งดงามเหนือสายน้ำเจ้าพระยา กองทัพเรือซ้อมใหญ่ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเสมือนจริง ครั้งสุดท้าย ในพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวาย ผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ประชาชนและนักท่องเที่ยวแห่ชมเต็มสองฝั่งเจ้าพระยา
เมื่อวันที่ 28 ต.ค. กองทัพเรือ โดยคณะกรรมการ จัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี (คตร.) จัดการฝึกซ้อมใหญ่ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ครั้งที่ 2 เป็นครั้งสุดท้ายในการเตรียมความพร้อม สำหรับพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เนื่องในโอกาส พระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิ.ย.2569 การฝึกซ้อมครั้งนี้เป็นการปฏิบัติเสมือนจริงตามรูปแบบโบราณราชประเพณีทุกขั้นตอน
เวลา 12.00 น. กองเรือพระราชพิธีจำนวน 52 ลำ เริ่มทยอยตั้งริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ที่ท่าวาสุกรี เป็น 5 ริ้ว 3 สาย 17 หน้าตับ ความยาว 1,280 เมตร กว้าง 90 เมตร ประกอบด้วย สายกลาง หรือสายเรือพระที่นั่ง อยู่ตรงกลางของขบวน ประกอบด้วย เรือพระที่นั่ง 4 ลำ ลำแรก เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เป็นเรืออัญเชิญผ้าพระกฐินประดิษฐานเหนือบุษบก ลำที่ 2 เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือประทับพระราชอาสน์ ลำที่ 3 เรือพระที่นั่งอเนกชาติ ภุชงค์ เป็นเรือพระที่นั่งสำรอง และลำที่ 4 เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เป็นเรือพระที่นั่งสำรอง และเรือกลองใน-เรือกลองนอก จำนวน 2 ลำ ประกอบด้วย เรือกลองใน คือ เรือแตงโม เป็นเรือสำหรับผู้บัญชาการขบวนเรือ เรือกลองนอก คือเรืออีเหลือง เป็นเรือสำหรับรองผู้บัญชาการขบวนเรือ เรือตำรวจ จำนวน 3 ลำ เรือของพระตำรวจ มีหน้าที่เป็นองครักษ์อารักขาพระมหากษัตริย์
เรือริ้วสายใน ขนาบข้างริ้วสายกลาง เป็นสายเรือ ที่มีโขนเรือเป็นรูปสัตว์ในป่าหิมพานต์ ทำหน้าที่เป็น องครักษ์ขนาบข้างเรือพระที่นั่งซ้าย-ขวา ประกอบด้วย เรือรูปสัตว์ 8 ลำ แบ่งเป็น 4 คู่ ได้แก่ เรืออสุรวายุภักษ์ เรืออสุรปักษี เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ เรือพาลีรั้งทวีป เรือสุครีพครองเมือง เรือครุฑเหิรเห็จ และเรือครุฑเตร็จไตรจักร เรือพิฆาต 2 ลำ ได้แก่ เรือเสือทะยานชล เรือเสือคำรณสินธุ์ และเรือแซง 7 ลำ ทำหน้าที่แซงขบวนเพื่อรักษาความปลอดภัย ส่วนเรือริ้วสายนอก จำนวน 2 ริ้ว ริ้วละ 14 ลำ รวม 28 ลำ ประกอบด้วย เรือดั้ง จำนวน 22 ลำ ทำหน้าที่เป็นด่านหน้าและกองระวัง หลังด้านละ 11 ลำ และเรือกันต์ 2 ลำ ทำหน้าที่กัน ขบวน ไม่ให้เรืออื่นเข้ามาแทรก
จากนั้นเวลา 15.00 น. ขบวนเรือ 52 ลำ พร้อมด้วยฝีพาย 2,200 นาย เคลื่อนขบวนออกจาก ท่าวาสุกรีอย่างเป็นระเบียบสวยงาม ตลอดเส้นทางได้ใช้กาพย์เห่เรือ 4 บท ประกอบด้วย บทที่ 1 สรรเสริญพระบารมี บทที่ 2 ชมเรือ บทที่ 3 บุญกฐิน และบทที่ 4 ชมเมือง ฝีพายประจำเรือแต่ละลำจัดท่า พายตามจังหวะเสียงเห่เรืออย่างพร้อมเพรียง โดยฝีพายประจำเรือพระที่นั่งจะใช้ท่าพายนกบิน หรือยกพายขึ้นสูง ขณะที่ฝีพายประจำเรือรูปสัตว์และเรือดั้ง จะใช้ท่าพายราบ มุ่งหน้าไปทางพระบรมมหาราชวัง สิ้นสุดที่ท่าวัดอรุณราชวรารามฯ รวมระยะทาง 3.9 กิโลเมตร ขณะเคลื่อนขบวนมีฝนตกลงมาเล็กน้อย แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการฝึกซ้อมแต่อย่างใด
สำหรับบรรยากาศการซ้อมใหญ่ มีประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติเฝ้ารับชมตลอด 2 ฝ่ังแม่น้ำ เจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานพระราม 8 ถึงวัดอรุณราชวรารามฯ กทม.ได้จัดเตรียมสถานที่รองรับ ประชาชนตามจุดต่างๆเพื่อร่วมชมการซ้อมใหญ่ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ที่สวนสันติชัยปราการ สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และโรงพยาบาลศิริราช (อุทยานสถานภิมุข) นอกจากนี้ กองทัพเรือยังเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้รับชมบริเวณหอประชุมกองทัพเรือและราชนาวีสโมสรมีคนรอรับ ชมกันอย่างเนืองแน่น แม้บางพื้นที่จะมีฝนตกลงมา โปรยปราย
ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง ขอเชิญประชาชนร่วม เฝ้าฯรับเสด็จ ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ในวันที่ 6 พ.ย.2569 ตลอดสองฝั่ง แม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานพระราม 8 ถึงวัดอรุณ ราชวรารามราชวรมหาวิหาร หรือรับชมการถ่ายทอดสด ได้ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย และการถ่ายทอดเสียงจากสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์