ฝ่ายค้านเอาคืน! วอล์กเอาต์วงวิป 3 ฝ่าย ถกวัน-กรอบเวลาซักฟอกไม่ลงตัว จี้ ‘มัลลิกา-ประธานสภาฯ’ ส่งเรื่องกลับ ครม.หาวันใหม่ใน พ.ย.-ธ.ค. ‘พริษฐ์’ ถามกลับอีก 2 เดือนก่อนปิดสมัยประชุม จะไม่มีวันว่างจริงหรือ
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 ต.ค.2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร (วิป) 3 ฝ่าย วาระกำหนดวันประชุมและการจัดสรรเวลาในการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญ ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 เป็นประธานการประชุม
โดยมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะวิปฝ่ายค้าน เข้าร่วมประชุม
ต่อมาเวลา 15.00 น. นายพริษฐ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลัง วอล์กเอาต์จากการประชุมวิป 3 ฝ่าย วาระกำหนดวันประชุมและการจัดสรรเวลาในการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญว่า ที่ประชุมไม่มีข้อสรุป
ตนต้องย้ำว่า ต้นตอเริ่มมาจากทัศนคติของรัฐบาล ที่มองว่าสภาฯ เป็นสาขาของรัฐบาล ตนเช็กกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง ไม่เคยมีครั้งไหนที่อยู่ดีๆ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ออกหนังสือเป็นมติครม. ส่งมาที่สภาฯ ก่อนมีการหารือร่วมกันของวิป 3 ฝ่าย แล้วมากำหนดว่าครม.พร้อมเฉพาะวันนั้นหรือวันนี้ และพยายามบีบสภาฯ โดยเฉพาะฝ่ายค้านที่เป็นผู้เสนอญัตติ ให้อยู่ภายใต้กรอบเวลาดังกล่าว
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า หากเรามองภาพที่ใหญ่กว่า การหารือเรื่องดังกล่าว ตนเชื่อว่าทุกคนจะเห็นถึงความพยายามของรัฐบาล ในช่วงที่ไม่กี่วัน ที่พยายามเข้ามาแทรกแซง และทำลายกลไกตรวจสอบถ่วงดุลของสภาฯ มาตลอด
นอกจากเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราเห็นว่าที่ประชุมของประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) 35 คณะเมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา แม้จะมีการตั้งธงว่ามีการพูดคุยเกี่ยวกับการแก้ปัญหา เรื่องความซ้ำซ้อน ของหัวข้อหรือประเด็นที่แต่ละกมธ.พิจารณา
แต่ท้ายที่สุด มีความพยายามสอดไส้ และนำที่ประชุมไปสู่ข้อสรุปว่าต่อไปนี้กมธ.ไหนจะประชุมเรื่องอะไร ต้องเป็นมติที่ประชุมเท่านั้น ซึ่งขัดต่อแนวปฏิบัติที่ผ่านมา และเปิดช่องให้เสียงข้างมาก สามารถใช้เสียงในกรรมาธิการเพื่อปิดกั้นวาระ ที่เป็นการตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาลได้
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า นี่เป็นสิ่งที่เราเห็นถึงการทำงานของรัฐบาลที่เป็นระบบ พยายามเข้ามาทำลายกลไกของฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบ ตนย้ำว่าที่ผ่านมา เราได้แจ้งไปตลอดว่าสิ่งที่พรรคฝ่ายค้านเราให้ความสำคัญมากที่สุด เกี่ยวกับการทำหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจ คือการจัดสรรวันและเวลาที่เพียงพอให้ทั้งฝ่ายค้านทำหน้าที่เสนอข้อกล่าวหา และฝ่ายครม. ทำหน้าที่ชี้แจง
“เมื่อผลเริ่มเห็นท่าทีไม่ดี ก็บอกไปด้วยซ้ำว่า แม้ว่าตอนแรกที่เราตั้งต้นว่าจะอภิปรายช่วงปลายเดือนต.ค. ต้นเดือนพ.ย. แต่หากติดขัดจริงๆ มีภารกิจที่ไม่สามารถเลื่อนได้จริงๆ นายกฯ ต้องไปร่วมประชุมนานาชาติจริงๆ เราก็พร้อมขยับเวลาออกไป ขอเพียงแค่จัดสรรวันและเวลาที่เพียงพอในการทำหน้าที่ตรงนี้
เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา เราย้ำข้อเสนอตรงนี้อีกว่าหากสมมติจำเป็นต้องขยับออกไป เพื่อให้มีวันและเวลาเพียงพอสำหรับทั้ง 2 ฝ่ายทำหน้าที่ เราก็ยินดี แต่มาจนถึงวันนี้ ฝ่ายรัฐบาลยังไม่มีข้อเสนออะไรที่จะแก้ปัญหาตรงนี้ ยังคงพยายามยืนยันว่าจะต้องอภิปรายสัปดาห์หน้า และยืนยันว่าจะไม่ให้เวลาเรา 5 วัน หรือจำนวนชั่วโมงที่เพียงพอในการทำหน้าที่ พอเป็นแบบนี้ก็ไม่มีข้อสรุป” นายพริษฐ์ กล่าว
เมื่อถามว่าหมายความว่าสมัยประชุมนี้จะไม่มีการอภิปรายใช่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนเสนอไปก่อนเดินออกมาว่าให้น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ในฐานะประธานที่ประชุม ทำหนังสือกลับไปที่ครม ว่าทั้ง 2 ฝ่าย ไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ ในช่วงเวลา 3 วันที่ครม. เสนอมา
และทำหนังสือถามไปยังครม. เพื่อให้พิจารณาหาวันที่เหลืออยู่ ในสมัยประชุมนี้คือเดือนพ.ย. และธ.ค. ให้ทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน ในช่วงเวลาใหม่ที่ครม.เสนอมา แต่รองประธานสภาฯ ไม่ได้รับปาก แม้กระทั่งจะทำแค่นี้ทางเราก็ไม่มีทางเลือก
เมื่อถามย้ำว่า หากครม.ตั้งธงว่าจะอภิปรายในช่วงเวลาเดิม หากฝ่ายค้านไม่ได้ในช่วงเวลานี้ หมายความว่าจะไม่มีการอภิปรายแล้วใช่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า “เราต้องตั้งคำถาม และผมถามสื่อก็ได้ว่าจะเป็นไปได้จริงหรือ เราเหลือเวลาเดือนพ.ย.และธ.ค. จะเป็นไปได้จริงหรือที่ไม่มีช่วงเวลาไหนอีกเลยที่รัฐบาลจะทำหน้าที่ชี้แจงข้อกล่าวหา อภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมคิดว่าเป็นไปไม่ได้”
เมื่อถามว่าหากไม่มีเวทีอภิปรายในสภาฯ เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะจัดอภิปรายไว้วางใจนอกสถานที่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ในขั้นตอนนี้ตนเสนอ หากรองประธานสภาฯ คนที่ 1 ไม่ทำ ตนขอเสนอผ่านสื่อ ไปยังประธานสภาฯ ให้ทำหนังสือกลับไปที่ครม. ว่าวิป 3 ฝ่ายได้หารือกันแล้วแต่ไม่ได้ข้อสรุป ตามช่วงเวลา 27-29 ต.ค.ที่ครม.เสนอมา
และขอให้ครม. เสนอช่วงเวลาใหม่ตอบกลับมาภายในสมัยประชุมนี้ ซึ่งในสมัยประชุมนี้ครม. ยังมีเวลาเหลือ 2 เดือน ตนคิดว่าเป็นข้อเสนอและเป็นการดำเนินการขั้นต่ำที่ประธานสภาฯ สามารถทำได้ตามหน้าที่ของตนเองเพื่อหาทางออกให้กับเรื่องดังกล่าว
เมื่อถามว่ามองว่าพยายามทำให้ไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเป็นหนึ่งในความพยายามบีบ พื้นที่ของฝ่ายค้านและสภาฯ ในการตรวจสอบรัฐบาล
เมื่อถามว่าหากฝ่ายค้านไม่เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้รัฐบาลเคาะวันและเวลาได้หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป็นอำนาจของประธาน แต่ตนคิดว่าบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญก็เขียนชัดว่าประธานต้องวางตัวเป็นกลาง
ตนเห็นว่า หากวางตัวเป็นกลางจริงก็ควรนำเสนอข้อเท็จจริง ตามที่เกิดขึ้นกลับไปยังครม. ว่าวิปไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ จึงไม่สามารถดำเนินการในช่วงเวลาที่รัฐบาลกำหนดมาในสัปดาห์หน้าได้ ฉะนั้น จึงจำเป็นต้องให้ครม. หาวันใหม่ เพื่อมาเจรจาหาข้อสรุปร่วมกันได้อีกครั้ง
เมื่อถามว่าได้คิดแผนสำรองไว้หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ต้องถามกลับไปว่าทำไมเป็นไปไม่ได้ ตนชวนคิดในเชิงตรรกะว่าหากพวกตนยื่นญัตติวันนี้ ทางครม.จะตอบมาจริงๆ หรือว่าเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ไม่มีวันว่างเลย ฉะนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ และเป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญด้วย
ด้านนายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เราได้เสนอในที่ประชุมไปว่าหากปลายเดือนต.ค.รัฐบาลไม่ว่าง ก็ให้เป็นวันที่ 7-11 พ.ย.ได้หรือไม่ ซึ่ง ครม.ยืนยันว่าไม่ว่างเช่นเดียวกัน ตนแปลกใจเพราะ ครม.บอกว่าเพิ่งได้รับหนังสือและมีมติ ครม. ออกมา จริงๆ การยื่นญัตติไม่ไว้วางใจก็ทราบโดยทั่วกันอยู่แล้วในทางสังคม
“ถ้าจะมาบอกว่าทำไมฝ่ายค้านไม่ถอยเรื่องเวลา เราก็บอกไปแล้วว่าถ้าสัปดาห์หน้าไม่ได้ ก็เป็นเดือนหน้าได้ และเหมือนที่นายพริษฐ์ บอก ถ้ายื่นวันนี้เป็นวันแรกก็ต้องหาวันมาจะติดภารกิจตลอดคงเป็นไปไม่ได้ จึงอยากบอกรัฐบาลว่า การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเพราะมีการกล่าวหา ท่านมีหน้าที่ต้องมาตอบชี้แจงต่อสังคม” นายชัยชนะ กล่าว
นายพริษฐ์ กล่าวเสริมว่า หลังจากที่มีการยื่นเรื่องไปแล้ว ตนก็พยายามสอบถามว่าประธานสภาฯ จะมีการนัดประชุมทุกฝ่ายเมื่อไหร่ เพราะในอดีต เมื่อยื่นญัตติแล้วอาจคุยนอกรอบ อย่างไม่เป็นทางการแต่ท้ายที่สุดประธานสภาฯ ต้องนัดทุกฝ่ายมาคุยกันเป็นทางการ ซึ่งกว่าจะได้ข้อสรุปก็ต้องประชุม 2-3 ครั้ง จึงจะแจ้งไปที่ครม.เพื่อให้รับรู้และมีคำยืนยันกลับมาเป็นทางการ
“ครั้งนี้ผิดวิสัยมาก ผมพยายามสอบถามว่าเมื่อไหร่จะประชุมทางการ ก็ไม่เกิดขึ้น กระทั่งเมื่อวานประชุมครั้งแรก และนัดประชุมหลังจาก ครม. มีมติส่งหนังสือมาที่สภาฯแล้ว แทนที่จะรอให้มีข้อสรุปของทุกฝ่ายก่อน ซึ่งมีหลายอย่างเกิดขึ้นอย่างไม่ปกติมาตลอด ก็หวังว่าเรามาเริ่มต้นกันใหม่ ประธานสภาส่งหนังสือตอบ ครม. กลับไป แล้วมาเริ่มกระบวนการที่ถูกต้องกันใหม่” นายพริษฐ์ กล่าว
เมื่อถามว่าการประชุมใหม่จะต้องคุยกันนอกรอบอีกหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เบื้องต้นเราทราบความต้องการทุกฝ่ายแล้ว ท้ายสุดทุกฝ่ายต้องหาทางออกร่วมกัน อาจไม่มีใครได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เราพูดไปแล้วว่ามีการวางแผนการทำงาน 5 วันเต็ม 60 ชั่วโมงมาตลอด ซึ่งอ้างอิงจากในอดีต
ถ้าจะต้องบีบเนื้อหาเราให้ลดลง นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ก็พูดแล้วว่า ก็ต้องไปจัดระเบียบเนื้อหาใหม่ เพื่อไม่ให้สูญเสียสาระสำคัญที่เตรียมไว้ในการซักฟอกรัฐมนตรีทั้ง 18 คน แต่สิ่งที่ต้องการตอนนี้คือให้ประธานสภาฯ ส่งหนังสือไปหา ครม. ว่ามีช่วงวันอื่นไหนบ้างที่จะเป็นไปได้ ทางเราจะได้มาหาข้อสรุปร่วมกันอีกครั้ง