คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangหนองบัวลำภู · เปลี่ยน

ก๊วนนิรนาม ยื่นฟันจริยธรรม พริษฐ์ เผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ปมเลือกส.ว. แนบหลักฐาน 168 หน้าเอาผิด

ที่มา: มติชน

‘คณะบุคคลนิรนาม’ ยื่นคำร้องจริยธรรมสอบ ‘พริษฐ์’ ปมเผยแพร่ข้อมูลคดีเลือก ส.ว. อ้างเปิดข้อมูลส่วนบุคคล-กดดัน กกต. ขอสอบหากผิดร้ายแรงส่งสภาพิจารณา พร้อมค้านไม่ให้ร่วมพิจารณาใน กก.จริยธรรมฯ โควต้าประธานวิปฝ่ายค้าน

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะบุคคลได้ร่วมกันทำคำร้องถึงประธานคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ว่ามีการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ.2563 หรือไม่ โดยเป็นผลสืบเนื่องมาจากการเผยแพร่ข้อความและคลิปวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)

คำร้องดังกล่าวระบุว่า ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน ถึงหลังวันที่ 14 กันยายน 2569 นายพริษฐ์ได้เผยแพร่ข้อความเกี่ยวกับคดีการเลือก ส.ว. ผ่านเพจเฟซบุ๊กและยูทูบของตนเอง โดยผู้ร้องชี้ว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายการกระทำที่ต้องขอให้คณะกรรมการวินิจฉัยใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลการติดต่อสื่อสารของบุคคลที่สามต่อสาธารณะ ประกอบด้วย รายการโอนเงิน บทสนทนาผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ข้อมูลการจองและชำระเงินค่าโรงแรม ประวัติการโทร และข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ ซึ่งผู้ร้องระบุว่าฝ่าฝืนข้อบังคับ ข้อ 7 และข้อ 12 ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 32 วรรคสอง และมาตรา 36 วรรคสอง

2.การเผยแพร่ข้อมูลที่ได้มาจากการสืบสวนไต่สวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขณะที่เรื่องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณา เช่น คำให้การหรือคำชี้แจงของบุคคลต่อหน่วยงาน ประวัติการโทร และความเห็นภายในของสำนักงาน กกต. ซึ่งถูกอ้างว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับ ข้อ 9 ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 มาตรา 41 วรรคสาม และมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 12 และข้อ 16

3.การใช้ถ้อยคำกล่าวหาเจตนาไม่สุจริตของบุคคลที่ระบุตัวได้ และการแสดงความคิดเห็นกดดันองค์กรอิสระในเรื่องที่ กกต.กำลังพิจารณา โดยผู้ร้องยกประเด็นนี้ขึ้นมาประกอบการพิจารณาพฤติกรรมและเจตนาตามข้อบังคับฯ ข้อ 10 ข้อ 12 ข้อ 13 และมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 16 และข้อ 17

นอกจากประเด็นข้อกล่าวหาแล้ว คำร้องยังระบุถึงสถานะของนายพริษฐ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ทำให้มีสถานะเป็นกรรมการจริยธรรมโดยตำแหน่ง

ผู้ร้องจึงขอใช้สิทธิคัดค้านกรรมการ และขอให้สั่งการให้นายพริษฐ์งดเว้นการเข้าร่วมประชุม พิจารณา และลงมติในเรื่องนี้ในทุกขั้นตอน เพื่อให้เป็นไปตามหลักการที่บุคคลจะพิจารณาเรื่องที่ตนเป็นคู่กรณีไม่ได้ รวมทั้งขอสงวนสิทธิคัดค้าน หากนายพริษฐ์มีการมอบหมายให้สมาชิกวิปฝ่ายค้านคนอื่นมาทำหน้าที่แทน

ในส่วนของพยานหลักฐาน ผู้ร้องได้แนบเอกสารภาพโพสต์เฟซบุ๊กและคลิปวิดีโอรวม 168 หน้า ซึ่งระบุว่ามีข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามอยู่เป็นจำนวนมาก จึงมีคำขอให้คณะกรรมการเก็บรักษาเอกสารเหล่านี้ไว้เป็นความลับ และใช้เพื่อการพิจารณาหรือตรวจดูตามข้อบังคับเท่านั้น

ในตอนท้ายของคำร้อง ผู้ร้องได้ขอให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัย หากพบว่ามีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนอันเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ขอให้เสนอความเห็นต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา แต่หากเห็นว่าการกระทำไม่ถึงขั้นร้ายแรง ขอให้คณะกรรมการใช้อำนาจลงโทษด้วยการตักเตือน ตำหนิ ให้ขอโทษต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร หรือประณามให้เป็นที่ประจักษ์ตามที่เห็นสมควร

ทั้งนี้ เอกสารคำร้องดังกล่าวมีช่องว่างสำหรับลงชื่อผู้ร้องจำนวน 6 คน อีกทั้งยังไม่ปรากฏว่ามีการลงเลขรับตามระบบสารบรรณของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ.2563 ข้อ 23ได้กำหนดให้ “คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร” ประกอบด้วยกรรมการจำนวนทั้งสิ้น 15 คน โดยมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้

1.ประธานสภาผู้แทนราษฎร (เป็นประธานคณะกรรมการ)

2.ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

3.ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 2 คน (มาจากการเลือกของกรรมการ)

4.ประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร

5.ประธานกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล (ประธานวิปรัฐบาล)

6.ประธานกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (ประธานวิปฝ่ายค้าน) หรือสมาชิกในคณะกรรมการประสานงานฯ ที่ได้รับมอบหมายจากประธานวิปฝ่ายค้าน

7.สมาชิกจากพรรคการเมืองที่มีสมาชิกดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 4 คน (โดยอย่างน้อยต้องเป็นหญิงจำนวน 1 คน)

8.สมาชิกจากพรรคการเมืองที่มิได้มีสมาชิกดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 4 คน (โดยอย่างน้อยต้องเป็นหญิงจำนวน 1 คน)

ความคิดเห็น