คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangปทุมธานี · เปลี่ยน

“เชาว์” จี้ “อนุทิน-ผู้ว่าฯปทุมธานี” งัด ป.พ.พ. ฟัน “มูลนิธิ ...

ที่มา: สยามรัฐ

“เชาว์” จี้ “อนุทิน-ผู้ว่าฯปทุมธานี” งัด ป.พ.พ. ฟัน “มูลนิธิองค์กรทำดี” เตือนระวัง ม.157

วันที่ 30 ต.ค.69 นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ในหัวข้อ “นักบุญทุนชาวบ้าน“ ถึงเวลา มท.1 และผู้ว่าปทุมธานี ต้องงัดกฎหมาย จัดการ “ เรียกร้องให้กระทรวงมหาดไทยเร่งดำเนินการตรวจสอบกรณีอื้อฉาวของ "มูลนิธิองค์กรทำดี" หลังมีข้อกังขาจากสังคมเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินบริจาคของประชาชนผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งมีมูลค่าสูงถึงเกือบ 50 ล้านบาท

นายเชาว์ระบุว่า การที่มูลนิธิฯ มีมติให้คุณบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ยุติบทบาทประธานมูลนิธิชั่วคราวและให้รองประธานมารับช่วงต่อนั้น เป็นเพียงการจัดการภายในที่ไม่สามารถลบล้างความรับผิดชอบทางกฎหมายต่อสาธารณชนได้ สิ่งที่สังคมกำลังตั้งคำถามคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) และผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ในฐานะนายทะเบียนมูลนิธิประจำท้องที่ กำลังละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอยู่หรือไม่

อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงถึงข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) หมวดมูลนิธิ ว่าได้มอบอำนาจเด็ดขาดให้นายทะเบียนในการจัดการกับมูลนิธิที่ดำเนินกิจการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย โดย มาตรา 128 ให้อำนาจนายทะเบียนในการตรวจตราควบคุมการดำเนินกิจการของมูลนิธิให้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งผู้ว่าฯ ปทุมธานี สามารถสั่งให้กรรมการชี้แจง แสดงสมุดบัญชี หรือเข้าตรวจสอบได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้สื่อสังคมออนไลน์สืบสวนจนจบ

และมาตรา 129 หากพบการบริหารงานผิดพลาด เสื่อมเสีย หรือผิดวัตถุประสงค์ นายทะเบียนมีอำนาจร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งถอดถอนกรรมการได้ ซึ่งการเปลี่ยนตัวประธานมูลนิธิต้องอยู่ใต้การตรวจสอบของรัฐ ไม่ใช่การสลับเก้าอี้เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ นอกจากนี้มาตรา 131 (3) หากพบการดำเนินกิจการขัดต่อกฎหมาย ศีลธรรมอันดี หรือเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อย นายทะเบียนมีหน้าที่ร้องขอต่อศาลให้สั่งเลิกมูลนิธิเพื่ออายัดและชำระบัญชีทรัพย์สินทั้งหมด

ในตอนท้าย นายเชาว์ได้ฝากข้อคิดเตือนใจไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบว่า เงินบริจาคหลายสิบล้านบาทคือศรัทธาของประชาชนที่กฎหมายต้องคุ้มครอง การนิ่งเฉยและไม่สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบตาม อำนาจหน้าที่ในทันที อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

“อำนาจมีอยู่ในมือ กฎหมายเขียนไว้ชัดเจนทุกบรรทัด ถึงเวลาใช้กฎหมายจัดการให้เด็ดขาด รัฐต้องแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครใหญ่กว่ากฎหมาย การปล่อยให้ชาวเน็ตต้องมานั่งสืบสวนกันเองคือความล้มเหลวของระบบราชการ ท่าน มท.1 และท่านผู้ว่าฯ ปทุมธานีครับ ประชาชนเขาผิดหวังกับ นักบุญทุนชาวบ้าน มามากแล้ว อย่าให้เขาต้องหมดศรัทธากับ ผู้รักษากฎหมายที่เอาแต่เกียร์ว่างเลยครับ” นายเชาว์ ระบุ

ความคิดเห็น