เกาหลีใต้เรียกตัวเอกอัครราชทูตประจำยูเครนกลับประเทศแล้ว หลังยูเครนเปิดเผยเรื่องการส่งตัวเชลยศึกเกาหลีเหนือให้เกาหลีใต้ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้รัฐบาลกรุงโซลอย่างหนัก
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 ต.ค. 2569 รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศเรียกตัวเอกอัครราชทูตประจำยูเครนกลับประเทศ เพื่อตอบโต้ที่ผู้นำยูเครนเปิดเผยเรื่องที่เคียฟส่งตัวเชลยศึกชาวเกาหลีเหนือให้แก่รัฐบาลโซล ทั้งที่เรื่องนี้ควรถูกเก็บเป็นความลับ ส่งผลให้ฝ่ายเกาหลีใต้ออกมาเรียกร้องให้ฝ่ายยูเครนขอโทษ แต่ถูกปฏิเสธ
ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองประเทศเริ่มขึ้นหลังจากประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เปิดเผยในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) เมื่อเดือนกันยายนว่า ได้ส่งมอบเชลยศึกทหารเกาหลีเหนือ 2 นายให้แก่เกาหลีใต้ หลังทหารทั้งสองนายแจ้งความประสงค์อยากย้ายไปเกาหลีใต้
เกาหลีใต้ระบุว่ายูเครนละเมิดข้อตกลงรักษาความลับ ขณะที่ฝั่งยูเครนแย้งว่าไม่มีข้อตกลงห้ามเปิดเผยข้อมูล (Non-disclosure agreement) ดังกล่าว
เหตุการณ์นี้ทำให้ประธานาธิบดี อี แจ-มยอง ออกมาแสดงความผิดหวังอย่างมาก โดยชี้ว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนกระทบความมั่นคง ขณะที่ฝ่ายค้านของเกาหลีใต้อาศัยจังหวะนี้โจมตีรัฐบาลว่า พยายามปกปิดเรื่องดังกล่าวเพื่อเอาใจเกาหลีเหนือ
ด้านทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ยืนยันว่า ยูเครนเคยตกลงว่าจะพูดถึงตัวทหารเกาหลีเหนือในสุนทรพจน์เท่านั้น “แต่ไม่ได้ตกลงว่าจะเปิดเผยเรื่องการส่งมอบตัว” พร้อมเรียกร้องให้เคียฟขอโทษสำหรับการ “ประกาศข้อมูลเท็จ” ที่ว่าไม่มีข้อตกลงรักษาความลับ ซึ่งส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อความไว้วางใจระหว่างสองประเทศ
ก่อนหน้านี้ นาย โช ฮยอน รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ ออกมาระบุว่า เขาได้รับคำขอโทษจากรัฐมนตรีต่างประเทศยูเครนแล้ว “แต่คำขอโทษดังกล่าวยังไม่เพียงพอและยังต่ำกว่าความคาดหวังของรัฐบาลเกาหลีใต้”
อย่างไรก็ตาม นาย ฮอร์ฮี ตีคี (Heorhii Tykhyi) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศยูเครน แถลงต่อสื่อมวลชนเพื่อปฏิเสธข่าว โดยระบุว่า “อันดรีย์ ซิบีฮา รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน ไม่ได้มีการกล่าวคำขอโทษต่อเกาหลีใต้” ตามที่มีข่าวออกไป
ทั้งนี้ ยูเครนกำลังพยายามกดดันให้เกาหลีใต้สนับสนุนอาวุธร้ายแรง เช่น ระบบขีปนาวุธต่อสู้อากาศยาน หลังเกาหลีเหนือส่งทหารไปช่วยรัสเซียรบ แต่เกาหลีใต้ยังคงยึดนโยบายไม่ส่งมอบอาวุธร้ายแรงให้ประเทศที่อยู่ในสงคราม และเน้นให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและอุปกรณ์ที่ไม่ใช่อาวุธแทน
ด้านรัสเซียเคยออกมาเตือนว่าหากเกาหลีใต้จัดส่งอาวุธให้ยูเครน รัสเซียจะจำเป็นต้องตอบโต้ ขณะที่เกาหลีใต้ต้องพยายามรักษาสัมพันธ์กับรัสเซียและจีนเนื่องจากเป็นตัวแปรสำคัญในการคานอำนาจกับเกาหลีเหนือ
ที่มา : bbc