คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangนครศรีธรรมราช · เปลี่ยน

นครฯ เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย ขานรับนโยบายรัฐบาล “เข้าเร็ว ...

ที่มา: TOP NEWS

วันที่ 7 ต.ค. 2569  ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราชนายสุวัฒน์ จันทร์สุข รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย นายวิทยา เขียวรอด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมประชุมและรายงานสถานการณ์ต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ณ ห้องบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชน โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายสมชาย ลีหล้าน้อย อธิบดีกรมที่ดิน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร ผู้นำเหล่าทัพ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม โดยผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด ร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference System ในส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับจังหวัด ระดับอำเภอให้สมบูรณ์พร้อม 100% ทั้งเจ้าหน้าที่ ระบบสื่อสาร ระบบตรวจสอบเฝ้าระวัง ระบบเตือนภัย พร้อมทั้งให้เตรียมความพร้อมและตรวจสอบศูนย์พักพิงชั่วคราวแก่ผู้ประสบภัย ทั้ง 354 แห่ง ทั้ง 23 อำเภอ รวมไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เตรียมการรองรับกลุ่มเปราะบางกว่า 34,246 ครัวเรือน โดยคำนึงถึงสุขลักษณะที่มีมาตรฐาน มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานทั้งด้านอุปโภคบริโภค และความสะอาด นอกจากนี้มีการเตรียมแผนการดำเนินการในกรณีฉุกเฉิน เพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ปลอดภัยและสามารถอยู่ร่วมกับภัยธรรมชาติได้

สำหรับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลายพื้นที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายและน้ำลดลงแล้ว แต่ยังมีบางจังหวัดที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังและไม่สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้ จึงขอให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำแผนการระบายน้ำมาปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง และจังหวัด โดยนายกฯ กำชับว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลกับจังหวัดข้างเคียงที่มีเส้นทางน้ำเชื่อมต่อกัน ขณะที่ระดับกระทรวงต้องทำหน้าที่ประสานข้อมูลภาพรวม เพื่อให้สามารถวางแผนระบายน้ำข้ามพื้นที่และนำมวลน้ำไปสู่แหล่งรับน้ำทั้งบนผืนดินและทะเลได้อย่างเป็นระบบ พร้อมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดประชุมติดตามสถานการณ์ทุกวัน และประชุมระดับย่อยระหว่างวันก่อนรวบรวมข้อมูลเข้าสู่การประชุมใหญ่ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างต่อเนื่อง บูรณาการร่วมกับหน่วยทหารและกรมชลประทาน โดยเฉพาะการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อให้การส่งต่อมวลน้ำระหว่างพื้นที่เป็นไปอย่างเชื่อมโยงและไร้รอยต่อ สำหรับพื้นที่ภาคใต้ กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ เนื่องจากหากเส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด อาจกระทบต่อซัพพลายเชนอาหารและน้ำดื่ม จึงต้องเร่งสร้างเครือข่ายรองรับการช่วยเหลือ โดยเฉพาะ น้ำดื่ม พร้อมจัดถุงยังชีพให้เหมาะกับสถานการณ์ โดยพื้นที่ที่ถูกตัดไฟให้เน้นอาหารสำเร็จรูปที่เปิดแล้วรับประทานได้ทันที ส่วนพื้นที่ที่ยังมีไฟฟ้าและน้ำประปาให้เน้นข้าวสารและอาหารแห้ง ทั้งนี้ให้ “เข้าเร็ว ออกเร็ว”

ทั้งนี้ ด้านการเยียวยาประชาชน นายกฯ กำชับพื้นที่ที่สำรวจความเสียหายแล้วให้เร่งส่งรายชื่อครัวเรือนที่เข้าข่ายได้รับเงินช่วยเหลือมายัง ปภ. โดยเร็วที่สุด ปัจจุบันมีการอนุมัติจ่ายเงินเยียวยาแล้วกว่า 10,400 ครัวเรือน รวมวงเงินประมาณ 94 ล้านบาท โดยให้ดำเนินการตามหลัก First Come First Serve เพื่อให้เงินถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด พร้อมกำชับให้ ปภ. เร่งพัฒนาระบบตรวจสอบข้อมูลภายในให้ถูกต้องครบถ้วนก่อนส่งรายชื่อไปยังธนาคารออมสิน เพื่อให้สามารถจ่ายเงินได้ทันทีโดยไม่ต้องตรวจสอบข้อมูลซ้ำต่อไป

กัญญาณัฐ  เพ็ญสวัสดิ์ ศูนย์ข่าว TOPNEWS ทั่วไทย ภาคใต้

ความคิดเห็น