“กรณ์” ฉะรัฐบาลบริหารกองทุนน้ำมันล้มเหลว หนี้ทะลุแสนล้าน เตือนข้อเสนอโอนเงินข้ามกองทุน-ใช้เงินปันผล ขัดวินัยการเงินการคลัง
วันที่ 22 ตุลาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวาระรับทราบรายงานประจำปี 2567 ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยตั้งข้อสังเกตและซักถามรัฐบาลใน 3 ประเด็นหลัก เกี่ยวกับภาระหนี้สิน ข้อกฎหมาย และแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมัน
1. หนี้กองทุนฯ ทะลุแสนล้าน ตั้งคำถามสิทธิ์ขยายวงเงินกู้ยืม
นายกรณ์ ชี้ว่า ปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯ มีภาระหนี้สินสะสมสูงเกิน 100,000 ล้านบาท ซึ่งสุดท้ายภาระหนี้เหล่านี้จะถูกผลักกลับไปเป็นต้นทุนราคาน้ำมันที่ประชาชนต้องแบกรับในระยะยาว ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2565 รัฐบาลเคยออกพระราชกฤษฎีกาขยายกรอบการกู้ยืมเงินเป็น 170,000 ล้านบาท แต่กฎหมายฉบับดังกล่าวมีอายุบังคับใช้เพียง 1 ปี จึงขอตั้งคำถามไปยังรัฐบาลและกระทรวงการคลังว่า การที่กองทุนฯ สร้างหนี้เกินกรอบกฎหมายเดิม (20,000 ล้านบาท) ในปัจจุบันนั้น ดำเนินการโดยใช้อำนาจหรือสิทธิ์ตามกฎหมายข้อใด เนื่องจากยังไม่พบการประกาศพระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่
2. จี้แจงเหตุยังอุ้มพลังงานชีวภาพ ทั้งที่พ้นระยะเวลาบทเฉพาะกาล
นายกรณ์ ระบุถึงข้อกังวลตาม พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 มาตรา 55 (บทเฉพาะกาล) ซึ่งกำหนดให้ยกเลิกการจ่ายเงินชดเชยแก่ยาสูบและพลังงานชีวภาพภายใน 7 ปีหลังกฎหมายบังคับใช้ ซึ่งได้ครบกำหนดไปแล้วเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันกองทุนฯ ยังคงจ่ายเงินชดเชยน้ำมันที่มีส่วนผสมของพลังงานชีวภาพอยู่ จึงขอให้รัฐบาลชี้แจงว่าใช้หลักเกณฑ์ใดในการดำเนินการ และเข้าข่ายขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายการจัดตั้งกองทุนฯ หรือไม่
3. ชี้ แนวคิด “โอนเงินกองทุนอนุรักษ์ฯ - ดึงเงินปันผลโรงกลั่น” ขัดวินัยคลัง
นอกจากนี้ นายกรณ์ ได้กล่าวถึงแนวคิดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่เสนอให้โอนเงินส่วนเหลือจากกองทุนอนุรักษ์พลังงาน และนำเงินปันผลของโรงกลั่นในส่วนที่กระทรวงการคลังถือหุ้น มาช่วยปลดหนี้กองทุนน้ำมันฯ โดยเตือนว่าแนวทางดังกล่าวขัดต่อวัตถุประสงค์การจัดตั้งกองทุนอนุรักษ์ฯ และขัดต่อหลักวินัยการเงินการคลังรวมถึง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ อย่างชัดเจน เนื่องจากเงินปันผลของรัฐจะต้องตกเป็นรายได้แผ่นดิน และการจะนำมาใช้จ่ายต้องผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น ไม่สามารถโอนเงินข้ามกองทุนได้ตามใจชอบ
นายกรณ์ ยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการแก้ปัญหาราคาน้ำมันใหม่ พร้อมย้ำจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ที่เสนอให้ ลดภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ของน้ำมันเชื้อเพลิงลง ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาค่าครองชีพและต้นทุนสินค้าแพงที่ตรงจุดที่สุด ตั้งแต่ต้นตอ แทนที่จะดึงดันใช้กองทุนน้ำมันฯ จนหนี้สินล้นพ้นตัว แล้วนำเสนอมาตรการที่สุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎหมายการเงินการคลัง