คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangหนองคาย · เปลี่ยน

รอง ผบก.หนองคายแจงปม “ทองของกลาง” ยันทำตามกฎหมาย ลั่นเร่งล่า ...

ที่มา: 77kaoded

หนองคาย รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย แถลงคดีทอง

รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย พร้อม ผกก.สภ.เมืองหนองคาย ชี้แจงกรณีผู้ต้องหาที่ลักทรัพย์ให้การกับเจ้าหน้าที่ สน.สายไหม ว่าทองของกลางส่วนหนึ่งตำรวจหนองคายขอแบ่ง ยันทุกอย่างทำถูกต้อง อีกทั้งเร่งขยายผลทรัพย์ที่ตรวจยึดไว้ หาแหล่งที่มาหรือเจ้าของทรัพย์นำหลักฐานมายื่นขอทรัพย์สินคืน ส่วนผู้ต้องหาอ้างมีนายเป็นคนมีสี ก็จะสืบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป

เมื่อเวลาประมาณ 16.45 น.วันนี้ (30 ส.ค. 69) ที่ สภ.เมืองหนองคาย พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ พูลเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย และ พ.ต.อ.จิรวิทย์ ปานยิ้ม ผกก.สภ.เมืองหนองคาย ได้ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีผู้ต้องหาที่ลักทรัพย์ให้การกับเจ้าหน้าที่ สน.สายไหม ว่าทองของกลางส่วนหนึ่งตำรวจหนองคายขอแบ่ง โดยได้นำทองคำจำนวน 6 แท่งมาแสดงด้วย

พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ พูลเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย บอกว่า เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย ตั้งจุดตรวจบริเวณด่านตรวจหนองสองห้อง ถนนมิตรภาพหนองคาย – อุดรฯ ได้รับแจ้งทางวิทยุจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใกล้ ๆ กับสี่แยกไฟแดงหนองสองห้องว่า มีรถยนต์ฝ่าสัญญาณไฟแดง น่าสงสัย เจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจฯก็ได้เรียกรถคันดังกล่าวสอบถามตรวจค้น พบว่าคนขับท่าทางมีพิรุธ ต้องสงสัย จึงได้เรียกลงจากรถ แสดงตัวขอทำการตรวจค้น แสดงความบริสุทธิ์ก่อนทำการตรวจค้น เจ้าของรถก็ยินยอมให้ตรวจค้นรถแต่โดยดี ผลการตรวจค้นทั้งในรถและที่ตัว สอบถามถึงพฤติการณ์ที่ไม่ปกติ คนขับรถที่สารภาพว่าได้เสพยาเสพติดมา จึงได้ขออนุญาตตรวจปัสสาวะ พบว่าฉี่สีม่วง จากการตรวจค้นตัวก็ได้พบวัตถุสีทองซึ่งไม่ทราบว่าเป็นอะไรลักษณะคล้ายทอง จำนวน 6 ชิ้น ในส่วนของผู้หญิงที่นั่งมาด้วยกันเจ้าหน้าที่ก็ขอตรวจค้น พบวัตถุคล้ายทองเหมือนกัน สอบถามผู้ชายก็ตอบไม่ชัดเจนทรัพย์ที่ตรวจค้นพบได้มาอย่างไร จากใคร คนขับก็ไม่ได้บอกว่าสิ่งของที่ตรวจพบได้มาจากการกระทำความผิด เช่นไปลักขโมยมา ส่วนผู้หญิงสอบถามแล้วก็ยืนยันทองเป็นของตนเอง น้ำหนักประมาณ 3 บาท เจ้าหน้าที่ตรวจดูหลักฐานและสอบปากคำก่อนจะคืนทองให้กับผู้หญิงไป เพียงแต่ยึดสิ่งของลักษณะคล้ายทองคำที่พบในตัวคนขับไว้ตรวจสอบ

รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย บอกต่อไปอีกว่า ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นรถ เจอโทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก กว่า 100 เครื่อง ซึ่งช่วงที่ผ่านมานี้จังหวัดหนองคายได้มีการจับกุมแก๊งสแกมเมอร์ ความผิดออนไลน์ บัญชีม้าอย่างต่อเนื่อง กำลังมีการขยายผลอยู่ในขณะนี้หลายเคส ที่ผ่านมากรณีดังกล่าวก็มีลักษณะคล้ายกับที่เจ้าหน้าที่ติดตามผู้ต้องสงสัยแบบกรณีนี้ เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดมือถือและคอมพิวเตอร์ฯไว้ตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์หรือไม่ รวมไปถึงวัตถุคล้ายทองก็ได้ยึดไว้ตรวจสอบเช่นกัน เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นทองคำจริงหรือไม่ เป็นของใคร ได้มาอย่างไร มีส่วนเกี่ยวข้องกับมือถือและคอมพิวเตอร์ฯที่ตรวจยึดได้ครั้งนี้ด้วยหรือไม่ เกี่ยวข้องกับกลุ่ม แก๊งสแกมเมอร์หรือไม่ ต่อมาก็ได้รับการพิสูจน์ทราบว่าเป็นทองคำจริง ก็จะได้มีการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามระเบียบต่อไป

ส่วนที่มีผู้พยายามติดต่อเพื่อขอทองคำคืนนั้น รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย บอกว่าในหลักการแล้วก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายอยู่แล้ว พนักงานสอบสวนก็จะดำเนินการสอบปากคำ รวบรวมหลักฐานในส่วนที่เกี่ยวข้อง ใครเป็นเจ้าของ มีที่มาที่ไปอย่างไรก็ต้องมาแสดงตัวให้กับพนักงานสอบสวนได้ทราบ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการต่อรองอะไรกับผู้ต้องหา เป็นการดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ของการสอบสวนและสืบสวน ส่วนที่ผู้ต้องหาอ้างว่าเขาทรัพย์มาจากบ้านนายนั้น ตอนนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลอยู่

ส่วนเครื่องแบบนายทหารที่อยู่ในรถนั้น พ.ต.อ.จิรวิทย์ ปานยิ้ม ผกก.สภ.เมืองหนองคาย บอกว่า เครื่องแบบใครจะเอาในรถก็ได้ จากการดูสภาพของเครื่องแบบ มีสภาพเก่า ทองเหลืองที่อยู่บนบ่าก็มีสภาพเก่าเช่นกัน เจ้าหน้าที่ไม่อยากจะปักใจ แต่ก็ไม่ได้ทิ้งประเด็นนี้ ก็จะมีการรวบรวมพยานหลักฐาน จะดูข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คด้วย ถ้ามีเกี่ยวข้องก็ต้องมีการออกหมายเรียกให้เข้ามาชี้แจงกับพนักงานสอบสวน การที่ผู้ต้องหาอ้างว่ามีนายคนโน้นคนนี้เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ปักใจเชื่อ เพราะทุกคนสามารถพูดอ้างได้ ดังนั้นการดำเนินการทุกอย่างต้องมีพยานหลักฐาน ทำแล้วต้องได้ผลดี ไม่ใช่มีแพะมา เราจะดำเนินการไม่ให้มีแพะ ตัวจริงเสียงจริงเท่านั้นที่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการ

ส่วนสังคมตั้งข้อสงสัยว่าทำไมเจ้าหน้าที่ถึงได้ปล่อยตัวผู้ต้องหาไป รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย บอกว่า ไม่ได้ปล่อยตัวผู้ต้องหา แต่ได้มีการดำเนินคดี ขับเสพ มีการส่งศาล ศาลก็น่าจะมีการลงโทษปรับไปแล้ว ก็ต้องปล่อยตัวตามขั้นตอนของกฎหมาย และเจ้าหน้าที่ไม่ทราบว่าผู้ต้องหามีหมายจับ เนื่องจากไม่ได้รับการสานจากใคร หรือจากหน่วยที่เกี่ยวข้องว่ามีการแจ้งความลักทรัพย์ไว้ ถ้ารู้ว่าผู้ต้องหาก่อคดีลักทรัพย์มาเจ้าหน้าที่ก็ต้องควบคุมตัวไว้อยู่แล้ว หมายจับก็ไม่มี ตัวผู้ต้องหาเองก็ไม่ได้แจ้งเกี่ยวกับทรัพย์ว่าได้มาอย่างไร บอกเพียงว่าเป็นของตนเอง และเป็นทองปลอมด้วย ทรัพย์ต้องยึดไว้ เนื่องจากต้องสงสัยว่ามากันเพียง 2 คน ทำไมมีโทรศัพท์ 100 กว่าเครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กอีก 15 เครื่อง เอามาทำอะไร อีกทั้งตนยังคิดว่าทองส่วนนี้น่าจะได้มาจากที่อื่น.

ความคิดเห็น