คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangนครศรีธรรมราช · เปลี่ยน

103 ปี “บุญสารทเดือนสิบเมืองคอน” สืบตำนาน “หุ่นเปรต” สัญลักษณ์ ...

ที่มา: เดลินิวส์

“ทำบุญเหอ ทำบุญวันสารท ยกหมฺรับดับถาดไปร้องไปฮา พองลาหนมแห้ง ตุ้งแตงตุ๊กตา ไปร้องไปฮา สาเสดเวทนาเปรตเหอ” บทร้อยกรองพื้นบ้านที่สะท้อนหัวใจของประเพณีบุญสารทเดือนสิบ ซึ่งมี “เปรต” เป็นสัญลักษณ์เตือนใจเรื่องผลของการกระทำ จนเกิดคำกล่าวว่า “ไม่มีเปรต ไม่มีงานบุญสารทเดือนสิบ”

ปีนี้งานบุญสารทเดือนสิบจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดขึ้นเป็นปีที่ 103 และเป็นปีสำคัญหลังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารได้รับการประกาศจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม โดยงานภาพรวมกำหนดจัด 15 วัน 15 คืน ระหว่างวันที่ 28 ก.ย.-12 ต.ค. 2569 ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 “ทุ่งท่าลาด”

ขณะที่ นิทรรศการประกวดหุ่นเปรต-พาเหรดเปรต จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-12 ต.ค. 2569 ณ ลานตะเคียนและสนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีนายไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวอาวุโส ประธานชมรมนักข่าวและประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม. สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช รับผิดชอบจัดกิจกรรมต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2548

ตามคติความเชื่อ ชาวนครศรีธรรมราชเชื่อว่า บรรพบุรุษที่ล่วงลับและมีกรรมติดตัวจะได้รับอนุญาตจากยมโลกให้กลับมายังโลกมนุษย์ปีละครั้ง เป็นเวลา 15 ราตรี ตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ ถึงแรม 15 ค่ำ เดือนสิบ เพื่อรับส่วนบุญกุศลที่ลูกหลานอุทิศให้ ก่อนเดินทางกลับนรกภูมิ

ความเชื่อนี้ทำให้เทศกาลเดือนสิบกลายเป็นช่วงเวลาสำคัญของการ “รวมญาติสารทไทย” ลูกหลานชาวนครฯ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดจะเดินทางกลับบ้านเกิด เพื่อร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ ถือเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของรอบปี

สำหรับ “หุ่นเปรต” ถูกสร้างขึ้นจากจินตนาการถึงผลกรรมจากการกระทำผิดในรูปแบบต่าง ๆ เมื่อครั้งยังมีชีวิต สะท้อนความเชื่อว่าผู้ทำบาปจะได้รับผลกรรม และทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์เตือนใจให้ผู้คนเกรงกลัวต่อการทำผิดทั้งกฎหมาย ศีลธรรม และการละเมิดคุณธรรมในสังคม

นายไพฑูรย์ กล่าวว่า ประเพณีบุญสารทเดือนสิบถือเป็นกิจกรรมสำคัญของภาคใต้ และถูกบรรจุในปฏิทินการท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดย “หุ่นเปรต” ถือเป็นหัวใจสำคัญของประเพณีที่ชาวนครศรีธรรมราชสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน

“หุ่นเปรตคือสัญลักษณ์ที่กระตุ้นเตือนเรื่องบาปบุญคุณโทษ และการเกรงกลัวต่อการกระทำผิด เป็นการนำความเชื่อมาสื่อสารผ่านงานศิลปะให้คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้” นายไพฑูรย์กล่าว

ภายในนิทรรศการยังมีกิจกรรมศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่นในช่วงกลางคืน อาทิ มโนราห์ หนังตะลุง เพลงบอก รำวงเวียนครก และลิเกป่า รวมทั้งกิจกรรม “โปรยหว่านหัวนะโม” เพื่อร่วมเฉลิมฉลองพระบรมธาตุมรดกโลก โดยนำหัวนะโมรุ่นต่าง ๆ มาร่วมแจกจ่ายแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวตามความเชื่อเพื่อความเป็นสิริมงคล

ไฮไลต์สำคัญคือ ขบวนพาเหรดหุ่นเปรต ในวันที่ 9 ต.ค. 2569 หรือวันแรม 13 ค่ำ เดือนสิบ เริ่มเวลา 15.30 น. จากสนามหน้าเมืองไปยังหน้าศาลากลางจังหวัด ซึ่งจะมีขบวนหุ่นเปรตสร้างสีสันและเปิดพื้นที่ให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้เรียนรู้ความหมายของประเพณีผ่านรูปแบบร่วมสมัย

จากนั้นวันที่ 10 ต.ค. 2569 วันแรม 14 ค่ำ เดือนสิบ จะมีขบวนแห่หมฺรับจากสนามหน้าเมืองไปตามถนนราชดำเนินสู่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เริ่มเวลา 09.00 น.

ส่วนวันที่ 11 ต.ค. 2569 วันแรม 15 ค่ำ เดือนสิบ เป็นวันสำคัญที่สุดของเทศกาล หรือ “วันส่งตายาย-ส่งเปรต” พุทธศาสนิกชนจะนำหมฺรับเข้าวัดทำบุญอุทิศส่วนกุศล ก่อนประกอบพิธี “ตั้งเปรต-ชิงเปรต” ซึ่งถือเป็นกิจกรรมปิดท้ายประเพณี ก่อนที่เปรตตามคติความเชื่อจะเดินทางกลับสู่ยมโลก

จาก “หุ่นเปรต” ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสะท้อนเรื่องบาปกรรม วันนี้ได้กลายเป็นทั้งงานศิลปะ แหล่งเรียนรู้ และสัญลักษณ์ของประเพณีบุญสารทเดือนสิบที่เชื่อมโยง ศรัทธา ความกตัญญู ศิลปวัฒนธรรม และการท่องเที่ยว เข้าด้วยกัน และยังคงสืบทอดความหมายจากคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ของเมืองนครศรีธรรมราชอย่างต่อเนื่อง.

ความคิดเห็น