เตือนภัยโรคร้าย หมอเจด เปิด 5 อันดับมะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิงไทยทุกช่วงอายุ ไม่มีอาการไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีโรค ใครต้องระวังเป็นพิเศษ แนะกลุ่มไหนต้องตรวจอะไรบ้าง
วันที่ 10 ต.ค.69 เฟซบุ๊ก หมอเจด ของ นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เตือนภัยโรคร้ายที่พบบ่อยในผู้หญิงว่า
หมอเจด เปิด 5 อันดับมะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิงไทย
“5 อันดับมะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิงไทย! อายุ 40+ ต้องตรวจอะไรบ้าง?”
“อายุ 40 กว่า ยังทำงานได้ตามปกติ ประจำเดือนก็ยังมา คลำเต้านมแล้วไม่เจอก้อน ไม่ได้ปวดท้องหรือมีอาการผิดปกติอะไร หลายคนเลยคิดว่า
“สุขภาพเราก็น่าจะยังโอเค” แต่สิ่งที่ผมอยากให้รู้คือ มะเร็งบางชนิดในระยะแรกแทบไม่มีอาการครับ กว่าจะเริ่มเจ็บหรือคลำเจอก้อน โรคอาจดำเนินไปได้ระยะหนึ่งแล้ว”
“วันนี้ผมเลยอยากพาดู 5 อันดับมะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิงไทย จากข้อมูล GLOBOCAN 2022 เป็นการจัดอันดับผู้หญิงทุกช่วงอายุนะครับ ไม่ใช่เฉพาะคนอายุ 40 ปีขึ้นไป ที่สำคัญ ผมจะบอกด้วยว่า มะเร็งชนิดไหนมีวิธีตรวจคัดกรอง และชนิดไหนต้องดูกลุ่มเสี่ยงก่อน เพราะไม่ใช่ทุกมะเร็งที่ต้องตรวจเหมือนกันครับ”
อันดับ 5 มะเร็งปอด — ไม่สูบบุหรี่ก็เป็นได้
มะเร็งปอดไม่ได้เกิดเฉพาะกับคนสูบบุหรี่ครับ ผู้หญิงที่ไม่เคยสูบเลยก็เป็นได้เหมือนกัน เพียงแต่การสูบบุหรี่ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญมาก
ช่วงแรกอาจไม่มีอาการชัดเจน บางคนเริ่มไอเรื้อรัง เหนื่อยง่าย หรือไอมีเลือดปนเมื่อโรคดำเนินไปแล้ว แล้วคนอายุ 40+ ต้องเอกซเรย์ปอดทุกปีไหม?
คำตอบคือ ไม่จำเป็นทุกคนครับ การตรวจคัดกรองที่มีหลักฐานช่วยลดการเสียชีวิต คือ CT ปอดแบบรังสีต่ำ หรือ LDCT สำหรับคนที่เข้าเกณฑ์เสี่ยงสูง โดยเฉพาะประวัติสูบบุหรี่สะสมมาก ตัวอย่างแนวทางหนึ่งแนะนำในกลุ่มอายุ 50–80 ปี ที่มีประวัติสูบอย่างน้อย 20 pack-years และยังสูบอยู่ หรือเลิกไม่เกิน 15 ปี ส่วนคนที่ไม่มีความเสี่ยงสูง ไม่แนะนำให้ตรวจ CT ปอดเป็นประจำทุกคนครับ
อันดับ 4 มะเร็งปากมดลูก — ยังไม่มีอาการก็ตรวจเจอความเสี่ยงได้
ข้อนี้ผมอยากให้ผู้หญิงใส่ใจมากครับ เพราะมะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับ การติดเชื้อ HPV ชนิดเสี่ยงสูงแบบเรื้อรัง
ข่าวดีคือ เรามีวิธีตรวจหาความผิดปกติ ตั้งแต่ก่อนพัฒนาไปเป็นมะเร็งได้
การตรวจที่สำคัญ เช่น HPV DNA test เพื่อตรวจหาเชื้อ HPV เสี่ยงสูง
และ Pap smear เพื่อตรวจความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูก ในประเทศไทยมีการคัดกรองด้วย HPV DNA สำหรับผู้หญิงอายุ 30–60 ปีตามเกณฑ์บริการ โดยผู้ที่ผลตรวจปกติอาจเว้นได้ถึง 5 ปี ตามแนวทางและประวัติการตรวจครับ อย่ารอให้มีเลือดออกผิดปกติก่อนค่อยตรวจ และถึงเคยฉีดวัคซีน HPV แล้วก็ยังควรคัดกรองตามเกณฑ์ครับ
อันดับ 3 มะเร็งตับ — ค่าตับปกติ ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย
เรื่องนี้มีจุดที่คนเข้าใจผิดกันครับ บางคนตรวจสุขภาพทุกปี เห็นค่า AST และ ALT ปกติ ก็คิดว่าตับไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ค่าตับปกติไม่ได้ตัดโอกาส ของโรคตับเรื้อรังหรือมะเร็งตับทั้งหมด
คนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ที่มีตับแข็ง ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังบางกลุ่ม หรือมีโรคตับเรื้อรังที่เพิ่มความเสี่ยง แล้วต้องอัลตราซาวนด์ตับทุกคนไหม? ไม่จำเป็นครับ แต่ในกลุ่มเสี่ยงสูง แพทย์อาจแนะนำอัลตราซาวนด์ตับทุก 6 เดือน ร่วมกับตรวจ AFP ตามความเหมาะสม เพื่อเฝ้าระวังการเกิดมะเร็งตับ ถ้าอายุ 40+ แล้ว ยังไม่เคยตรวจไวรัสตับอักเสบบีเลย ผมอยากให้เริ่มจากการประเมินเรื่องนี้ก่อนครับ เพราะการรู้ความเสี่ยงสำคัญกว่าตรวจแบบหว่านไปทุกอย่าง
อันดับ 2 มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง — ถ่ายปกติก็ยังเป็นได้
มะเร็งลำไส้บางส่วนเริ่มจากติ่งเนื้อครับ ช่วงที่ติ่งเนื้อยังเล็ก เราอาจถ่ายได้ตามปกติ ไม่มีเลือดให้เห็น และไม่ปวดท้องเลย บางชนิดค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงเป็นมะเร็ง โดยใช้เวลาหลายปี นี่จึงเป็นเหตุผลที่การตรวจคัดกรองสำคัญ
วิธีที่ใช้ได้ เช่น ตรวจเลือดแฝงในอุจจาระแบบ FIT หรือส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ซึ่งสามารถพบและตัดติ่งเนื้อบางชนิดออกได้ในคราวเดียว แนวทางสากลบางแห่งเริ่มคัดกรองที่อายุ 45 ปี ส่วนโครงการคัดกรองและสิทธิรักษาในไทย
อาจใช้ช่วงอายุต่างกัน ถ้ามีญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ อาจจำเป็นต้องเริ่มตรวจก่อนอายุทั่วไปครับ และถ้ามีถ่ายเป็นเลือด น้ำหนักลด หรือขับถ่ายเปลี่ยนผิดปกติต่อเนื่อง ต้องไปตรวจหาสาเหตุ ไม่ใช่รอให้ถึงอายุคัดกรอง
อันดับ 1 มะเร็งเต้านม — อย่ารอให้คลำเจอก้อน
นี่คือมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงไทย ตามข้อมูลชุดนี้ครับ จุดที่ต้องรู้คือ มะเร็งเต้านมระยะแรกบางชนิด ยังเล็กจนคลำด้วยมือไม่พบ และอาจไม่มีอาการเจ็บเลย เพราะฉะนั้น การคลำเต้านมไม่เจอก้อน จึงไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีมะเร็งครับ
การตรวจที่สำคัญคือ Mammogram หรือแมมโมแกรม ซึ่งเป็นเอกซเรย์เต้านม ช่วยค้นหาความผิดปกติที่ยังคลำไม่พบได้ สำหรับผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการเริ่มตรวจแมมโมแกรม และความถี่ที่เหมาะกับความเสี่ยงของตัวเอง บางแนวทางแนะนำทุก 2 ปีในช่วงอายุ 40–74 ปี ขณะที่บางแนวทางแนะนำถี่กว่านั้น ส่วนคนที่มีประวัติครอบครัวหรือพันธุกรรมเสี่ยงสูง อาจต้องตรวจเร็วขึ้นหรือใช้ MRI ร่วมด้วยครับ
แล้วผู้หญิงอายุ 40+ ควรเริ่มตรวจจากอะไร?
ไม่จำเป็นต้องซื้อแพ็กเกจตรวจมะเร็ง ทุกชนิดพร้อมกันนะครับ ผมอยากให้เริ่มจากเรื่องที่มีประโยชน์จริง ๆ
- เต้านม — ประเมินความเสี่ยงและวางแผนแมมโมแกรม
- ปากมดลูก — ตรวจ HPV DNA หรือวิธีอื่นตามเกณฑ์ ถ้ายังไม่เคยตรวจหรือถึงรอบแล้ว
- ลำไส้ใหญ่ — วางแผนตรวจตามอายุ โดยเฉพาะเมื่อเข้าใกล้ 45–50 ปี หรือเร็วกว่านั้นถ้ามีความเสี่ยง
- ตับและปอด — ประเมินประวัติไวรัสตับอักเสบ โรคตับ และการสูบบุหรี่
“ก่อนเลือกตรวจ สิ่งที่ผมอยากเน้นอีกอย่างคือ การตรวจเลือดหา tumor markers หลาย ๆ ค่า ไม่ได้ใช้แทนการคัดกรองมะเร็งเหล่านี้ ในคนทั่วไปที่ไม่มีอาการครับ
มะเร็งทั้ง 5 อันดับนี้ ไม่ได้มีวิธีตรวจคัดกรองเหมือนกันทั้งหมด และไม่ได้หมายความว่าอายุ 40 แล้ว ต้องตรวจทุกอย่างในปีเดียว แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันครับ การไม่มีอาการ ไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีโรค ถ้าตอนนี้อายุ 40+ แล้ว ยังจำไม่ได้ว่าตรวจเต้านมหรือตรวจมะเร็งปากมดลูกครั้งล่าสุดเมื่อไหร่
ผมอยากให้ลองเช็กประวัติการตรวจของตัวเองดูครับ แล้ววางแผนกับแพทย์ว่าอะไรถึงเวลาต้องตรวจบ้าง เพราะการตรวจให้ถูกโรค ถูกเวลา มีประโยชน์กว่าการตรวจทุกอย่าง โดยไม่รู้ว่ากำลังมองหาอะไรครับ”
ที่มา หมอเจด