วันที่ 30 ก.ย. 2569 ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราชนายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช มอบหมายให้ นายเอกชัย สุนทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าร่วมประชุมชี้แจงโครงการภาครัฐจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้กับประชาชน ซึ่งเป็นการประชุมผ่านระบบ Video Conference System จากห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมีนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการและมีนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) น.ส.กัลยา จุกหอม รองผู้อำนวยการบริหารสมาคมประกันวินาศภัยไทย (TGIA) นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ ที่ปรึกษาด้านการปกครอง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม
โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า สืบเนื่องจากการใช้จ่ายเงินเยียวยาจากงบประมาณกลางมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการจัดสรรงบประมาณที่ต้องกันไว้สำหรับการเยียวยาอาจส่งผลต่อการบริหารงบประมาณภาพรวมประเทศ รัฐบาลจึงได้ดำเนินการ “จัดซื้อประกันภัยเพื่อช่วยเหลือประชาชน” ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วเมื่อเกิดภัยพิบัติ การฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ ตลอดจนช่วยให้ระบบเศรษฐกิจฟื้นตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เป็นการมุ่งเน้นยกระดับการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกตามมาตรฐานสากล โดยจะเริ่มมีผลคุ้มครองกรณีสาธารณภัยตั้งแต่เวลา 00.00 น. ของวันที่ 1 ต.ค. 69 หรือเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 30 ก.ย. 69 เป็นต้นไป โดยเงื่อนไขของประกันภัยที่ภาครัฐจัดซื้อในครั้งนี้ ยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ที่ได้รับการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติอยู่ในปัจจุบัน โดยพื้นที่ที่ประกาศภัยพิบัติไปแล้วและกำลังประสบเหตุอยู่ในขณะนี้ ต้องดำเนินการตามระเบียบและขั้นตอนรูปแบบเดิมตามแนวทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย “จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด สร้างความเข้าใจและสร้างการรับรู้ให้ประชาชนทราบถึงผลประโยชน์และขั้นตอนการดำเนินงาน โดยมีสำนักงาน คปภ. เป็นหน่วยจัดทำคู่มือชี้แจงและแจกจ่ายให้ประชาชนทุกครัวเรือนต่อไป”
ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า โครงการภาครัฐจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้กับประชาชน มีเป้าหมายเพื่อให้ความคุ้มครองครัวเรือนประชาชน 30 ล้านหลังคาเรือน ครอบคลุมทั้งในส่วนภูมิภาคและกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ เมื่อเกิดผลกระทบจากอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ในพื้นที่ ต้องมีการประกาศ “เขตการให้ความช่วยเหลือ” โดยเร็วที่สุด โดยพื้นที่จังหวัดเป็นอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อเป็นการเริ่มต้นจ่ายค่าสินไหม ขณะที่ นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า กรมธรรม์จะเริ่มให้ความคุ้มครองภัยพิบัติ 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยจะคุ้มครองเฉพาะความเสียหายจากภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 69 เป็นต้นไป
กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ ศูนย์ข่าว TOPNEWS ทั่วไทย ภาคใต้