คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangนครศรีธรรมราช · เปลี่ยน

ฝุ่น PM2.5 สิงคโปร์พุ่งสูงสุดรอบ 11 ปี หน้ากาก N95-เครื่องฟอกอากาศขาดตลาด

ที่มา: ไทยรัฐ

ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งแตะ 288 ในพื้นที่ตะวันตกของสิงคโปร์ สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2558 ประชาชนเร่งหาซื้อหน้ากาก N95 และเครื่องฟอกอากาศจนสินค้าขาดตลาด ขณะที่ร้านอาหารกลางแจ้งเผยยอดขายลดลงถึง 60%

สถานการณ์หมอกควันในสิงคโปร์ทวีความรุนแรงเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 หลังค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ทางตะวันตกพุ่งขึ้นแตะ 288 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2558 ขณะที่พื้นที่ตอนกลางของประเทศมีค่าฝุ่นเกิน 200 ต่อเนื่องหลายชั่วโมง สร้างความกังวลด้านสุขภาพและกระทบการใช้ชีวิตของประชาชน

แรงงานกลางแจ้ง โดยเฉพาะพนักงานส่งอาหาร ต้องเผชิญกับหมอกควันตลอดวัน บางรายมีอาการระคายคอและน้ำตาไหล แต่ยังต้องทำงานต่อเนื่องเพราะหากหยุดงานก็จะขาดรายได้ ขณะที่ผู้ปกครองหลายครอบครัวจำกัดกิจกรรมกลางแจ้งของบุตรหลาน และกังวลว่าฝุ่นจะกระตุ้นอาการระคายเคืองตาและผื่นผิวหนัง

หน้ากาก N95-เครื่องฟอกอากาศขาดตลาด

ประชาชนจำนวนมากเร่งหาซื้อหน้ากาก N95 ตามร้านขายยาและช่องทางออนไลน์ แต่พบว่าสินค้าหลายแห่งหมดสต็อก ขณะที่รัฐบาลสิงคโปร์เร่งกระจายหน้ากาก N95 ให้ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผ่านจุดรับตามศูนย์ชุมชนและตู้จำหน่ายในสถานีขนส่งสาธารณะบางแห่ง โดยเตือนว่าหน้ากากอาจยังไม่พร้อมให้รับได้ทันทีทุกจุด

ขณะที่เครื่องฟอกอากาศก็ได้รับความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยพนักงานร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายแห่งระบุว่าสินค้าหมดสต็อกมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์ และยังมีลูกค้าสอบถามเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ผลกระทบยังลามถึงธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มกลางแจ้งบริเวณโบ๊ตคีย์ ซึ่งพึ่งพานักท่องเที่ยวและลูกค้าที่ต้องการนั่งรับประทานอาหารริมแม่น้ำ เจ้าของร้านแห่งหนึ่งเผยว่ายอดขายลดลงถึง 60% เนื่องจากลูกค้ายกเลิกการจองและหันไปนั่งในอาคารแทน ขณะที่ร้านอาหารริมทางบางแห่งมียอดขายลดลงประมาณ 10-20%

ศาสตราจารย์ราชเศขาร์ บาลาสุบรามาเนียน จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ แนะนำให้ประชาชนพิจารณาค่าฝุ่น PM2.5 รายชั่วโมงควบคู่กับดัชนีคุณภาพอากาศ PSI และคำแนะนำด้านสุขภาพจากทางการ โดยเฉพาะเมื่อต้องตัดสินใจทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือออกกำลังกายที่ใช้แรงมาก.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ

ความคิดเห็น