‘พัฒนา’ ยันไม่ต้องแก้ พรบ.สสส. เล็งดึงงบ 500 ลบ. ปั้น KPI สุขภาพร่วม สธ.
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการทำงานร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่า ได้หารือกับคณะกรรมการ สสส. ตั้งแต่การประชุมใน 2 ครั้งที่แล้ว เพราะเห็นตัวเลขการทำงานแต่ละปี พบว่าโครงการที่ สธ. เสนอไปได้รับอนุมัติน้อยมาก จึงได้บอกกับคณะกรรมการ สสส.ว่า จริงๆ แล้วไม่ควรต้องขอด้วยซ้ำ เพราะ สธ.เป็นหน่วยงานหลักในการดูแลทั้งผู้ป่วยและป้องกันส่งเสริมสุขภาพไปพร้อมกัน จึงควรต้องเป็นการทำงานร่วมกัน
นายพัฒนากล่าวว่า ในช่วงต้นเข้าใจว่า สสส.มีโครงการที่ดำเนินการอยู่และมีภารกิจที่เกี่ยวเนื่องและทำอย่างต่อเนื่องอยู่ จึงชวนกันตั้งทีมคณะทำงานขึ้นมาด้วยกัน โดยฝั่ง สธ.นำโดยปลัดกระทรวงสาธารณสุข และมีอธิบดีกรมต่างๆ เช่น กรมสุขภาพจิต กรมอนามัย กรมควบคุมโรค เป็นต้น เพื่อที่จะนำโครงการที่ สธ.ต้องการทำเพื่อดูแลและส่งเสริมสุขภาพ ไม่ให้คนป่วย นำไปร่วมกับ สสส.ทำโครงการออกมา ไม่ว่าจะเป็นการฉีดวัคซีนป้องกันโรค เรื่องสุขอนามัยต่างๆ หรือกิจกรรมที่จะส่งเสริมสุขภาพ
“กระทรวงสาธารณสุขมี KPI เหล่านี้อยู่แล้ว ก็เลยอยากให้ สสส.มาทำงานร่วมกัน เบื้องต้นได้คุยกันไว้ อยากจะได้ประมาณ 10% บวกลบ หรือประมาณ 400-500 ล้านบาท ที่จะมาทำงานร่วมกันให้เกิดผลลัพธ์ให้เห็นได้อย่างชัดเจน” นายพัฒนา กล่าว
นายพัฒนา กล่าวว่า ในบอร์ด สสส.ก็มีการตอบสนอง โดยมีบอร์ดหลายคนมีข้อเสนอและตอบสนองในทิศทางที่เป็นบวก คิดว่าน่าจะสามารถทำงานร่วมกันได้ โดยคณะทำงานจุดนี้ได้มีการประชุมกันแล้ว 2 ครั้ง และคาดว่าจะมีผลลัพธ์ออกมาเริ่มต้นในการงบประมาณปี 2570
เมื่อถามว่ากิจกรรมแรกที่จะเห็นเป็นรูปธรรมคืออะไร นายพัฒนา กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพูดคุยกัน โดยขอบเขตงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัคซีน หรือกิจกรรมที่กรมอนามัยและกรมควบคุมโรคทำอยู่หลายครั้ง อาจขาดงบประมาณอยู่บ้างเพื่อทำให้มีขนาดใหญ่ขึ้น
เมื่อถามว่ากรณีมีการมองว่าจะนำงบประมาณมาช่วยอุดหนุนโรงพยาบาลด้วยหรือไม่ นายพัฒนากล่าวว่า การทำงานร่วมกันสามารถทำได้หลายอย่าง และการทำ KPI ร่วมกันของกระทรวงสาธารณสุขสามารถดำเนินการผ่านกรมต่างๆ รวมถึงในระดับโรงพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป หรือโรงพยาบาลชุมชน โดยภารกิจต่างๆ ล้วนเพื่อทำให้ประชาชนมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีสุขภาพดี
“ตามวัตถุประสงค์ของ สสส. อย่างไรก็ต้องใช้ตามวัตถุประสงค์ของ สสส. ส่วนจะผ่านช่องทางกระบวนการใด คณะทำงานชุดนี้จะเป็นคณะทำงานที่พูดคุยกันแล้ว ไม่ต้องไปถูกตีตกอยู่ในชั้นคณะกรรมการอนุมัติ” นายพัฒนา กล่าว
เมื่อถามว่าการทำงานลักษณะนี้จะเป็นการแย่งงบประมาณของหน่วยงานอื่นหรือไม่ นายพัฒนากล่าวว่า ไม่ได้มองในเรื่องการแย่งงบประมาณ แต่มองเรื่องการทำผลลัพธ์ให้ดีที่สุด เพราะหากกระจายงบประมาณลงไปเป็นโครงการละ 50,000 บาท 100,000 บาท หรือ 200,000 บาท เป็นร้อยๆ หรือพันๆ โครงการ แล้วไม่เกิดผลอะไรขึ้นมา ก็สู้กับการนำโครงการขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ลงมาทำงาน แล้วนำทรัพยากรต่างๆ ทั้งของ สธ. สสส. และพันธมิตรเครือข่ายมาทำงานร่วมกันในจุดที่แต่ละฝ่ายมีความถนัดและความชำนาญเฉพาะเจาะจง ซึ่งน่าจะเกิดผลลัพธ์ได้ดีกว่า
เมื่อถามว่า KPI ที่จะใช้ร่วมกันจะเป็น KPI กลางหรือไม่ นายพัฒนากล่าวว่า อาจเป็น KPI ที่ถูกเซ็ตขึ้นมาสำหรับโครงการนั้นๆ โดยเรื่องนี้เป็นสิ่งที่คณะทำงานต้องพูดคุยกัน เนื่องจาก KPI ของ สธ.มีความชัดเจนว่าต้องทำงานอะไรบ้าง เช่น กรมควบคุมโรคอาจต้องควบคุมโรคตามแนวชายแดน มีเป้าหมายชัดเจนว่าต้องควบคุมโรคอะไร จากใคร และด้วยวิธีการใด แต่หลายครั้งการทำงานมีความติดขัดและไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่
นายพัฒนากล่าวว่า สุดท้ายหากต้องทำจริงๆ อาจต้องใช้เงินบำรุงของโรงพยาบาล ซึ่งเงินบำรุงของโรงพยาบาลกลายเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งที่จริงๆ แล้วเป็นปัญหาของ สธ. ดังนั้นหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณและสามารถนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวได้ ก็ควรมาทำงานร่วมกัน โดยไม่ได้หมายความว่าจะต้องมาใช้เงินก้อนใหญ่ของ สธ. แต่ KPI ที่ใช้เงินจากแต่ละหน่วยงานต้องเป็น KPI ที่ สธ.และหน่วยงานนั้นๆ รวมกันกำหนดขึ้นมา
เมื่อถามว่าจำเป็นต้องแก้กฎระเบียบของ สสส.และ สธ.หรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า คิดว่าไม่น่ามีความจำเป็น ตราบใดที่จะทำงานอยู่ภายใต้งานสร้างเสริมและส่งเสริมสุขภาพ