พาณิชย์ ผนึก 45 พันธมิตร จัดไทยช่วยไทยกินเจ ลดราคาสูงสุด 50%
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า วันนี้(9ต.ค.)ได้ เป็นประธานเปิดกิจกรรม“ไทยช่วยไทย : อิ่มบุญ อิ่มคุ้ม เทศกาลกินเจ 2569” ระหว่างวันที่ 10–18 ตุลาคม 2569 รวม 9 วันณ ตลาดยิ่งเจริญ เขตบางเขน กรุงเทพมหานครโดยมีนาวาตรี วรวิทย์ เตชะสุภากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ นางณฤมล ธรรมวัฒนะ ประธานกรรมการตลาดยิ่งเจริญ นายภัทรพงศ์ บำรุงสุข นายกสมาคมการค้าตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรไทย และผู้แทนภาคเอกชนเข้าร่วม
ภายในงานมีการนำสินค้าและวัตถุดิบจำเป็นสำหรับเทศกาลกินเจมาจัดโปรโมชั่นลดราคาสูงสุด 50% พร้อมอาหารปรุงสำเร็จและเมนูเจทางเลือก เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน ควบคู่กับการติดตามสถานการณ์สินค้าและราคาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
นางศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการดูแลค่าครองชีพประชาชนในช่วงเทศกาลกินเจ ซึ่งเป็นช่วงที่มีความต้องการผัก วัตถุดิบประกอบอาหาร และเครื่องปรุงเพิ่มขึ้น ขณะที่ปีนี้ฝนตกหนักและน้ำท่วมในบางพื้นที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตสินค้าเกษตร กระทรวงพาณิชย์จึงประสานแหล่งผลิตและผู้ประกอบการเพื่อเร่งกระจายผลผลิตเข้าสู่ตลาด จากการติดตามพบว่าราคาผักหลายชนิดเริ่มกลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดสถานการณ์น้ำท่วม ขณะที่สินค้าบางรายการมีการปรับลดราคาในช่วงเทศกาลกินเจ พร้อมจัดหาผักทางเลือกในกรณีที่ผลผลิตบางชนิดมีไม่เพียงพอ
สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น โดยเฉพาะเนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่ กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานผู้ผลิตและผู้ประกอบการเพื่อบริหารจัดการปริมาณสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการ พร้อมดูแลราคาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าในราคาที่เป็นธรรม ขณะเดียวกันผู้ผลิตและผู้จำหน่ายยังสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ กรมการค้าภายในผนึกกำลังพันธมิตร 45 ราย ครอบคลุมผู้ประกอบการ ห้างค้าปลีก–ค้าส่ง ตลาดกลาง และตลาดสด นำสินค้าและวัตถุดิบสำหรับเทศกาลกินเจมาจัดโปรโมชั่นลดราคาสูงสุด 50% พร้อมอาหารปรุงสำเร็จและสินค้าอาหารทางเลือก นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการกระจายสินค้าผ่านเครือข่ายร้านค้าของผู้ประกอบการทั่วประเทศ และเชื่อมโยงผลผลิตจากเกษตรกรเข้าสู่ช่องทางจำหน่ายต่าง ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ผลิตไทย
ภายในงานยังมีการนำเสนอเมนูอาหารเจจากนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต (Future Food) โดยเชฟพล ตัณฑเสถียร ร่วมปรุงเมนูยำเส้นโปรตีนและเต้าหู้ฉีกไข่ผำ พร้อมนำเสนอทางเลือกอาหารที่พัฒนาจากนวัตกรรมและวัตถุดิบทางเลือก โดยมีความร่วมมือด้านนวัตกรรมอาหารจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคสามารถเลือกอาหารได้ตามความต้องการ
นางศุภจี กล่าวว่าขอบคุณผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ห้างค้าปลีก–ค้าส่ง ตลาดสด และพันธมิตรทุกภาคส่วนที่ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือประชาชน พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วม “อิ่มบุญ อิ่มคุ้ม” ในเทศกาลกินเจ 2569 ระหว่างวันที่ 10–18 ตุลาคม 2569 เลือกซื้อสินค้าและอาหารเจจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569
ด้านนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กิจกรรม “ไทยช่วยไทย อิ่มบุญ อิ่มคุ้ม เทศกาลกินเจ 2569” ประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ การเชื่อมโยงผักสดเข้าสู่ตลาดเพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายและช่วยดูแลราคาสินค้า การร่วมมือกับห้างค้าปลีก–ค้าส่ง สถานีบริการน้ำมันและร้านกาแฟภายในสถานีบริการ อาทิ พันธุ์ไทย คาเฟ่ อเมซอน และอินทนิล รวมถึงตลาดกลางและตลาดสด จัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้า 5 หมวด ได้แก่
วัตถุดิบอาหารเจลดสูงสุด 50% ซอสปรุงรสลดสูงสุด 50% อาหารสำเร็จรูปลดสูงสุด 50% เครื่องดื่มเจลดสูงสุด 45% และผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคต (Future Food) ลดสูงสุด 50% นอกจากนี้ ประชาชนยังสามารถเลือกซื้อวัตถุดิบและสินค้าอาหารเจในราคาพิเศษได้ที่ห้างค้าปลีก–ค้าส่งชั้นนำที่เข้าร่วมโครงการ อาทิ Go Wholesale, Tops, Big C, Lotus’s, Makro และ 7-Eleven เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจ
สำหรับภาพรวมโครงการ มีพันธมิตรเข้าร่วม 45 ราย ครอบคลุมการเชื่อมโยงผักสดจากแหล่งผลิตเข้าสู่ตลาดกลาง 4 แห่ง การจำหน่ายวัตถุดิบและอาหารเจผ่านห้างค้าปลีก–ค้าส่งและร้านสะดวกซื้อ 697 รายการ ผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคต (Future Food) 51 รายการ และอาหารปรุงสด–ปรุงสำเร็จจากร้านอาหารเจ 250 ร้านค้า รวม 852 รายการทั่วประเทศ โดยจัดโปรโมชั่นลดราคาสูงสุด 50% เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าและอาหารเจในราคาประหยัด ควบคู่กับการกระจายผลผลิตจากเกษตรกรสู่ตลาดและเพิ่มช่องทางจำหน่ายให้แก่ผู้ประกอบการตลอดช่วงเทศกาล