"สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ" ทรงเป็นองค์ประธานตัดสินการประกวดผ้าลายพระราชทานและงานหัตถกรรม ประจำปี 2569 รอบตัดสินระดับประเทศ (Final)
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทรงเป็นองค์ประธานตัดสินการประกวดผ้าลายพระราชทาน "ผ้าลายขอสมเด็จฯ-เจ้าฟ้าฯ" และ "ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ" และงานหัตถกรรม ประจำปี 2569 รอบตัดสินระดับประเทศ (Final)
โดยมีท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ นางสนองพระโอษฐ์ และราชเลขานุการในพระองค์, ท่านผู้หญิงฉัตรแก้ว นันทาภิวัฒน์ นางสนองพระโอษฐ์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, ดร.ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ อดีตรองราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมคณะรัฐมนตรี, คณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย, ผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน, ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก, ดีไซเนอร์ชั้นนำของประเทศ, เหล่าข้าราชการ และพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เฝ้ารับเสด็จอย่างพร้อมเพรียง
การจัดประกวดในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการขับเคลื่อนโครงการตามพระดำริฯมาอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้มียอดผู้สมัครเข้าร่วมประกวดทั่วประเทศสูงถึง 10,957 ชิ้นงาน แบ่งเป็นประเภทผ้า 10,349 ผืน และงานหัตถกรรม 608 ชิ้นงาน ซึ่งผ่านการคัดสรรอย่างเข้มข้นในระดับภูมิภาค จนเหลือผู้ผ่านเข้ารอบ Semi Final จำนวน 48 คน สร้างสรรค์ผลงานรวม 63 ชิ้นงาน ประกอบด้วยผ้า 58 ผืน และงานหัตถกรรม 5 ชิ้นงาน ที่ได้ร่วมลุ้นรางวัลอันทรงเกียรติในรอบตัดสินระดับประเทศนี้
สำหรับผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศและได้รับพระราชทานเหรียญพระราชทาน เหรียญทอง ประเภทผ้า มีจำนวน 14 เหรียญทองต่อประเภท โดยประเภทผ้าขิด ผู้ชนะเลิศเหรียญทองได้แก่ นายวันเฉลิม ศรีภุยเดช จากเฮือนไหมมนัสวรรณ ไหมแท้ที่แม่ทอ จังหวัดอุดรธานี, ประเภทผ้าเทคนิคสร้างสรรค์ ผู้ชนะเลิศเหรียญทองได้แก่ นายสุระชัย นาสูงชน จากศูนย์การเรียนรู้หัตถกรรมผ้าไหมมัดหมี่ อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น
ส่วนประเภทผ้าเทคนิคเกาะ/ล้วง ผู้ชนะเลิศเหรียญทองได้แก่ นายอภิรัตน์ รัตนศิลา จากร้านซิ่นเมืองน่านโบราณ by คำไทด์ จังหวัดน่าน, ประเภทผ้ายกใหญ่ ผู้ชนะเลิศเหรียญทองได้แก่ นายเรวัต สิงห์ศักดิ์ จากร้านคุณอู๋ไหมไทย จังหวัดลำพูน, ประเภทผ้าปัก ผู้ชนะเลิศเหรียญทองได้แก่ นางอมรรัตน์ แซ่แจ๋ว จากกลุ่มผ้าปักเมี่ยน จังหวัดลำปาง, ประเภทผ้าจากกลุ่มชาติพันธุ์ลาวเวียง ลาวครั่ง ไทลื้อ หรือชาติพันธุ์อื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในไทย ผู้ชนะเลิศเหรียญทองได้แก่ นายอังคาร ไชยมหา จากร้านไชยมหา จังหวัดกาฬสินธุ์
ประเภทผ้าบาติก/ผ้ามัดย้อม/ผ้าเขียนเทียน ผู้ชนะเลิศเหรียญทองได้แก่ นายมนัส สุวรรณถาวร จากร้านลานใบเมืองลุง จังหวัดพัทลุง, ประเภทผ้าหมี่ข้อ/หมี่คั่น ผู้ชนะเลิศเหรียญทองได้แก่ นายยุทธนา น้ำกระจาย จากกลุ่มลัลณ์ลลิล จังหวัดร้อยเอ็ด, ประเภทผ้าจก/ผ้าตีนจก ผู้ชนะเลิศเหรียญทองได้แก่ นายภณพล คิดสำราญ จากกลุ่มทอผ้าหัสดินทร์ จังหวัดสุรินทร์, ประเภทผ้าแพรวา ผู้ชนะเลิศเหรียญทองได้แก่ นายพงษ์ชยุตน์ โพนะทา จากภูไทดำ จังหวัดกาฬสินธุ์
สำหรับประเภทผ้าเทคนิคผสมเทคนิคพื้นเมือง ผู้ชนะเลิศเหรียญทองได้แก่ นายชัชวาล ชวาลศิริโชติ จากกลุ่มระกา จังหวัดอุบลราชธานี, ประเภทผ้ามัดหมี่ 2 ตะกอ ผู้ชนะเลิศเหรียญทองได้แก่ นายยุทธนา น้ำกระจาย จากกลุ่มทอผ้าลัลณ์ลลิล จังหวัดร้อยเอ็ด, ประเภทผ้ามัดหมี่ 3 ตะกอขึ้นไป ผู้ชนะเลิศเหรียญทองได้แก่ นายวิสุทธิ์ จอมแจ้ง จากโครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านบ่อเดือนห้า จังหวัดสกลนคร, ประเภทผ้ายกเล็ก ผู้ชนะเลิศเหรียญทองได้แก่ นายภณพล คิดสำราญ จากกลุ่มทอผ้าหัสดินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ส่วนประเภทงานหัตถกรรม จำนวน 1 เหรียญทอง ตกเป็นของ "นายมะรอพี แดเนาะ" สมาชิกศิลปาชีพ ย่านลิเภา จังหวัดนราธิวาส
นอกจากนี้ ยังมีรางวัล The Best ประเภทผ้าอีก 1 รางวัล มอบให้ "นายอังคาร ไชยมหา" จากจังหวัดกาฬสินธุ์ รวมทั้งสิ้นเป็น 16 รางวัล
อย่างไรก็ตาม ภายในงานนอกจากจะมีพิธีพระราชทานรางวัลอันทรงเกียรติในรอบตัดสินระดับประเทศแล้ว ยังจัดนิทรรศการแสดงผลงานผ้าไทยและงานหัตถกรรมอันวิจิตรงดงามตระการตา ที่รังสรรค์ขึ้นจากฝีมือของช่างทอผ้าและผู้ประกอบการไทยทั่วประเทศ เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานในการยกระดับผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้ก้าวไกลสู่สากล นับเป็นการสร้างอาชีพ, สร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน.