คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangน่าน · เปลี่ยน

ชูไทยต้นแบบ AI ช่วยรายย่อย ปลื้ม “ประธานเฟด” ชมไทยจัดการทุนเทา

ที่มา: ข่าวสด

‘เอกนิติ’ เวที IMF–เวิลด์แบงก์ยก “นกกระซิบ” ต้นแบบ Small AI ช่วยพ่อค้าแม่ค้าเข้าถึงสินเชื่อ ชี้ไทยมาถูกทางวินัยการคลัง ชู Bangkok Blueprint ปราบสแกมเมอร์

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงผลการประชุมประจำปีกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank) ว่ายังเหลือการประชุมอีกหนึ่งวันว่า การประชุมตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นประโยชน์อย่างมากต่อประเทศไทย และประเทศที่เข้าร่วม

โดยมีหลายประเด็นที่ประเทศไทยสามารถนำเสนอเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่นได้ โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่ต้องนำไปใช้ได้จริงและเปิดโอกาสให้ประชาชนรายย่อยพัฒนาศักยภาพของตนเอง

ในเวที Small AI Better Jobs ตนได้นำเสนอกรณี “นกกระซิบ” ซึ่งเป็นตัวอย่างการนำ AI มาช่วยพ่อค้าแม่ค้า และผู้ประกอบการรายย่อยให้ค้าขายได้ดีขึ้น พร้อมนำข้อมูลการประกอบอาชีพเข้าสู่ระบบสินเชื่อ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารออมสิน และ บสย.

โดยประธานธนาคารโลกได้นำกรณีดังกล่าวไปกล่าวถึงบนเวทีในช่วงเช้าวันนี้ สะท้อนให้เห็นว่า AI สามารถสร้างประโยชน์แก่คนตัวเล็กตัวน้อยได้ หากออกแบบให้เข้าถึงและใช้งานได้จริง อีกประเด็นสำคัญคือข้อสรุปของนางคริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการผู้จัดการ IMF

ซึ่งกล่าวขอบคุณ และชื่นชมคนไทย พร้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และพระบรมฉายาลักษณ์มาสะท้อนแนวคิดว่า การดำเนินนโยบายทุกอย่างต้องมุ่งสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้ประชาชน ถือเป็นสิ่งที่ทำให้คนไทยภาคภูมิใจ และตอกย้ำว่าการพัฒนาเศรษฐกิจต้องมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง

นายเอกนิติกล่าวว่า IMF ยังเน้นย้ำให้ทุกประเทศรักษาวินัยการคลัง ซึ่งประเทศไทยกำลังดำเนินนโยบายไปในทิศทางที่ถูกต้อง เพราะวินัยการคลังมีผลต่อความเชื่อมั่นของตลาด และต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาล โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปีอยู่ที่ประมาณ 2.3-2.4% ขณะที่สหรัฐฯ สูงกว่า 5% ส่วนยุโรปและญี่ปุ่นก็มีต้นทุนการกู้ยืมเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ความแตกต่างดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความเชื่อมั่นด้านการคลัง อย่างไรก็ตาม บทเรียนสำคัญจากการประชุมครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการรักษาเสถียรภาพ แต่ต้องเดินหน้าลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต ไม่ใช่รอให้เศรษฐกิจดีขึ้นเอง

ประเทศไทยยังมีโอกาสจากการเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิต AI ของโลก จึงต้องเร่งคว้าโอกาสดังกล่าวมาใช้พัฒนาคนไทย โดยเปลี่ยนมุมมองจากการพิจารณาเพียงเม็ดเงินลงทุน ไปสู่การใช้การลงทุนสมัยใหม่และเทคโนโลยี AI พัฒนาทักษะแรงงาน เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับรายได้ของประชาชนให้สูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่ IMF เสนอให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกดำเนินการ

สำหรับการพบปะกับ นายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) นายเอกนิติกล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่มีการหารือคือการปราบปรามทุนเทา และสแกมเมอร์ โดยประธานเฟดแสดงความชื่นชมประเทศไทย ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้ยกตัวอย่างการดำเนินงานที่สะท้อนถึงความจริงจังในการแก้ไขปัญหา

นายเอกนิติระบุว่า ได้อธิบายแนวทาง “Connect the Dots” ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงข้อมูล และการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากที่ผ่านมาแต่ละหน่วยงาน เช่น ตำรวจ ธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานด้านความมั่นคง ต่างดำเนินงานตามภารกิจของตนเอง แต่การแก้ปัญหาในปัจจุบันต้องอาศัยการประสานข้อมูล และทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ

แนวทางดังกล่าวยังได้แลกเปลี่ยนกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และนำบทเรียนไปพัฒนาเป็น “Bangkok Blueprint” หรือพิมพ์เขียวสำหรับการปราบปรามทุนเทา และสแกมเมอร์ เพื่อให้ประเทศต่างๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้

นายเอกนิติย้ำว่า ปัญหาสแกมเมอร์ และทุนเทาไม่ใช่ปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะแม้ผู้เสียหายจะอยู่ในประเทศหนึ่ง แต่เงินที่ถูกหลอกลวงอาจถูกโอนไปยังอีกประเทศหนึ่ง ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ทางการเงินในรูปแบบต่างๆ การแก้ปัญหาจึงต้องเชื่อมโยงข้อมูล ติดตามเส้นทางเงิน และอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างจริงจัง

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงแนวทางการควบคุมธุรกรรม USDT เพิ่มเติม แต่ยังไม่มีคำตอบในประเด็นดังกล่าว

ความคิดเห็น