มีคนชอบถามว่า น้าครับ ถ้าให้น้าเลือกรถไฟฟ้ามารุ่นนึง รถรุ่นนั้นคือรถอะไร? นั่นเป็นคำถามที่ดูเหมือนจะตอบได้ง่ายๆ แต่จริงๆแล้วตอบยาก เพราะนี่ไม่ใช่แค่รถ Electric Hot Hatch 5 ประตูแบบพื้นๆ มันทั้งใหญ่ หนัก และแพงเกินกว่าจะจับยัดลงในกรอบรถยนต์ไฟฟ้ายอดเยี่ยมของสื่อ ถ้าพูดกันตามตรง มันคือตัวจี๊ดระดับบ้าพลัง นั่นก็คือสิ่งที่ลูกค้าสามารถคาดหวังได้จากการลงมือของแผนก N ในแบรนด์เกาหลีอย่าง Hyundai ทุกวันนี้ รถที่ขับสนุกไม่ได้วัดกันด้วยตรรกะด้านเครื่องยนต์ เกียร์ ช่วงล่าง หรือความงดงามดุดัน เหตุผลในการสร้าง Ioniq 5 N คือการสร้างสิ่นที่สนุกและเหนือกว่าในกลุ่มยานยนต์พลังงานใหม่ มันมีเสียงเครื่องยนต์จำลอง (ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ) มีแม้กระทั่งเกียร์จำลองที่กระชากจนทำให้รู้สึกได้ถึงการหลอกที่สมจริง มีระบบ Torque Vectoring ที่ปรับแต่งมาไม่ใช่เพื่อทำให้วิ่งเร็วที่สุด แต่เพื่อทำให้ 5N ขับสนุก ทั้งหมดนี้ดูเหมือนกิมมิกอีเล็กทรอนิสก์ที่ค่อนข้างไร้สาระ จริงๆ แล้ว Ioniq 5 N เข้ามาช่วยเติมเต็มอารมณ์การขับรถ EV ในระดับที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน?
Tesla Model Y และ Ford Mustang Mach-E GT ซึ่งเร็วและแรงด้วยกันทั้งคู่ แต่ฟีลลิ่งการขับ ค่อนข้างมีแค่มิติเดียว Hyundai Ioniq 5 N มอเตอร์คู่ เค้นพลังงานรวมกันได้ 650 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3.4 วินาที แพลตฟอร์ม 800V ของ Hyundai ซึ่งทีมวิศวกรระบุในวันทดสอบเมื่อสองปีก่อนว่า มีความสำคัญอย่างยิ่งในการรองรับการขับในสนามแข่ง คนที่ชอบ Track-Day จะชอบ Ioniq 5 N โจทย์ที่รถรุ่นนี้ตีแตกหมดก็คือ กดมิดไมล์ในแทร็กได้ต่อเนื่อง 20 นาที โดยที่รูปเต่าไม่โผล่ออกมา จากนั้น ประจุไฟเข้าประมาณ 20 นาที แล้วลงไปอัดต่อได้อีก 20 นาที เพื่อให้ตัวเลขนี้เกิดขึ้นจริง แผนก N ติดตั้งตู้ชาร์จความเร็วสูงพิเศษ หรือ Ultra-rapid Chargers) ไว้ในพิทของสนามแข่งต่างๆ ทั่วโลก น่าเสียดายที่พีระเซอร์กิตและช้างอินเตอร์เนชันแนล มีแค่จุดชาร์จธรรมดาเท่านั้น Hyundai Ioniq 5 N ทำเวลาต่อรอบที่สนาม Nürburgring อยู่ที่ 7 นาที 50 วินาที ในโหมดซัดเต็มกำลัง แต่เจ้าของรถสามารถเลือกโหมด Endurance เพื่อลดการเค้นกำลังสูงสุดของมอเตอร์ลงเล็กน้อย ทำให้วิ่งในนรกเขียวได้ 2 รอบสนามเต็ม (ประมาณ 41.6 กิโลเมตร) โดยทำเวลาได้ต่ำกว่า 8 นาทีต่อรอบได้ต่อเนื่องโดยที่กำลังไม่ตก
ด้วยอัตราสิ้นเปลืองพลังงานขณะใส่เต็มตีน 5 N จะวิ่งเต็มสปีดในสนามช้างได้ประมาณ 9 รอบเต็มกับอีกนิดหน่อย เข้าเส้นในรอบที่ 9 แล้วรถวิ่งเลยจุดสตาร์ทไปอีกประมาณ 615 เมตร ส่วนพีระเซอร์กิต ก่อนที่แบตเตอรี่จะหมดพลังไฟ Hyundai Ioniq 5 Nจะหวดเต็มเหนี่ยวในพีระได้ถึง 17 รอบเศษ หรือประมาณ 17 รอบกับอีกหนึ่งในสี่ของรอบ ก่อนที่ไฟจะหมดและ P ZERO จะไม่เหลือดอกยางให้เห็น ส่วนการใช้งานในชีวิตจริง ความจุแบตเตอรี่อยู่ที่ 84 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด ประมาณ 450 กม. ตามตัวเลข WLTP ซึ่งน้อยไปเมื่อเทียบกับ Ioniq 5 รุ่นมาตรฐาน อย่าลืมว่า มันเป็นรถที่มีล้อและขนาดหน้ายางใหญ่โต ชุดแอร์โรพาร์ทช่วยสร้างแรงกด และมอเตอร์พลังสูงที่กลืนกินกระแสไฟฟ้าอย่างหิวกระหาย นั่นเป็นเหตุผลทำไมมันถึงกินพลังงานมากกว่ารถบ้านทั่วไป โลกแห่งรถแรงมีกฎแห่งความเป็นจริงก็คือ ถ้าอยากได้ความแรงก็ต้องแลกด้วยอัตราสิ้นเปลือง ไม่ว่าจะเป็นเชื้อเพลิงหรือไฟฟ้า
จุดเริ่มต้นของคันนี้คือ Ioniq 5 รถ 5 ที่นั่งสไตล์นุ่มนวล กว้างขวาง และนั่งสบาย แต่โดนจับมารื้อและปรับแต่งอย่างพิถีพิถันในทุกมิติด้วยหัวสมองของวิศวกร BMW ที่ Hyundai ซื้อตัวมา ทั้งงานวิศวกรรมเครื่องกล แอโรไดนามิก รูปลักษณ์ภายนอก ระบบบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้า ไปจนถึงซอฟต์แวร์ควบคุมองคาพยบของรถ โครงสร้างตัวเพิ่มจุดเชื่อมและอัดกาวเคมีเพื่อความแข็งแกร่ง ซับเฟรมช่วงล่างมีการเสริมความแข็งแรงมากกว่ารุ่นมาตรฐานเพราะต้องรับแรงมากกว่าถึง 2 เท่า ช่วงล่างมีการขยายระยะฐานล้อให้กว้างขึ้น เปลี่ยนปีกนก สปริง โช้คอัพแบบแปรผัน (Adaptive Dampers) และบูชยางใหม่ทั้งหมด จุดยึดแกนพวงมาลัยแข็งแรงขึ้น อัตราทดพวงมาลัยไวขึ้นพร้อมเซ็ตน้ำหนักใหม่หมด มอเตอร์หลังจับคู่กับเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิป ควบคุมด้วยไฟฟ้า (E-LSD) ล้อ 21 นิ้ว รัดด้วยยางมิชลิน ขนาด 275/35 ZR21 อัปเกรดระบบเบรกให้ใหญ่ขึ้น ทั้งหมด คือพื้นฐานทางวิศวกรรมที่พวกเยอรมันมีความเชี่ยวชาญมากเป็นพิเศษ
ถัดมาคือเรื่องแอโรไดนามิก 5 N ถูกโหลดให้กดต่ำลง เปลี่ยนกันชนหน้า-หลังใหม่ ติดตั้งสปอยเลอร์หลังเพื่อลดแรงยก ช่องจัดระเบียบทิศทางลมรอบซุ้มล้อเพื่อช่วยระบายความร้อนของระบบเบรก ปรับปรุงระบบระบายความร้อนแบตเตอรี่และระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) เพิ่มขึ้นเป็น 0.313 รวมถึงพื้นที่หน้าตัดตัวรถก็กว้างขึ้นด้วย
มาถึงระบบไฟฟ้า ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามอเตอร์คู่ของมัน มีกำลังสูงกว่ารุ่นมาตรฐาน ระบบ Power Electronics รวมไปถึงการเพิ่มอินเวอร์เตอร์อีกตัว ทำให้สามารถปั่นไฟกลับ ด้วยระบบ Regeneration สูงถึง 435 แรงม้า ซึ่งสร้างแรงดึงชะลอรถได้มากถึง 0.6g ปิดท้ายด้วยเรื่องซอฟต์แวร์ที่ควบคุมทุกอย่างให้สมดุลจนทำให้คนที่ขับรถไม่เก่งสามารถเข้าโค้งได้เร็วกว่าเดิมมาก เสียงเครื่องยนต์จำลองที่ฟังดูสมจริง หรือจะเลือกเสียงไซไฟหลุดโลกแบบยานเอเลี่ยนที่น่าจะไม่มีใครชอบ ระบบจำลองการเปลี่ยนเกียร์ นี่คือจุดที่ทำออกมาได้ที่เนียนจนช่วยให้คนขับประเมินความเร็วเพื่อแต่งทิศทางให้ถูกต้องก่อนเข้าโค้ง ตัวจำลองการเปลี่ยบนเกียร์ยังคอยคุมแรงบิดตอนออกโค้งได้อย่างแม่นยำ สามารถปรับสัดส่วนแรงบิดหน้า-หลัง ได้ตามใจชอบ ซึ่งโคตรดี หรือปรับลักษณะการกระจายแรงเบรกขณะถ่ายน้ำหนักเข้าโค้งก็ยังได้ พวกชอบขับความเร็วทางตรงก็มี Launch Control เอาไว้ให้เลือก 3 ระดับ ตามสภาพการยึดเกาะ หรือสภาพของยางที่เหลืออยู่ว่าจะให้มันฉีกเป็นชิ้นๆหรือแค่วิ่งกลับบ้านได้
ส่วนสายดริฟต์ก็มีโหมด Skid Assist ที่ออกแบบมาเฉพาะ บอกตามตรงในวันทดสอบที่สนามโคเรียน F1 ว่าดริฟโหมดนั้นขับยากเอาเรื่อง ทำให้สื่อส่วนใหญ่โดยเฉพาะผมหมุนไป หมุนมา แบบไร้ทิศทางเหมือนคนเมา ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ก้าวล้ำ ส่งผลให้รถขับสนุกมหาศาล เมื่อตั้งค่าให้เข้ากับความชอบส่วนตัวว่าจะขับแบบไหน บนถนน คุณสามารถปรับตั้งค่าให้ฟีลลิ่งเหมือนรถแฮตชแบคอย่าง Golf R แต่แรงกว่าเยอะ อารมณ์พยศแบบเหวี่ยงโหดๆ ใกล้เคียงที่สุดคงเป็น Mercedes-AMG A45 2026 ความรู้สึกหนักของรถดูเหมือนจะหายไปจนหมดเมื่อขับเร็วจี๋เข้าโค้ง เสียงเครื่องยนต์จำลอง กับแป้น Paddle Shift แหกตาให้คุณให้จมลงไปในห้วงอารมณ์แห่งความเร็ว ในสนามแข่ง ระบบ Torque Vectoring และการดึงอย่างหนักหน่วงสุดเบอร์ของ Regenerative Braking ให้ความคล่องตัวชนิดที่ทำให้คุณลืมน้ำหนัก 2.25 ตัน หรือ 2,250 กิโลกรัม ไปเลย
เมื่อขับเร็ว Ioniq 5 N เหมือนจะเบาขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ แต่ความสนุกส่วนใหญ่กลับอยู่ที่ความรู้สึกของรถที่ตอบโต้ออกมาและการตอบสนองที่ส่งผ่านพวงมาลัยกับแชสซีส์ที่ตึงไม้ตึงมือ มันเป็นจักรกลไฟฟ้าที่สร้างสมดุลจนคนขับรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถ รับรู้การทำงานของยาง มุมในการเลี้ยวว่าถ้าเกินกว่านี้ก็เตรียมบินออกนอกแทรคได้เลย เมื่อลงไปอยู่ในสนามแข่ง 5 N เป็นรถที่ทำให้คนขับแต่งพวงมาลัยและคุมอาการรถได้อย่างเป็นธรรมชาติ คุณสามารถปรับโหมดเพื่อเลียโค้งได้อย่างหมดจด หรือจะเล่นกับอาการท้ายกวาดก็ยังได้ ขอให้มีฝีไม้ลายมือในการควบคุมและไม่ติดลูกบ้ามากจนเกินงามก็สนุกได้ตราบใดที่ไฟยังมีอยู่ในแบตฯ
การใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน ด้วยห้องโดยสารที่กว้างและมีโหมดทำตัวสุภาพเรียบร้อย ทำให้การใช้งานในเมืองหรือวิ่งบนทางหลวงเหมือนกับรถไฟฟ้าทั่วไปที่มีช่วงล่างแน่นผิดปกติ 5 N ขับไหลไปตามกระแสการจราจรได้อย่างผ่อนคลายโดยไม่ต้องเกร็ง หรือต้องควบคุมอะไรมากไปกว่าระวังพี่ไรเดอร์ให้ดี พอกดปิดระบบเสียงจำลองมันก็วิ่งได้อย่างนุ่มนวลในย่านความเร็วต่ำ และเงียบไม่ต่างจาก Ioniq 5 รุ่นพื้นฐาน แม้จะเตี้ย แต่การซับแรงสั่นสะเทือนของช่วงล่างก็อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้สบาย พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง โดยเฉพาะพื้นที่ด้านหลัง เบาะคู่หน้าและห้องโดยสารฝั่งคนขับได้รับการตกแต่งใหม่ให้สปอร์ตยิ่งขึ้น มีรายละเอียดที่ใส่ใจอย่างแผ่นรองดันเข่า (Knee bolsters) ที่ช่วยยึดลำตัวไม่ให้โยกคลอนเวลาเข้าโค้งหนักๆ รวมถึงตัวเบาะคู่หน้าเองก็เป็นแบบ Bucket Seat ทรงสปอร์ต
Hyundai Ioniq 5 N เป็นรถหนัก แต่ขับแล้วกลับไม่ได้รู้สึกถึงความอุ้ยอ้ายของมวล วิศวกรของ Hyundai ระบุว่า จำเป็นต้องใช้แพลตฟอร์ม EV ขนาดใหญ่ เพราะระบบชาร์จเร็ว 800V มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสามารถในการซัดเร็วๆในสนามแข่งอย่างต่อเนื่องหลายรอบ Ioniq 5 N คือรถยนต์ไฟฟ้าที่ดึงอารมณ์ร่วมในการขับไม่ต่างจากรถเครื่องยนต์สันดาปกำลัง 500 แรงม้า ในบางมิติ มันเลียนแบบระบบส่งกำลังของรถน้ำมันอย่างหน้าตาเฉย ทว่าสิ่งที่น่าประหลาดใจคือ มันไม่ใช่แค่กิมมิกไร้สาระและทำให้เจ้าของรู้สึกสนุกทุกครั้งที่การเลียนแบบเปลี่ยนอัตราทดของเกียร์ 2 สปีด เหมือนกับเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีดยังไงยังงั้น มีลีลาแพรวพราวเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ไม่ได้มีดีแค่ความเร็ว แต่ให้ความมั่นใจและมีชีวิตชีวา เมื่อขับช้าก็สนุกกับมันได้เหมือนกันแถมยังปลอดภัยกว่า เป็นรถที่ใช้งานได้จริงและมีความอเนกประสงค์เกือบจะรอบด้าน นับเป็นการรวมเอาข้อดีจากรถไฟฟ้า เสริมด้วยความสามารถพิเศษเฉพาะตัวที่ยังหาไม่ได้ใน EV คันอื่น ก่อนที่ M3 Electric จะโผล่ออกมา ซึ่งทั้งหมดนี้คือ การเปิดบทบาทใหม่ที่ยอดเยี่ยมของวงการรถยนต์ไฟฟ้าเลยทีเดียว.