คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangหนองบัวลำภู · เปลี่ยน

รองโฆษกรบ. หนุน ไอซ์ ปลุกตรวจสอบประกันสังคม ท้วง แยกให้ออก อำนาจสอบตามกม.-ตามใจ

ที่มา: มติชน

รองโฆษกรัฐบาล หนุน รักชนก ปลุกสังคมตรวจสอบประกันสังคม ปมตัดสิทธิผู้ชนะ ชี้ แยกระหว่าง อำนาจตรวจสอบตามกฎหมาย-อย่าตัดสินด้วยข้อสันนิษฐาน

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ดประกันสังคม โดยระบุว่า หากยังไม่มีการประกาศรับรองผล ผู้สมัครก็ยังไม่สามารถเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มรูปแบบและอาจมีความเสี่ยงที่จะถูกตัดสิทธิภายหลังได้ ว่า เห็นด้วยกับน.ส.รักชนก ว่าทุกฝ่ายควรติดตามตรวจสอบกระบวนอย่างใกล้ชิด หากพบหลักฐานการเลือกปฏิบัติ การใช้อำนาจโดยมิชอบ หรือความพยายามแทรกแซงผลการเลือกตั้ง ต้องเรียกร้องความรับผิดชอบอย่างจริงจัง ไม่มีใครควรได้รับการยกเว้นการตรวจสอบ ทั้งผู้ได้รับเลือกตั้ง หรือเจ้าหน้าที่รัฐ และการตรวจสอบต้องอยู่บนข้อเท็จจริงและหลักกฎหมาย แต่ประเด็นสำคัญ คือ การทำให้ประชาชนสนใจตั้งคำถามและร่วมกันตรวจสอบระบบประกันสังคม เพราะเงินกองทุนประกันสังคม เกี่ยวข้องโดยตรงกับสิทธิ สวัสดิการ และอนาคตของผู้ประกันตนจำนวนมาก และรัฐบาลไม่ได้กลัวการตรวจสอบที่เป็นกลไกสำคัญของประชาธิปไตย ที่จะช่วยให้การบริหารกองทุนมีความโปร่งใสและได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากขึ้น

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า ส่วนการตั้งคำถามเพื่อให้เกิดการตรวจสอบ กับการตั้งข้อสันนิษฐานล่วงหน้าว่าหน่วยงานรัฐ อาจใช้อำนาจโดยมิชอบ ต้องแยกให้ออกชัดเจน ระหว่าง เพราะข้อเท็จจริงทางกฎหมายต่างกัน โดยเฉพาะข้อกังวลว่าสำนักงานประกันสังคม (สปส.) อาจหาเหตุเพื่อตัดสิทธิผู้ชนะการเลือกตั้งได้เสมอ ตรงนี้ควรพิจารณาจากฐานอำนาจตามกฎหมาย กระบวนการตรวจสอบ และข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน เนื่องจากการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการ ภายใต้พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ.2564 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2569 ได้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ตลอดจนกระบวนการคัดค้านและพิจารณาผลการเลือกตั้งไว้เป็นการเฉพาะ และระเบียบดังกล่าว มีคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ทำหน้าที่กำกับดูแลการเลือกตั้งและพิจารณาข้อคัดค้านตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานใด สามารถตัดสินใจตัดสิทธิผู้สมัครได้ตามความพอใจ

“ต้องแยกให้ออกระหว่าง มีอำนาจตรวจสอบ กับ มีอำนาจตัดสิทธิตามอำเภอใจ อำนาจตรวจสอบเป็นหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่อำนาจตัดสิทธิตามอำเภอใจไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายอนุญาต การวินิจฉัยว่าบุคคลใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ต้องมีฐานอำนาจ ข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และเหตุผลทางกฎหมายรองรับ ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับว่าใครพอใจหรือไม่พอใจผลการเลือกตั้ง”

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า การตรวจสอบคุณสมบัติ และการคัดค้านผลการเลือกตั้งต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และขั้นตอนที่กำหนดไว้ในระเบียบ โดยผู้เกี่ยวข้องต้องใช้สิทธิตามช่องทางที่กฎหมายกำหนด แสดงข้อเท็จจริงและหลักฐานประกอบ ให้คณะกรรมการที่มีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยอย่างเป็นธรรม หรือหากมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความเชื่อมโยงทางการเมือง ต้องพิจารณาว่าพฤติการณ์เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายหรือไม่ แต่ไม่อาจสรุปจากความคิดเห็นทางการเมืองหรือการได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มการเมืองเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้หากมีคำวินิจฉัยที่กระทบต่อสิทธิของผู้ได้รับคะแนนเสียง ต้องอธิบายได้ว่าใช้กฎหมายข้อใด มีเหตุผลเพียงพอหรือไม่ และผู้ที่ได้รับผลกระทบต้องได้รับความเป็นธรรมและมีช่องทางตรวจสอบการใช้อำนาจตามกฎหมาย

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจ ระหว่างผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการกับ การเข้าสู่ตำแหน่งกรรมการประกันสังคม ตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยการรวบรวมคะแนน การจัดทำรายชื่อผู้ได้รับคะแนนสูงสุด และขั้นตอนการแต่งตั้งต้องดำเนินการให้ครบถ้วนและถูกต้องตามระเบียบที่เกี่ยวข้องในเวลาที่ไม่ล่าช้าเกินสมควร ซึ่งการตรวจสอบตามกฎหมาย ไม่ใช้หน่วยงานรัฐกำลังพยายามล้มผลการเลือกตั้ง แต่รัฐมีหน้าที่คุ้มครองทุกคะแนนเสียงและความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการ

“ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้เป็นคู่แข่งขันกับผู้ได้รับคะแนนสูงสุดในการเลือกตั้ง และพร้อมทำงานร่วมกับผู้ได้รับเลือกตั้งจากทุกกลุ่ม เมื่อเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายแล้ว เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ประกันตน และบริหารกองทุนด้วยความโปร่งใส ยกระดับสิทธิประโยชน์อย่างเป็นธรรม ไม่ใช่การแบ่งฝ่ายทางการเมือง และควรช่วยกันตรวจสอบ ไม่ให้ใครใช้อำนาจเหนือกฎหมาย มากกว่าตั้งสมมติฐานล่วงหน้าว่ากฎหมายจะถูกใช้เป็นเครื่องมือเล่นงานใคร เพราะประกันสังคมต้องดำเนินไปเพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตน ไม่ใช่เพื่อรัฐบาล พรรคการเมือง หรือกลุ่มการเมืองใดกลุ่มหนึ่ง และเสียงของผู้ประกันตน ต้องได้รับความเคารพควบคู่กับการใช้อำนาจที่มีเหตุผลและเป็นไปตามกฎหมาย”

ความคิดเห็น