คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangหนองบัวลำภู · เปลี่ยน

ตำรวจชายแดนใต้ พ้อเบี้ยเลี้ยงถูกตัด ทั้งที่ต้องเสี่ยงภัย เหมือนถูกลดคุณค่าชีวิต

ที่มา: มติชน

ตำรวจชายแดนใต้ พ้อเบี้ยเลี้ยงถูกตัด ทั้งที่ต้องเสี่ยงภัย เหมือนถูกลดคุณค่าชีวิต ‘พ.ต.ท.ธีรวัตร์’ ชี้ วงจรอุบาทว์ของการเมือง-ระบบราชการ

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล โพสต์ข้อความผ่านเพจ “ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล – Thirawat Panyatammakul” ระบุว่า

เสียงสะท้อนจากผู้ปฏิบัติ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัยสูง

ความล้มเหลวของการบริหารองค์กรตำรวจ คือการที่ผู้บริหารบางส่วนสนใจเพียงความก้าวหน้าของตนเองและพวกพ้อง มากกว่าการดูแลสวัสดิการและพัฒนาองค์กรอย่างจริงจัง

เมื่อได้ยศ ได้ตำแหน่ง ก็รอเกษียณอย่างเกษมสำราญ ขยายหน่วย ขยายตำแหน่งกันตามอำเภอใจ แต่เมื่อถึงวันที่งบประมาณไม่เพียงพอ หรือ การบริหารจัดการไปต่อไม่ได้ คนที่ต้องรับผลกระทบกลับเป็นผู้ปฏิบัติ

ยิ่งน่าเจ็บปวด เมื่อคนที่ได้รับผลกระทบคือตำรวจในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางความเสี่ยงภัยสูง แต่กลับต้องเผชิญกับการลดเบี้ยเลี้ยงจากปัญหางบประมาณ

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของเบี้ยเลี้ยง แต่เป็นคำถามถึงความรับผิดชอบของผู้บริหาร และความจริงใจของผู้มีอำนาจในการปฏิรูปตำรวจ

ที่ผ่านมาผู้มีอำนาจมากบารมีไม่เคยมีเจตจำนงที่แท้จริงในการปฏิรูปและยกระดับองค์กรตำรวจ แต่กลับใช้ตำรวจเป็นเครื่องมือทางการเมือง เมื่อถึงเวลาที่ตำรวจต้องการการดูแลและการสนับสนุนอย่างจริงจัง ผู้ปฏิบัติกลับถูกปล่อยให้เผชิญปัญหาตามลำพัง

คนที่มีอำนาจตัดสินใจ กลับไม่ใช่คนที่ต้องแบกรับความเสี่ยงและผลกระทบมากที่สุด

หากการปฏิรูปตำรวจยังเป็นเพียงวาทกรรม หากผู้บริหารยังตักตวงผลประโยชน์จากตำแหน่ง และยังไม่จริงใจที่จะเปลี่ยนแปลงระบบอย่างแท้จริง

สุดท้าย คนที่ต้องรับเคราะห์ก็คือตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่

คนที่ควรได้รับการดูแล กลับต้องเป็นคนแบกรับความล้มเหลวของคนอื่น

ต่อมาโพสต์ข้อความระบุว่า ตอบข้อสงสัย กรณีฝ่ายค้านมีอำนาจตัดงบตำรวจ จนกระทบเบี้ยเลี้ยงผู้ปฏิบัติหรือไม่?

งบประมาณเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลครับ ส่วนการบริหารจัดสรรงบประมาณภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้บริหาร โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี

ฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบและพิจารณางบประมาณตามกระบวนการ แต่ไม่ได้เป็นผู้บริหารจัดสรรงบภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยตรง

หากจำเป็นต้องลดงบ ก็สามารถพิจารณาตัดโครงการที่ไม่จำเป็น หรือลดค่าใช้จ่ายในส่วนของผู้บริหารได้ แต่สุดท้ายกลับเลือกตัดเบี้ยเลี้ยงของผู้ปฏิบัติ ซึ่งเป็นตำรวจที่ทำงานหน้างานจริง ต้องเสี่ยงภัยและดูแลความปลอดภัยของประชาชนโดยตรง แม้จะมีเสียงทัดทาน แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจของผู้มีอำนาจได้

ประเด็นจึงไม่ใช่แค่ว่าใครตัดงบ แต่ต้องถามว่า ใครมีอำนาจตัดสินใจ และเหตุใดผู้ปฏิบัติที่ทำงานจริงจึงต้องเป็นผู้รับผลกระทบ

อีกเรื่องที่อยากชวนคิด คือ วงจรอุบาทว์ของการเมืองและระบบราชการ

เมื่อผู้มีอำนาจทางการเมืองและผู้บริหารราชการแผ่นดินใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ก็อาจนำไปสู่การแต่งตั้งคนที่สอพลอแทนคนที่มีความสามารถ เปิดทางให้เกิดการแสวงหาผลประโยชน์จากงบประมาณและประชาชน ขณะที่อาชญากรใช้เงินซื้อเสียง ซื้ออำนาจ และแทรกแซงระบบราชการ จนผู้บังคับใช้กฎหมายไม่กล้าดำเนินคดี

สุดท้าย อำนาจและผลประโยชน์ก็หมุนเวียนอยู่ในกลุ่มเดิม ส่วนตำรวจผู้ปฏิบัติที่ทำงานจริงกลับต้องแบกรับผลกระทบ แม้กระทั่งเบี้ยเลี้ยงที่ควรได้รับ

แล้วเราจะตัดวงจรอุบาทว์นี้ได้อย่างไร?

ทางออกเริ่มต้นได้จากการเลือกตั้งครับ

เพราะทุกครั้งที่เราเข้าคูหา เราไม่ได้แค่เลือกคนเข้าไปบริหารประเทศ แต่กำลังเลือกด้วยว่า จะให้ใครมีอำนาจกำหนดนโยบาย ใช้งบประมาณ และกำกับดูแลระบบราชการ

หากเราอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง เราต้องเลือกผู้แทนที่มีความรับผิดชอบ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และกล้าปฏิรูประบบที่มีปัญหา ไม่ใช่ปล่อยให้อำนาจและผลประโยชน์หมุนเวียนอยู่ในกลุ่มเดิม

เพราะการตัดวงจรอุบาทว์ ไม่ได้เริ่มต้นจากการรอให้คนมีอำนาจเปลี่ยนตัวเอง แต่เริ่มต้นจากการใช้สิทธิของประชาชน เลือกคนที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงระบบอย่างแท้จริงครับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการลงคะแนน เห็นด้วย (พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม) ไม่เห็นด้วย (พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์)

ความคิดเห็น