คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangนครสวรรค์ · เปลี่ยน

ศาลอุทธรณ์สั่งคุก ทนายตั้ม 1 ปี ไม่รอลงอาญา คดีหมิ่นฯ ปมเงิน 25 ล้าน

ที่มา: The Thaiger

ศาลอุทธรณ์สั่งคุก ทนายตั้ม 1 ปี ไม่รอลงอาญา คดีหมิ่นฯ ปมเงิน 25 ล้าน

วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ที่ศาลจังหวัดนครพนม ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ในคดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งมี นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม และนักธุรกิจหญิงเป็นจำเลย จากกรณีแถลงข่าวข้อพิพาทเงิน 25 ล้านบาท เมื่อเดือนธันวาคม 2565 โดยศาลมีคำพิพากษาแก้โทษจำคุกจำเลยทั้งสองเหลือคนละ 1 ปี ไม่รอการลงโทษ พร้อมให้ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนรวม 300,000 บาท

คดีนี้มีจำเลย 2 คน ได้แก่ น.ส.ช่อฉัตร โตชูวงศ์ นักธุรกิจหญิง เป็นจำเลยที่ 1 และนายษิทรา เป็นจำเลยที่ 2 โดยมีผู้ยื่นฟ้อง 3 คน ประกอบด้วย นายธนบวร สิริคุณากรกุล อดีตผู้ช่วยเลขานุการรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2, นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือ สหายแสง อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 และ น.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ ลูกสาวนายศุภชัย

โจทก์ทั้งสามฟ้องจำเลยในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ประกอบมาตรา 83 พร้อมเรียกค่าสินไหมทดแทนคนละ 10 ล้านบาท รวม 30 ล้านบาท

สำหรับต้นเหตุของคดีเกิดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2565 หลัง น.ส.ช่อฉัตร และทนายตั้มร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับข้อพิพาทเงินจำนวน 25 ล้านบาท โดยมีการกล่าวอ้างว่า น.ส.ช่อฉัตรถูกอดีตข้าราชการการเมืองหลอกลวงเงินเพื่อนำไปใช้วิ่งเต้นคดีความ

ระหว่างการแถลงข่าว ทั้งสองยังกล่าวพาดพิงถึงประวัติส่วนตัว การศึกษา และความสัมพันธ์ของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวอดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร แม้ไม่ได้เอ่ยชื่อผู้ถูกกล่าวถึงโดยตรง แต่ฝ่ายโจทก์เห็นว่าข้อความทำให้บุคคลทั่วไปทราบว่าหมายถึงใคร และส่งผลเสียต่อชื่อเสียง เกียรติยศ และสถานะทางสังคม จึงนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิจารณาแล้วเห็นว่า แม้การแถลงข่าวไม่ได้ระบุชื่อบุคคลที่ถูกกล่าวถึง แต่การอ้างถึงตำแหน่งหน้าที่และความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น สามารถทำให้ประชาชนทั่วไปทราบได้ว่าหมายถึงผู้ใด

นอกจากนี้ ข้อความบางส่วนยังมีลักษณะเปิดเผยเรื่องส่วนตัวในทางเสื่อมเสีย ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของนายธนบวรและ น.ส.ศุภพานี โดยศาลเห็นว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริตเพื่อประโยชน์สาธารณะ ซึ่งเป็นข้อยกเว้นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามกฎหมาย จึงวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดในส่วนของโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 3

อย่างไรก็ตาม ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องในส่วนของนายศุภชัย เนื่องจากการกล่าวพาดพิงถึงตำแหน่งและความสัมพันธ์เป็นเพียงการระบุให้ทราบถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาท ไม่ได้มีข้อความกล่าวหาว่านายศุภชัยมีส่วนร่วมในการหลอกลวงเงิน จึงไม่เข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาท

สำหรับการกำหนดโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 เห็นว่า จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธตลอดการพิจารณาคดี และไม่มีเหตุบรรเทาโทษให้ลดโทษตามที่ศาลชั้นต้นเคยวินิจฉัย แต่เมื่อพิจารณาพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าโทษจำคุก 2 ปีที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้หนักเกินสมควร จึงแก้เป็นจำคุกคนละ 1 ปี โดยไม่ลดโทษและไม่รอการลงโทษ

ศาลให้เหตุผลว่า การแถลงข่าวของจำเลยทั้งสองมีลักษณะมุ่งหวังผลต่อข้อพิพาททางคดี โดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบต่อชื่อเสียงและหน้าที่การงานของผู้เสียหาย อีกทั้งไม่ปรากฏเหตุเพียงพอที่จะให้รอการลงโทษ

ในส่วนของค่าสินไหมทดแทน ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้แก่นายธนบวร 100,000 บาท ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ส่วน น.ส.ศุภพานี ศาลเห็นว่าค่าสินไหมทดแทน 500,000 บาทที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้สูงเกินสมควร จึงลดเหลือ 200,000 บาท

ขณะที่คำขอค่าสินไหมทดแทนของนายศุภชัย จำนวน 500,000 บาท ศาลพิพากษายกคำขอ เนื่องจากไม่พบว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทต่อนายศุภชัย ทำให้ยอดเงินต้นที่จำเลยทั้งสองต้องร่วมกันชดใช้เหลือรวม 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามคำพิพากษา

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 ศาลจังหวัดนครพนมเคยพิพากษาว่า น.ส.ช่อฉัตร และนายษิทรา มีความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ให้จำคุกคนละ 2 ปี แต่เห็นว่าคำเบิกความของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง จึงลดโทษให้หนึ่งในสาม เหลือจำคุกคนละ 1 ปี 4 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ

ศาลชั้นต้นยังสั่งให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ทั้งสามรวม 1.1 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย ก่อนมีการอุทธรณ์คำพิพากษา และศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำวินิจฉัยแก้ไขทั้งโทษจำคุกและค่าสินไหมทดแทนในวันที่ 29 ตุลาคม 2569

- ทนายตั้ม ย้อนวันสัมภาษณ์ บุ๋ม ปนัดดา เผยดูแปลกเหมือนใจลอย ชมสปิริตทำงาน

- สรุปคดี “ทนายตั้ม ษิทรา” ทำไมรอดยึดทรัพย์ แต่คดีอาญายังไม่จบ

- ประวัติ ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด ท้าชนทุกคดี ล่าสุด โดนจับฐานฉ้อโกง

พัฒนาการของเหตุการณ์: 4 รายงาน

ความคิดเห็น