สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน เคยเจอปัญหาลึกลับชวนปวดหัวในบ้านตัวเองกันบ้างไหมครับ?
กำลังนั่งดูละครตอนอวสานอย่างเมามัน จู่ๆ พ่อเดินไปกดสวิตช์เปิดไฟนีออนหรือไฟดาวน์ไลต์กลางห้องปุ๊บ… ภาพในจอทีวีกระตุกยิกๆ มีเสียง “ซ่าาา…” แทรกขึ้นมาทันที หรือบางทีกำลังนั่งเล่นเกม ROV ลุ้นตีป้อมกันอยู่ พอเปิดไฟปุ๊บ สัญญาณ Wi-Fi หลุด ปิงพุ่งกระฉูดจนหัวร้อนกันทั้งบ้าน ฮ่าๆๆ
บางบ้านถึงขั้นคิดไปไกลว่า “บ้านเรามีพลังงานลี้ลับหรือผีหลอกหรือเปล่า?”
ผมต้องขอเบรกความเชื่อเรื่องลี้ลับไว้ตรงนี้เลยครับ เพราะตัวการร้ายไม่ได้มาจากภพภูมิไหน แต่มันมาจาก “หลอดไฟและโคมไฟที่ไม่ได้มาตรฐาน” นั่นเอง
วันนี้ผมจะพาแฟนๆ คอลัมน์ไปรู้จักกับมาตรฐานฉบับหนึ่งของ สมอ. ที่ฟังชื่อแล้วอาจจะดูวิชาการจ๋าอย่าง “มอก. 1955-2551 บริภัณฑ์ส่องสว่างและบริภัณฑ์ที่คล้ายกัน :ขีดจำกัดสัญญาณรบกวนวิทยุ” มาดูกันครับว่า มอก.ฉบับนี้คืออะไร ทำไมถึงเป็นฮีโร่ลับๆ ที่คอยปกป้องความสงบสุขในบ้านของเรา
EMC คืออะไร อธิบายง่ายๆ สไตล์เพื่อนบ้าน
ก่อนจะไปพูดถึง มอก. 1955-2551 เราต้องเข้าใจคำว่า EMC (Electromagnetic Compatibility) หรือที่ภาษาราชการเรียกว่า “ความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า” กันก่อนครับ
ฟังดูยากใช่ไหมครับ ให้ท่านนึกภาพแบบนี้… เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดที่มีวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นหลอดไฟ LED บัลลาสต์ ทีวี หรือเครื่องเสียง เวลาทำงานมันเหมือนคนกำลังคุยกัน แต่ถ้ามีเครื่องใช้ไฟฟ้าสักตัวหนึ่งเริ่ม “ตะโกนโวยวายเสียงดัง” (ปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวนออกมา) คนข้างๆ ก็จะคุยกันไม่รู้เรื่องทันที
หลักการของ EMC มีหัวใจสำคัญแค่ 2 ข้อสั้นๆ คือ
1.EMI (ตัวเราต้องไม่ไปกวนคนอื่น) หลอดไฟต้องทำงานเงียบๆ ไม่ปล่อยคลื่นรบกวนออกไปแกล้งเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวอื่น
2.EMS (ตัวเราต้องทนทาน ไม่รวนเวลามีคนมากวน) ตัวหลอดไฟเองก็ต้องแข็งแกร่งพอที่จะทำงานได้ แม้จะมีคลื่นจากที่อื่นลอยมาเฉียดใกล้ๆ
ซึ่ง มอก. 1955-2551 ที่ สมอ.กำหนดขึ้นมานี้ จะเน้นไปที่การควบคุมไม่ให้หลอดไฟและอุปกรณ์แสงสว่างทั้งหลาย “ส่งเสียงดังรบกวนชาวบ้าน” นั่นเองครับ
คลื่นรบกวนจากหลอดไฟ เดินทางมารังแกเราได้อย่างไร
เจ้าคลื่นรบกวนวิทยุจากหลอดไฟเกเรพวกนี้ มันมีวิธีเดินทางมาป่วนเราได้ 2 ทางหลักๆ ครับ
1.กองทัพบก-วิ่งไปตามสายไฟ (Conducted Disturbance) เวลากระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านวงจรแปลงไฟหรือชิปราคาถูกในหลอดไฟที่ไม่ได้มาตรฐาน มันจะสร้างสัญญาณรบกวนความถี่สูงย้อนกลับเข้าไปในสายไฟของบ้าน สัญญาณพวกนี้จะวิ่งไปตามสายทองแดง เข้าไปจ๊ะเอ๋กับปลั๊กทีวี ลำโพง หรือเราเตอร์ Wi-Fi ที่เสียบอยู่เต้ารับข้างๆ ทำให้ภาพล้ม เสียงหวีด หรือเน็ตหลุด
2.กองทัพอากาศ-แผ่คลื่นลอยมาในอากาศ (Radiated Disturbance): หลอดไฟที่ไม่มีการป้องกันที่ดี ตัวมันเองจะทำตัวเหมือน “เสาส่งวิทยุเถื่อน” แผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากระจายออกมาในอากาศรอบทิศทาง ไปตัดกับสัญญาณวิทยุ FM คลื่นมือถือ หรืออุปกรณ์สื่อสารไร้สายใกล้เคียงจนระบบรวนไปหมด
เปิดห้องแล็บ สมอ. เขาจับหลอดไฟไปทดสอบอะไรบ้าง?
เพื่อให้มั่นใจว่าหลอดไฟที่วางขายในท้องตลาดจะไม่ทำตัวเป็นอันธพาล ห้องแล็บทดสอบมาตรฐานจึงต้องมีกระบวนการจับหลอดไฟเหล่านี้มาเข้า “ห้องสอบสวนพิเศษ” ครับ
-จับใส่ห้องไร้คลื่นสะท้อน (Anechoic Chamber): เป็นห้องทดสอบพิเศษที่บุผนังด้วยกรวยโฟมซับคลื่น ตัดสัญญาณภายนอกทั้งหมด 100% แล้วเปิดหลอดไฟทำงาน จากนั้นเจ้าหน้าที่จะใช้สายอากาศความไวสูงคอยดักจับว่า หลอดไฟนี้มีการแผ่คลื่นรบกวนออกมาทางอากาศเกินเกณฑ์ที่ มอก. 1955-2551 กำหนดไว้หรือไม่
-วัดคลื่นที่แอบไหลย้อนเข้าสายไฟ: เราใช้อุปกรณ์พิเศษดักจับสัญญาณที่ขั้วเสียบสายไฟ เพื่อตรวจวัดความถี่ตั้งแต่ระดับกิโลเฮิรตซ์ไปจนถึงเมกะเฮิรตซ์ ว่ามีคลื่นขยะวิ่งย้อนกลับไปทำร้ายระบบไฟในบ้านหรือเปล่า
หลอดไฟดวงไหนที่สอบผ่านเกณฑ์อันเข้มงวดนี้ได้เท่านั้น จึงจะมีสิทธิได้รับตราสัญลักษณ์ มอก.บังคับ ไปประทับบนกล่องครับ!
ถ้าไม่มี มอก. 1955 ชีวิตประจำวันจะวุ่นวายแค่ไหน?
บางคนอาจจะคิดว่า “ก็แค่ทีวีซ่า เน็ตหลุด ช่างมันเถอะขอซื้อหลอดไฟถูกๆ ตลาดนัด หลอดละไม่กี่บาทมาใช้ดีกว่า”
ผมอยากให้ลองคิดตามดูนะครับว่า ผลกระทบจากคลื่นรบกวนไม่ได้หยุดอยู่แค่ความรำคาญในบ้าน
อันตรายต่อระบบสาธารณสุขและการแพทย์ ลองนึกภาพโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ใช้หลอดไฟราคาถูกไร้มาตรฐาน หากมีคลื่นรบกวนแผ่ออกไปกวนเครื่องติดตามสัญญาณชีพ หรือเครื่องช่วยหายใจ จนเครื่องอ่านค่าหัวใจคนไข้ผิดพลาด นั่นหมายถึงความเป็นความตายของชีวิตคนเลยนะครับ
ระบบความปลอดภัยและการบิน หากมีการนำหลอดไฟหรือสปอตไลท์ที่ไม่มีมาตรฐานไปติดตั้งใกล้เสาสัญญาณวิทยุการบิน ระบบนำร่อง หรือสถานีสื่อสารกู้ภัย คลื่นรบกวนเหล่านี้อาจไปบดบังสัญญาณวิทยุสื่อสารฉุกเฉินจนเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในบ้านพังไวขึ้น: สัญญาณรบกวนความถี่สูงที่วิ่งอยู่ในสายไฟตลอดเวลา จะค่อยๆ กัดกร่อนและทำให้อุปกรณ์จ่ายไฟ (Power Supply) ของคอมพิวเตอร์ ตู้เย็น หรือสมาร์ททีวี เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติโดยที่คุณหาสาเหตุไม่ได้
คาถาคุ้มครองบ้าน: มองหาตรา มอก. ทุกครั้งก่อนจ่ายเงิน
เห็นไหมครับว่า ตรา มอก. 1955-2551 บนกล่องหลอดไฟ ไม่ใช่แค่เรื่องของความสว่าง และไม่ใช่แค่เรื่องไม่ให้ไฟดูด แต่มันคือ “เกราะกำบังคลื่นรบกวนที่มองไม่เห็น” ที่ สมอ.ตั้งใจคัดกรองมาเพื่อปกป้องความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในชีวิตประจำวันของทุกคน
ดังนั้น ครั้งต่อไปที่ท่านจะเดินไปซื้อหลอดไฟ โคมไฟตั้งโต๊ะ ไฟดาวน์ไลต์ หรือหลอดประหยัดพลังงาน ไม่ว่าจะตามห้างสรรพสินค้า ร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้า หรือในแอพพ์ช้อปปิ้งออนไลน์
1.อย่าดูแค่ราคาถูก หลอดไฟราคาถูกผิดปกติ มักจะตัดวงจรกรองสัญญาณรบกวน (EMI Filter) ทิ้ง เพื่อลดต้นทุน
2.มองหาตราสัญลักษณ์ “มอก. บังคับ” ต้องมีรูปวงกลมล้อมรอบเครื่องหมาย มอก. พร้อมระบุเลข มอก. 1955-2551 ไว้อย่างชัดเจน
3.สแกน QR Code ตรวจสอบ เครื่องหมาย มอก. ยุคใหม่จะต้องมี QR Code ให้ท่านใช้มือถือสแกนเช็กได้ทันทีว่า ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ารายนี้ได้รับใบอนุญาตถูกต้องจาก สมอ.จริงหรือไม่
พวกเราเจ้าหน้าที่ สมอ.ยังคงเดินหน้าลงพื้นที่ตรวจจับสินค้าไม่ได้มาตรฐานอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง แต่พลังสำคัญที่สุดที่จะช่วยหยุดยั้งสินค้าอันตรายเหล่านี้ได้ ก็คือ “พลังของผู้บริโภคทุกท่าน” ที่ร่วมใจกันปฏิเสธสินค้าไร้มาตรฐานครับ
เปิดไฟครั้งต่อไป… อย่าลืมเลือกหลอดไฟที่มีตรา 1955-2551 บ้านสว่างสดใส สัญญาณไม่สะดุด เครื่องใช้ไฟฟ้าปลอดภัย สบายใจทั้งครอบครัวแน่นอนครับ