พบรอยเท้าไดโนเสาร์เพิ่ม! อุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุฯ ลุยสำรวจ คาดเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์กินเนื้อ อาจมีอายุไม่ต่ำกว่า 130 ล้านปี
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพในกลุ่มเฟซบุ๊ก นี่ตัวอะไร พร้อมระบุข้อความว่า “ใช่รอยเท้าไดโนเสาร์ไหมครับ เจอแถวลำธารในป่า อำเภอบ้านผือ อุดรธานี” จนกลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์จำนวนมาก
อ่านข่าว – ลุ้นข่าวดี! หนุ่มพบ รอยเท้าปริศนา ที่อุดร สงสัยรอยตีนไดโนเสาร์หรือไม่ กรมทรัพยากรธรณีเร่งตรวจสอบ
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม สํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 อุดรธานี รายงานว่า หน.อุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุฯ นำทีมสำรวจรอยเท้าไดโนเสาร์ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท
เวลา 09.00 น. นายวินัย ทองปั้น หัวหน้าอุทยาน แห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ) พร้อมคณะเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจรอยเท้าไดโนเสาร์บริเวณท้องที่หน่วยพิทักษ์ฯ ภธ.3 (ภูพระบาท)
บ้านติ้ว ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี
เบื้องต้นพบรอยเท้าไดโนเสาร์ 4 รอย ความกว้าง 32 เซนติเมตร ความยาว 32 เซนติเมตร ระยะห่างของรอยเท้าไดโนเสาร์ 80 เซนติเมตร
ที่มา : นายวินัย ทองปั้น
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ) จังหวัดอุดรธานี
ขณะที่ สวท.อุดรธานี FM 93.75 MHz รายงานว่า นายวินัย ทองปั้น หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ–ภูพระบาท พร้อมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณหน่วยพิทักษ์ภูพระบาท ลำธารน้ำตกตาดน้อย บ้านติ้ว ต.เมืองพาน อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี หลังมีประชาชนเผยแพร่ภาพรอยเท้าปริศนาลงในสื่อสังคมออนไลน์ จนเกิดกระแสตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์
จากการสำรวจเบื้องต้น พบลักษณะรอยคล้ายรอยเท้าสัตว์กระจายอยู่ในพื้นที่รวมประมาณ 4 รอย โดยรอยที่ตรวจวัดมีความยาวหัวถึงท้ายประมาณ 32 เซนติเมตร และมีระยะห่างระหว่างรอยเท้าที่ 1 กับรอยเท้าที่ 2 ประมาณ 80 เซนติเมตร เบื้องต้นมีข้อสันนิษฐานว่าอาจเป็นรอยเท้าของไดโนเสาร์กินเนื้อ ซึ่งอาจมีอายุไม่ต่ำกว่า 130 ล้านปี และมีขนาดลำตัวยาวประมาณ 7-8 เมตร อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังต้องได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะการระบุชนิด อายุ และขนาดของสัตว์จากหลักฐานที่พบ
นายวินัย เปิดเผยว่า จุดดังกล่าวอยู่ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติของอุทยานฯ โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเที่ยวชมธรรมชาติสังเกตเห็นรอยลักษณะคล้ายรอยเท้าไดโนเสาร์บริเวณลำธารที่มีน้ำไหลผ่าน ก่อนถ่ายภาพเผยแพร่ในโลกออนไลน์และมีผู้สนใจร่วมวิเคราะห์ จนนำไปสู่การลงพื้นที่ตรวจสอบในครั้งนี้
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนเคยพบจุดดังกล่าวมาแล้ว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์ กระทั่งมีการเผยแพร่ภาพในสื่อสังคมออนไลน์และเกิดกระแสความสนใจ จึงมีการสำรวจพื้นที่โดยรอบเพิ่มเติมจนพบรอยลักษณะใกล้เคียงกันรวม 4 รอย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อรายงานไปยังสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 พร้อมประสานกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึงกรมทรัพยากรธรณี ให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบหลักฐานอย่างละเอียด ทั้งรูปร่าง ขนาด และการเรียงตัวของรอย ตลอดจนลักษณะชั้นหินและข้อมูลทางธรณีวิทยาที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาว่าเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์จริงหรือไม่ และมีความเกี่ยวข้องกับไดโนเสาร์ชนิดใด ก่อนสรุปผลอย่างเป็นทางการ