คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangหนองคาย · เปลี่ยน

พิษวีซ่าล่าช้าทำ นทท.ละตินอเมริกาวูบ 30% สุรศักดิ์ ยันรับปัญหาเล็งเสนอฟรีวีซ่าให้

ที่มา: มติชน

พิษวีซ่าล่าช้าทำ นทท.ละตินอเมริกาวูบ 30% สุรศักดิ์ ยันรับปัญหาเล็งเสนอฟรีวีซ่าให้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แหล่งข่าวจากภาคการท่องเที่ยวระบุถึงปัญหาของภาคการท่องเที่ยวไทยในขณะนี้ เกิดปัญหาด้านวีซ่าในตลาดระยะไกล โดยเฉพาะละตินอเมริกา เนื่องจากกระบวนการยื่นและอนุมัติวีซ่าของไทยมีความล่าช้ามาก ทำให้ออกวีซ่าไม่ทันตามกำหนดวันเดินทางจริง จึงเห็นภาพของกรณีที่สายการบินทำนัดหมายขอเข้าพบผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อย่างเร่งด่วน เพื่อสะท้อนปัญหาและขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับอุปสรรคด้านวีซ่า โดยประเทศที่ประสบปัญหาหลัก ได้แก่ เม็กซิโก และโคลอมเบีย ซึ่งเห็นผลกระทบอย่างชัดเจน บริเวณหน้าเคาน์เตอร์เช็คอิน ส่งผลให้อัตราผู้โดยสารที่มาแสดงตัวขึ้นเครื่อง (Show-up rate) ตกลงกว่า 20% – 30% เนื่องจากนักท่องเที่ยวได้รับอนุมัติวีซ่าไม่ทัน ผู้โดยสารต้องเลื่อนการเดินทางหรือยกเลิกตั๋ว ซึ่งสร้างความเสียหายและกระทบต่อแผนการบินของสายการบินอย่างหนัก

แหล่งข่าวระบุว่า ผลกระทบต่อภาพรวมตลาดท่องเที่ยวไทย จากข้อมูลพบว่า ยอดนักท่องเที่ยวจากเม็กซิโกและละตินอเมริกาปรับตัวลดลงอย่างชัดเจน บริษัทนำเที่ยว (Tour Operators หรือ Agents) หลายแห่งถอนตัวและเปลี่ยนไปขายแพคเกจท่องเที่ยวประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามแทน เนื่องจากขั้นตอนสะดวกและเข้าถึงง่ายกว่า ซึ่งจากการหารือร่วมกับภาคเอกชนและสายการบิน ยังคงสะท้อนว่า ขั้นตอนและระยะเวลาการพิจารณาวีซ่ายังคงล่าช้าและยังไม่ได้ปรับตัวดีขึ้น

“กระทรวงการต่างประเทศมีความเข้มงวดและระมัดระวังสูงมาก ในการพิจารณาตลาดละตินอเมริกา ซึ่งปัญหาตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่การปฏิเสธวีซ่า แต่เป็นปัญหาของระบบที่ล่าช้าและทำไม่ทันกับระยะเวลาเดินทางของนักท่องเที่ยว แม้นักท่องเที่ยวยินดีปฏิบัติตามขั้นตอนทุกประการ แต่กระบวนการออกเอกสารช้าจนไม่ทันกำหนดบิน” แหล่งข่าว กล่าว

ด้าน นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับทราบปัญหาการออกวีซ่าล่าช้าที่เกิดขึ้นกับประเทศเม็กซิโกและหลายประเทศในแแถบละตินอเมริกาแล้ว โดยเบื้องต้นเตรียมแนวทางแก้ไขปัญหาระยะยาว ด้วยการเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการตรวจลงตรา ในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ ให้อนุมัติมาตรการฟรีวีซ่าให้กับประเทศในกลุ่มละตินอเมริกา และประเทศอื่นที่มีศักยภาพเพิ่มเติม เช่น โคลัมเบีย เม็กซิโก และอุซเบกิสถาน

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า คณะกรรมการจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบทั้งในมิติด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ แต่โดยหลักการแล้ว หากประเทศใดไม่มีความเสี่ยงทางความมั่นคง กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ก็จะพยายามผลักดันให้หลายประเทศได้รับการยกเว้นวีซ่าให้มากที่สุด โดยเบื้องต้นอาจอนุมัติระยะเวลาพำนัก 15 วันตามสถิติในการเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทย

นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ด้านสถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบียและตะวันออกกลาง หลังจากเกิดเหตุการณ์โจมตีและระเบิดทางอากาศที่ท่าอากาศยานริยาด (Riyadh Airport) อย่างต่อเนื่อง เกิดผลกระทบต่อยอดนักท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบีย ลดลงทันทีเกือบ 40% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 ทำให้ในภาพรวมตลาดตะวันออกกลาง (Middle East) ทั้งหมด ถือเป็นตลาดเดียวในกลุ่มระยะไกลที่ปรับตัวลดลง โดยคาดว่าจบปีงบประมาณจะมีนักท่องเที่ยวรวมประมาณ 6-7 แสนคน ลดลงประมาณ 2 แสนคน เทียบกับปี 2568 ที่สามารถทำได้กว่า 8 แสนคน

นางจิระวดี กล่าวว่า จากการปะทะกันอย่างรุนแรงจะเห็นว่า สนามบินริยาดต้องระงับการบิน สายการบินต่างประเทศหลายแห่งยกเลิกเที่ยวบินเข้าสนามบินริยาดไปจนถึงปลายปี 2569 หรือยาวถึงต้นปี 2570 ตัวอย่าง เที่ยวบินตรงเส้นทาง ริยาด – กรุงเทพฯ ประมาณ 10 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ต้องหยุดให้บริการชั่วคราว แต่เส้นทางบินที่ยังเปิดบริการยังคงมีอยู่ ได้แก่ ซาอุเดีย (Saudia) ให้บริการบินตรงจากเจดดาห์ – กรุงเทพฯ จำนวน 9 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ซึ่งช่วยประคองการเดินทางเข้าไทยได้บางส่วน ขณะที่สายการบินในกลุ่มตะวันออกกลาง อาทิ Emirates, Flydubai ยังคงรักษาสล็อตตารางบิน (Flight Slots) ไว้รวมกว่า 13,471 เที่ยวบิน คิดเป็นความจุที่นั่งกว่า 4 ล้านที่นั่ง โดยไม่ถอนเครื่องบินออก เพื่อพร้อมกลับมาบินทันทีที่สถานการณ์คลี่คลาย

“ต้องยอมรับว่า ก่อนเกิดเหตุโจมตี ตลาดซาอุดีอาระเบียเป็นตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตสูงมากและเป็นตลาดความหวัง แต่พอมีเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง ช่วงแรกหลังเกิดเหตุเดือนมกราคม – พฤษภาคม ยอดนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางติดลบหนักถึง 30% ซึ่งส่วนนี้ ททท.ใช้กลยุทธ์การแก้ไขเบื้องต้นผ่านการเดินทางไปจัดงานแถลงข่าวด้วยตัวเองของผู้ว่าการ ททท.เพื่อสร้างความมั่นใจ พร้อมทั้งเชิญสื่อมวลชนระดับ High-End และ Influencers กลุ่มลูกค้ารายได้สูงในพื้นที่มาทำกิจกรรมประชาสัมพันธ์ จึงเห็นว่า หลังเดือนพฤษภาคม ยอดนักท่องเที่ยวดีดตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว จาก 2 แสนคนกว่า พุ่งขึ้นเป็น 5 แสนคน และแตะระดับ 6-7 แสนคนในช่วงปลายปี ทำให้ภาพรวมตลาดตะวันออกกลางทั้งปี ปรับลดการติดลบลงจากระดับลบ 30% เหลือติดลบไม่เกิน 6% แล้ว” นางจิระวดี กล่าว

ความคิดเห็น