบงบประมาณด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ จากเดิม 1,500 ล้านบาท เหลือไม่เกิน 300 ล้านบาท เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงในการจัดซื้อจัดจ้าง
ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเสนอให้สำนักงานประกันสังคมลดการลงทุนพัฒนาระบบเทคโนโลยีขึ้นมาเอง โดยหันไปใช้ระบบส่วนกลางของภาครัฐและสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานที่มีระบบพร้อมใช้งานอยู่แล้ว เพื่อประหยัดงบประมาณและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน
สำหรับแผนการทำงานทั้ง 6 ด้าน ยังเป็นข้อเสนอของทีมประกันสังคมก้าวหน้า ไม่ใช่มติที่มีผลบังคับใช้แล้ว โดยทีมจะเริ่มผลักดันหลังผ่านขั้นตอนรับรองผลการเลือกตั้ง การเสนอชื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานลงนามแต่งตั้ง และการประกาศในราชกิจจานุเบกษา
นอกจากนี้ ทีมประกันสังคมก้าวหน้ายังประกาศนโยบายปฏิรูปประกันสังคมรวม 77 ข้อ ครอบคลุมการบริหารกองทุน การลงทุน ระบบบำนาญ การรักษาพยาบาล สิทธิครอบครัว การว่างงาน และการพัฒนาระบบบริการ โดยแบ่งกรอบเวลาดำเนินงานเป็นระยะเร่งด่วน 7 วัน ภายใน 1 ปี และภายใน 2 ปี
ในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ทีมประกันสังคมก้าวหน้าส่งผู้สมัครรวม 14 คน แบ่งเป็นฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน และฝ่ายนายจ้าง 7 คน ภายใต้แนวคิด “ปฏิรูปประกันสังคม เปลี่ยนประเทศไทยเป็นรัฐสวัสดิการ”
รายชื่อผู้สมัคร ฝ่ายผู้ประกันตน ได้แก่ หมายเลข 38 ลักษมี สุวรรณภักดี, หมายเลข 41 เริงฤทธิ์ ละอองกิจ, หมายเลข 42 ธนพงษ์ เชื้อเมืองพาน, หมายเลข 43 นาริฐา โภไคยอนันต์, หมายเลข 44 ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี, หมายเลข 46 ปรารถนา โพธิ์ดี และหมายเลข 47 พรทิพย์ โม่งใหญ่
ส่วน ฝ่ายนายจ้าง ได้แก่ หมายเลข 62 อดิศร เกิดมงคล, หมายเลข 63 กฤษฎา อาทิตย์ จินตกานนท์, หมายเลข 64 ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ, หมายเลข 65 รัตนสิทธิ สุภาภรณ์, หมายเลข 66 กฤตวิทย์ หริมเทพาธิป, หมายเลข 67 สุโขทัย หัตถะรัชต์ และหมายเลข 68 ภัทรานิษฐ์ ศรีจันทร์ดร
ทั้งนี้ ผลคะแนนเลือกตั้งยังต้องรอการตรวจสอบและประกาศรับรองอย่างเป็นทางการ ก่อนที่ผู้ได้รับเลือกตั้งจะเข้าสู่กระบวนการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่
- เดือดจัด ดร.อานนท์ ซัดผู้ประกันตนคุณภาพต่ำ หลังเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569
- ด่วน! ผลเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 นับแล้ว 83.45% โกยคะแนนรวม 5.23 ล้าน
- ไม่ไปเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 11 ต.ค. 69 เสียสิทธิอะไรบ้าง มีโทษหรือไม่?