คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangหนองบัวลำภู · เปลี่ยน

ตระกูลเศรษฐีแคนาดาทุ่มเกือบ 3 แสนล้านบาท ซื้อกิจการ "บูทส์" ร้านขายยายักษ์ใหญ่ของอังกฤษ

ที่มา: ไทยรัฐ

ตระกูลมหาเศรษฐี "เวสตัน" จากแคนาดา บรรลุข้อตกลงซื้อกิจการ "บูทส์" (Boots) เครือร้านขายยาและค้าปลีกชื่อดังของอังกฤษอายุเก่าแก่ 177 ปี ด้วยมูลค่าสูงถึง 8,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเกือบ 3 แสนล้านบาท จากกลุ่มทุนไซคามอร์ พาร์ตเนอร์ส และตระกูลเปสซินา มุ่งหวังอัดฉีดเงินลงทุนระยะยาว ยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งและขยายบริการด้านสุขภาพ

วิททิงตัน อินเวสต์เมนต์ส บริษัทของตระกูลมหาเศรษฐีเวสตัน จากประเทศแคนาดา ได้ยืนยันข้อตกลงในการเข้าซื้อกิจการ "บูทส์" (Boots) ร้านขายยาและเครือข่ายค้าปลีกชื่อดังของสหราชอาณาจักร ด้วยมูลค่า 8,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 6,700 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2.99 แสนล้านบาท) โดยเป็นการซื้อกิจการต่อจากไซคามอร์ พาร์ตเนอร์ส บริษัทไพรเวทอิควิตี้สัญชาติอเมริกัน และตระกูลเปสซินา

บูทส์เริ่มต้นกิจการจากการเป็นร้านขายยาแผนโบราณ เปิดโดยนายจอห์น บูท ซึ่งเปิดร้านขายสมุนไพรแห่งแรกในเมืองนอตติงแฮมเมื่อปี 1849 เพื่อเป็นทางเลือกด้านยาราคาประหยัด ก่อนจะพัฒนาจนกลายเป็นสัญลักษณ์คู่ถนนไฮสตรีทของอังกฤษ จำหน่ายสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม ชุดอาหารสำเร็จรูป และอุปกรณ์การเดินทาง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้จะต้องเผชิญกับการแข่งขันจากคู่แข่งและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เช่น การทำงานจากที่บ้าน ซึ่งทำให้ปริมาณผู้เข้าใช้บริการในใจกลางเมืองลดลง จนต้องปิดสาขาหลายร้อยแห่งทั่วสหราชอาณาจักร ส่งผลให้ปัจจุบันเหลือสาขาอยู่ราว 1,800 แห่ง และมีพนักงาน 51,000 คน แต่บูทส์ก็ยังคงรักษาความแข็งแกร่งในฐานะแบรนด์ที่ชาวอังกฤษคุ้นเคย โดยผลประกอบการประจำปีล่าสุดสร้างยอดขายได้สูงถึง 7,500 ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้น 3.2% จากปี 2024

นอกจากนี้ บูทส์ยังคงมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันและช่วงวิกฤตของชาติ เช่น การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยให้บริการฉีดวัคซีน ตรวจวัดสายตาและการได้ยิน รวมถึงเปิดตัวบัตรสะสมคะแนน Advantage Card ในปี 1997 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจนกลายเป็นต้นแบบให้ธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ ทำตาม

กาเลน เวสตัน ประธานของวิททิงตัน จะเข้ามารับตำแหน่งประธานของบูทส์ และส่งสัญญาณถึงแผนงานใหม่สำหรับเครือร้านค้าปลีกแห่งนี้ ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงร้านค้าและการขยายบริการด้านสุขภาพ

กาเลน เวสตัน กล่าวว่า "เรามองเห็นโอกาสอันมีความหมายในการทำให้ธุรกิจที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว ยิ่งยอดเยี่ยมขึ้นไปอีก ผ่านการเป็นเจ้าของระยะยาวที่มีเสถียรภาพ การลงทุนด้านทุนเพิ่มเติม และมุ่งเน้นการดำเนินงานเพื่อให้บริการลูกค้าด้วยความเป็นเลิศสำหรับคนรุ่นต่อไปในอนาคต"

การซื้อกิจการครั้งนี้ครอบคลุมถึงการดำเนินธุรกิจค้าปลีกของบูทส์ ในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์, Boots Opticians, No7 Beauty Company รวมถึง ธุรกิจในประเทศไทยและธุรกิจแฟรนไชส์ โดยคาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ในช่วงต้นปี 2027

สำหรับตระกูลเวสตัน เป็นเจ้าของเครือซูเปอร์มาเก็ต Loblaws และร้านขายยา Shoppers Drug Mart ในแคนาดา เคยเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้า Selfridges ในลอนดอนช่วงปี 2003–2021 ก่อนจะขายออกไปในราคา 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ สาขาของตระกูลเวสตันในสหราชอาณาจักรยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน Associated British Foods ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Primark โดยตระกูลเวสตันถูกจัดให้อยู่อันดับที่ 5 ในการจัดอันดับเศรษฐีของ Sunday Times ปีนี้ ด้วยทรัพย์สินรวมเกือบ 19,000 ล้านปอนด์

ในแง่ของโครงสร้าง วิททิงตันจะมีอำนาจควบคุมการดำเนินงานของบูทส์ โดยร่วมมือกับ Fairfax Financial Holdings บริษัทโฮลดิ้งจากโตรอนโต ในขณะที่ไซคามอร์ พาร์ตเนอร์ส ร่วมกับ สเตฟาโน เปสสินา และครอบครัว จะยังคงถือครองกรรมสิทธิ์ใน Farmacias Benavides ในเม็กซิโก และ Alliance Healthcare Deutschland ในเยอรมนีต่อไป

แคเธอรีน ชัตเทิลเวิร์ธ ผู้เชี่ยวชาญด้านค้าปลีกและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Savvy Marketing มองว่า การเปลี่ยนมือเจ้าของบ่อยครั้งในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมาถือเป็น "การเบี่ยงเบนความสนใจที่ไม่ค่อยเป็นประโยชน์นัก" อย่างไรก็ตาม เธอมั่นใจว่าลูกค้าจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ แต่ในระยะยาวจะได้สัมผัสประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดีขึ้นจากเม็ดเงินลงทุนใหม่ พร้อมชี้ว่ากลุ่มสินค้าสุขภาพและความงามคือ "พื้นที่การเติบโตมหาศาล" ที่เม็ดเงินลงทุนสดใหม่จากเจ้าของรายใหม่จะเข้ามาช่วยผลักดันได้อย่างเต็มที่.

ที่มา BBC

ความคิดเห็น