คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangนนทบุรี · เปลี่ยน

ฝั่งเมียนมายังรบปะทะหนัก ชาวแม่สอดผวา วิ่งหลบวุ่น ทหารไทยตรึงกำลัง-ปิดสะพานข้าม

ที่มา: ไทยรัฐ

ฝั่งเมียนมายังรบปะทะหนัก ชาวบ้านแม่สอดผวาเสียงโจมตีทิ้งระเบิด วิ่งหลบวุ่น หวั่นถูกลูกหลง ด้านทหารไทยตรึงกำลังลาดตระเวนตลอดแนวชายแดน สั่งปิดสะพานข้าม-เตรียมระงับขนส่งสินค้า

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการณ์การสู้รบในฝั่งเมียนมา เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ที่บ้านมินลาปาน บ้านผาลูน้อย อ.เมียวดี จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ตรงข้ามตำบลมหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก ยังมีการสู้รบอย่างหนัก ฝ่ายทหารเมียนมามีการใช้อากาศยานทิ้งระเบิด 2-3 รอบ เพื่อโจมตีฝ่ายกะเหรี่ยง

นอกจากนี้ทั้ง 2 ฝ่ายยังได้ปะทะกัน ด้วยอาวุธประจำกาย ทำให้บรรดาเจ้าของร้านค้าบริเวณหน้าโรงเรียนบ้านแม่โกนเกนต่างหาที่กำบังกัน ชาวบ้านที่ใช้จักรยานยนต์ ต้องรีบขับขี่เพื่อหนีไปยังจุดที่ปลอดภัย เอามือกุมศีรษะ

นางสมศรี ราษฎรบ้านหมู่ที่ 4 ตำบลมหาวัน อ.แม่สอด กล่าวว่า ต้องอยู่อย่างลำบากมานานกว่า 1 ปี นอนหลับๆ ตื่นๆ เวลายิงกัน ต้องวิ่งหาที่กำบัง ที่น่ากลัวที่สุดคือ อาวุธปืน ค. เกรงว่าจะมาตกลงใส่ที่บ้าน

ด้านทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ยังคงตรึงแนวชายแดนบริเวณริมฝั่งเมียนมา พร้อมจัดกำลังลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน การปะทะดังกล่าวยังไม่มีกระสุนล้ำเข้ามาเขตไทยแต่อย่างใด

นอกจากนี้ หลังจากที่กองกำลังนเรศวร โดยพลตรีประสาน เห็นประเสริฐ ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร ได้ทำหนังสือความร่วมมือจากศุลกากรแม่สอด เพื่อให้ระงับการอนุญาตขนส่งสินค้าในจุดผ่อนปรน ตั้งแต่บริเวณด้านใต้สะพานมิตรภาพไทย เมียนมา แห่งที่ 1 บ้านริมเมย ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด ลงไปทางด้านพื้นที่การสู้รบ ตรงข้ามบ้านมินลาปาน ตรงข้าม ต.มหาวัน และบริเวณบ้านช่องแคบ ตำบลช่องแคบ และบ้านวาเล่ย์ ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ เป็นเวลา 7 วัน หรือ จนกว่าสถานการณ์การสู้รบในพื้นที่ดังกล่าวจะสงบ

ขณะที่ อ.พบพระ ทหารกองกำลังนเรศวร ได้ปิดท่าข้ามที่บ้านวาเล่ย์ใต้ วาเล่ย์เหนือ ต.วาเล่ย์ ทั้งหมด โดยมีการปิดสะพานที่ชาวเมียนมาเคยข้ามไปมา เพื่อเข้ามาซื้อสินค้าไทย

ความคิดเห็น