“นายกฯ” ยันแจ้งเมียนมาแล้ว ให้เพิ่มความระมัดระวัง ไม่มุ่งทำลายชีวิต-ทรัพย์สิน ประชาชน 2 ประเทศ พร้อมกำชับ ผบ.เหล่าทัพ หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง-การปะทะให้มากที่สุด
เมื่อเวลา 13.05 น. วันที่ 2 พ.ย. 2569 รพ.หนองคาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึง กรณีฝ่ายค้าน จี้รัฐบาลทำแถลงการณ์อย่างเป็นทางการถึงเมียนมา หลังเกิดสถานการณ์สู้รบชายแดนไทยเมียนมา ว่า เรื่องนี้เราได้ดำเนินการทั้งกองทัพและการทูตอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าตอนนี้ มีระเบิดลงรายวันมีการกำชับหน่วยงานความมั่นคงอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรารับทราบ ซึ่งมีการแจ้งกัน และได้แจ้งไปยังรัฐบาลเมียนมาแล้วว่า จะต้องมีการดำเนินการ โดยไม่ให้มีผลกระทบต่อประเทศไทย ซึ่งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้แจ้งไปยังรัฐบาลเมียนมาแล้วว่าประเทศไทยมีความกังวลและขอให้ดำเนินการด้วยความระมัดระวัง ไม่มุ่งทำลายชีวิตประชาชน ทรัพย์สิน บ้านเรือนที่ไม่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ
เมื่อถามย้ำว่าทางการเมียนมาได้ให้คำตอบว่าอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เราจะมีการเชิญเจ้าหน้าที่ของสถานทูตเมียนมา มารับทราบความกังวลของเรา ซึ่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้ดำเนินการไปแล้ว
ส่วนหากสถานการณ์ยังไม่ทุเลาลงจะมีการเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการหรือไม่ นายกรัฐมนตรียืนยันว่าเราป้องกันเรื่องดินแดนของเราอย่างเต็มที่อยู่แล้ว และมีการส่งกำลังพลลาดตระเวนเพิ่มความพร้อมมากขึ้น ขณะเดียวกันตนได้กำชับผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ว่าให้หลีกเลี่ยงการปะทะ และความขัดแย้งให้ได้มากที่สุด เพราะในส่วนที่มีการสู้รบกันไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเทศไทย และคนไทย ซึ่งเราก็ต้องป้องกันดินแดนของเราให้ได้มากที่สุด เท่าที่เราจะมีความสามารถ ซึ่งตอนนี้เราได้รับความเสียหายส่วนหนึ่ง จึงต้องเรียกเขามาเตือน
เมื่อถามถึงกรณีที่มีคนจากเมียนมาหนีภัยการสู้รบเข้ามาฝั่งไทย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตรงนี้เป็นหลักมนุษยธรรม เมื่อสถานการณ์สงบเรียบร้อยเราก็มีแผนการ ซึ่งไม่ใช่การผลักดัน เพื่อให้เขาได้กลับประเทศ แต่ส่วนใหญ่คนเมียนมาก็จะเดินทางกลับด้วยตัวเขาเอง ส่วนคนที่พยายามอยู่ต่อเราก็ต้องผลักดันออกไปตามกฎหมาย
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าทหารเมียนมาข่มขู่ทำลายคลังสินค้าไทย หากมีการส่งสินค้าให้กลุ่ม KNU นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องนี้ตนยังไม่ได้ยิน และยังไม่มีข่าวที่ได้รับการยืนยัน