‘ษัษฐรัมย์’ ค้านบอร์ดประกันสังคมรักษาการ เร่งสรรหาที่ปรึกษา-ตัดหนี้สูญ 29 ล้าน จี้รอบอร์ดชุดใหม่พิจารณา หวั่นไม่คุ้มค่าผู้ประกันตน
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ในฐานะบอร์ดรักษาการ เปิดเผยก่อนการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ชุดที่ 14 ครั้งที่ 13/2569 ว่า วันนี้ยังไม่ควรมีการประชุม เพราะอยู่ในช่วงรับรองผลบอร์ดชุดใหม่ ควรให้บอร์ดชุดใหม่มากำหนดแนวทางก่อน พร้อมขอให้ร่วมจับตาถึงวาระการประชุมในวันนี้ ที่มีการเสนอเกี่ยวกับการขยายระยะเวลาการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษาบอร์ดประกันสังคม, การขอความเห็นชอบโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานประกันสังคม จังหวัดสมุทรสงคราม มูลค่า 38 ล้านบาท และการขออนุมัติจำหน่ายหนี้ค้างชำระกองทุนประกันสังคมออกจากบัญชีเป็นสูญ
“สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่นอกจากขัดต่อกฎหมายแล้ว ยังขัดต่อหลักธรรมาภิบาลในการดำเนินการด้วย เพราะบอร์ดมีการดำเนินการเลือกตั้งเสร็จสิ้นไปแล้ว เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม และเจตจำนงของประชาชนก็ออกมาอย่างล้นหลาม เพราะฉะนั้นกระบวนการสรรหาที่ปรึกษาควรจะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการชุดใหม่ที่เข้ามา ไม่ทราบว่ามีสิ่งใดเร่งด่วน ถึงขนาดต้องรีบมีกระบวนการสรรหาในช่วงรอยต่อของการรับรองผลการเลือกตั้งของคณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่” นายษัษฐรัมย์กล่าว
เมื่อถามว่าโดยปกติแล้วที่ปรึกษาทั้ง 7 คนนี้จะต้องเลือกตอนไหนและเป็นใครเข้ามานั่ง นายษัษฐรัมย์กล่าวว่า ในกระบวนการของรอบที่แล้ว คือ มีการตั้งคณะกรรมการสรรหา มีการนำเสนอชื่อเพื่อจะได้มีการพิจารณา โดยไทม์ไลน์แล้วต้องเป็นบอร์ดชุดใหม่เข้ามา ซึ่งมีเวลา 2-3 เดือน เริ่มทำงานและกำหนดแนวทาง ถึงมีกระบวนการในการนำเสนอที่ปรึกษาเข้ามา ในครั้งนี้ก็จะเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่เหมาะสม เพราะในอีกด้านหนึ่งที่ปรึกษาก็ควรจะเชื่อมโยงกับคณะกรรมการ ในแง่ที่ว่าเป็นคนที่สอดรับกับแนวทาง นโยบาย ทั้งของ สปส.และคณะกรรมการชุดใหม่
“เรื่องนี้ที่เป็นประเด็นขึ้นมา เพราะวันนี้มีระเบียบวาระเข้ามาว่าขอขยายเวลาการสรรหา ซึ่งบอร์ดต้องพิจารณา ทำให้เราเห็นว่ามีกระบวนการสรรหาไปตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน ซึ่งถ้าตามกำหนดการเดิม คือ อีก 5 วันจะมีการเลือกตั้ง แต่เริ่มสรรหาที่ปรึกษาที่จะมาแทนชุดเดิมในคณะกรรมการชุดใหม่ ที่ยังไม่มีการเลือกตั้ง ก็เป็นกระบวนการที่เราต้องมีการตรวจสอบและผลักดันไปถึงรัฐมนตรีว่าได้รับทราบถึงปัญหานี้มากน้อยแค่ไหน” นายษัษฐรัมย์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงการขออนุมัติจำหน่ายหนี้ค้างชำระกองทุนประกันสังคมออกจากบัญชีเป็นสูญ นายษัษฐรัมย์กล่าวว่า การจำหน่ายหนี้สูญนั้นมีระเบียบของสำนักงานประกันสังคมกำหนดไว้ แต่ในช่วงที่ผ่านมา กระบวนการดำเนินงานของสำนักงานมีรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำๆ กล่าวคือ เมื่อลูกหนี้ค้างชำระไปเรื่อยๆ จนกระทั่งล้มละลาย สูญหาย หรือร้างกิจการ สำนักงานก็จะดำเนินการจำหน่ายหนี้ดังกล่าวออกจากบัญชีทันที โดยอ้างว่าเป็นการดำเนินการตามระเบียบและเพื่อให้การจัดทำบัญชีมีความครบถ้วนถูกต้อง
นายษัษฐรัมย์กล่าวว่า สิ่งที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าตั้งข้อสังเกตคือ บริษัทบางแห่งเมื่อประสบปัญหาล้มละลายหรือมีปัญหาหนี้สิน กรรมการหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเดิมอาจไปเปิดบริษัทใหม่ที่มีลักษณะการประกอบกิจการใกล้เคียงกัน ก่อนที่จะเกิดปัญหาค้างชำระหนี้ประกันสังคมซ้ำอีก ทำให้เห็นว่ากระบวนการจัดการปัญหาหนี้ค้างชำระที่ผ่านมาอาจยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด
“ในรอบที่ผ่านมา สำนักงานพยายามจะจำหน่ายหนี้ออกไป ซึ่งเราก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับแนวทางนี้ สิ่งที่ควรเกิดขึ้นคือการกำหนดแนวทางโดยคณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่ เพราะขณะนี้การเลือกตั้งเสร็จสิ้นไปแล้ว 7 วัน แต่ยังมีวาระเสนอให้พิจารณาจำหน่ายหนี้สูญอีก โดยครั้งนี้มีมูลค่าถึง 29 ล้านบาท” นายษัษฐรัมย์กล่าว
นายษัษฐรัมย์กล่าวต่อว่า แม้การจำหน่ายหนี้สูญจะไม่ได้ทำให้สถานะลูกหนี้ในทางกฎหมายสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ แต่มีข้อกังวลว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจทำให้กระบวนการติดตามหนี้ไม่ดำเนินต่อไปในระยะยาว จึงมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการหนี้และหลักธรรมาภิบาลของสำนักงานประกันสังคม โดยประเด็นนี้เป็นข้อสังเกตที่มีมาตั้งแต่ช่วงที่คณะกรรมการชุดเดิมปฏิบัติหน้าที่รักษาการในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ นายษัษฐรัมย์ยังกล่าวถึงวาระการก่อสร้างอาคารสำนักงานประกันสังคมจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งถูกนำเข้าสู่การพิจารณาในการประชุมครั้งนี้ ว่า โครงการดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 38 ล้านบาท และเห็นว่าควรเปิดโอกาสให้คณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่เข้ามาพิจารณาความเหมาะสมของโครงการก่อนตัดสินใจดำเนินการ
“แนวทางของกระทรวงแรงงานและทีมประกันสังคมก้าวหน้ามีจุดร่วมกันในเรื่องการลดการก่อสร้างอาคารสำนักงาน โดยเห็นว่าการสร้างอาคารใหม่ไม่ได้มีเพียงค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเท่านั้น แต่ยังมีภาระค่าบำรุงรักษาและค่าใช้จ่ายในการดูแลอาคารอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นต้นทุนจำนวนมากในระยะยาว” นายษัษฐรัมย์กล่าว
นายษัษฐรัมย์กล่าวว่า ในยุคที่สำนักงานประกันสังคมมีการลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบดิจิทัลมากขึ้น ควรพิจารณาลดการก่อสร้างอาคารใหม่ และหากมีความจำเป็นต้องใช้สถานที่ปฏิบัติงาน ควรศึกษาทางเลือกในการเช่าอาคารหรือพื้นที่สำนักงานเปรียบเทียบกับการก่อสร้าง โดยคำนวณต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน ทั้งค่าก่อสร้าง ค่าบำรุงรักษา และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพื่อพิจารณาว่าทางเลือกใดมีความคุ้มค่ามากกว่า
“เราพยายามเสนอให้ลดการสร้างตึกสร้างอาคาร เพราะนอกจากจะต้องใช้งบประมาณหลายสิบล้านบาทในการก่อสร้างแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาต่อเนื่องอีก หากคำนวณอย่างรอบด้าน การเช่าอาคารอาจมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการสร้างอาคารใหม่ก็ได้ เรื่องนี้จึงควรเป็นแนวทางที่คณะกรรมการชุดใหม่เข้ามาพิจารณา ไม่ควรเป็นคณะกรรมการชุดเดิมที่รักษาการมาเกือบ 1 ปี และนำเรื่องดังกล่าวมาพิจารณาในช่วงที่การเลือกตั้งเสร็จสิ้นไปแล้ว” นายษัษฐรัมย์กล่าว
นายษัษฐรัมย์กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวไม่ใช่เพียงเรื่องการอนุมัติงบประมาณหรือการดำเนินการตามระเบียบเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับแนวทางการบริหารกองทุนประกันสังคมในระยะยาว จึงควรเปิดโอกาสให้คณะกรรมการชุดใหม่ที่กำลังจะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้พิจารณาและกำหนดแนวทางที่สอดคล้องกับนโยบายของตน โดยเฉพาะเรื่องการติดตามหนี้ค้างชำระและการใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกันตน
นายษัษฐรัมย์กล่าวถึงกรณีงบบริหารสำนักงานประกันสังคม ประจำปี 2570 วงเงิน 4,900 ล้านบาท ว่า งบประมาณดังกล่าวผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการงบประมาณของสำนักงานประกันสังคมแล้ว โดยในส่วนของงบบุคลากรมีวงเงินประมาณ 1,900 ล้านบาท
นายษัษฐรัมย์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้สำนักงานประกันสังคมระบุว่า การพิจารณางบประมาณสามารถดำเนินการได้ในส่วนที่มีความเร่งด่วนและจำเป็น แต่ขณะนี้การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมเสร็จสิ้นแล้ว จึงเห็นว่าควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าเรื่องใดมีความจำเป็นต้องดำเนินการทันที และเรื่องใดสามารถรอให้คณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่เข้ามาพิจารณาได้
“ตอนนั้นประกันสังคมบอกว่าให้พิจารณาได้ในเรื่องที่เร่งด่วนและมีความจำเป็น แต่ตอนนี้การเลือกตั้งบอร์ดเสร็จแล้ว ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่เร่งด่วนและไม่มีความจำเป็น ก็สามารถรอคณะกรรมการชุดใหม่ได้” นายษัษฐรัมย์กล่าว
นายษัษฐรัมย์กล่าวถึงความคืบหน้าการรับรองผลการเลือกตั้งและการเข้าปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่ว่า จากการสื่อสารของเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม รวมถึงการให้ข้อมูลในรายการที่เกี่ยวข้องก่อนหน้านี้ มีการสื่อสารว่าคณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่น่าจะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้ในเดือนพฤศจิกายนนี้
“อย่างไรก็ตาม ต้องการให้มีกระบวนการติดตามและเร่งรัดขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คณะกรรมการชุดใหม่สามารถเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้ตามกรอบเวลาที่แจ้งไว้ เนื่องจากนับตั้งแต่การเลือกตั้งเสร็จสิ้น ยังไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกับเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม โดยในการประชุมครั้งนี้จะสะท้อนข้อเสนอเกี่ยวกับการติดตามความคืบหน้าและเร่งรัดกระบวนการรับรองผลด้วย” นายษัษฐรัมย์กล่าว
เมื่อถามว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการประกันสังคมอีกครั้งหลังจากการประชุมวันที่ 19 ตุลาคมหรือไม่ นายษัษฐรัมย์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการนัดหมายการประชุมครั้งถัดไป โดยต้องพิจารณาตามแนวโน้มและกำหนดการในระยะต่อไป