คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangนครสวรรค์ · เปลี่ยน

‘ปริศนา’ของประเทศไทย

ที่มา: มติชน

‘ปริศนา’ของประเทศไทย

ในระหว่างการประชุมประจำปีของ “ไอเอ็มเอฟ-เวิลด์แบงก์” รอบล่าสุด ทีมข่าวประชาชาติธุรกิจมีโอกาสสัมภาษณ์ สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ ที่ปัจจุบันสวมหมวกเป็น “ประธานกรรมการกลุ่มเซ็นทรัล”

อย่างไรก็ดี หลายคนน่าจะพอทราบว่า ก่อนหน้านี้ “ศ.ดร.สุทธิพันธ์” มีสถานะเป็นครูบาอาจารย์และนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ที่สำคัญคนหนึ่งของประเทศ

ดังนั้น เสียงสะท้อนเรื่องเศรษฐกิจไทยที่อาจารย์สุทธิพันธ์ฝากเอาไว้ จึงน่ารับฟังเป็นอย่างยิ่ง

ดังเนื้อหาบางส่วนต่อไปนี้

“กับดักสำคัญ (ของเศรษฐกิจไทย) ก็คงไม่พ้นเรื่องความไม่ต่อเนื่องของการปฏิรูป ความไม่ต่อเนื่องของนโยบาย และเราไม่สามารถที่จะมีธรรมาภิบาลที่มันชัดเจนในสายตาของคนที่จะมาลงทุน เพราะฉะนั้น เราก็เลยอยู่กับสิ่งเก่าๆ ไป ตรงนี้ก็เลยเป็นสามตัวที่ค่อยๆ ฉุด

“แน่นอน มันไม่พ้นเรื่องของการเมือง และความมุ่งมั่นทางการเมืองของเรา มันไม่มี ฉะนั้น ตรงนี้ก็เป็นจุดสำคัญที่ (ทำให้เศรษฐกิจไทย) ค่อยๆ ถอยเรื่อยๆ

“ความเก่งเรามี แผนเรามีหมด แล้วเราก็พูดถึงเรื่องจุดยุทธศาสตร์จุดอะไรต่างๆ แต่ประเด็นมันก็ลงมาอยู่ดีว่า เรามีความอ่อนแอในเรื่องโครงสร้างทางสถาบัน โดยเฉพาะเริ่มต้นมาก็ไม่พ้นจากภาครัฐ ที่ไม่ได้ส่งเสริมภาคเอกชน อยู่คนละทิศคนละทางในเรื่องนโยบาย

“เสร็จแล้ว ก็เปลี่ยนรัฐบาล เปลี่ยนรัฐบาล เปลี่ยนรัฐบาล มันก็ไม่มีความต่อเนื่อง ตรงนั้น มันไม่ได้แล้ว เพราะถ้าเรา (ไม่) เดินไปข้างหน้า เราเลยหลุดอาเซียน คนอื่นแซงไปหมดจริงๆ ต้องกลับมาดูใหม่

“ตรงนี้ก็สำคัญที่ผมพยายามยกเรื่องความสามารถในเชิงที่จะปรับเปลี่ยนสถาบัน ความสามารถในการที่จะทำงานทางนโยบายที่ต่อเนื่อง ถ้าเราไม่มีธรรมาภิบาล มีคอร์รัปชั่น มันก็เดินต่อไปไม่ได้…”

“แล้วก็จุดที่เข้มแข็ง creative economy (เศรษฐกิจสร้างสรรค์) ดูประเทศไทยเวลาขยับน่ะดี คนเก่งๆ เราก็มี ดูน้องเนเน่ หรือว่านักกีฬาเราเป็นหนึ่งในอาเซียน นี่แสดงถึงศักยภาพคน แต่เศรษฐกิจเราเป็นบ๊วย นี่คือภาพขัดกัน เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่บอกว่าเราจะต้องพลิกในรอบนี้เป็นโอกาส

“ผมคิดว่าคุณเอกนิติ (นิติทัณฑ์ประภาศ) และรัฐบาลก็พยายามขับเคลื่อน ตั้งแต่นายกฯ บอกว่าเราจะต้องใช้ตรงนี้เป็น second take off (การพุ่งทะยานรอบสอง) ของเศรษฐกิจไทย

“หลังจากที่เราโชติช่วงชัชวาลตั้งแต่เปรม (ติณสูลานนท์) สู่น้าชาติ (ชาติชาย ชุณหะวัณ) ตอนนั้น เราปรับได้ เราก็ไป เพราะการบริหารตั้งแต่เศรษฐกิจมหภาค รู้จักสร้างเสถียรภาพเพื่อขยายตัว แล้วโอกาสในเวลานั้น ที่เราดูอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อรองรับ แล้วเราก็ขยายทำร่วมกับภูมิภาคทั่วโลก จะเป็นญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน

“ทุกวันนี้ ก็เป็นจีน เราก็ต้องรู้จักฉวยโอกาส แน่นอน ประเทศตะวันตกก็อยู่ด้วย แต่ในเวลานี้ เราพูดถึงการขับเคลื่อน (เศรษฐกิจ) ของประเทศต่างๆ ในเอเชียนี่แรงมาก แล้วก็บอกว่าการขับเคลื่อนสองในสามของโลกในเวลานี้มาจากเอเชีย นี่เป็นตัวเลขที่บอกชัดเลยของไอเอ็มเอฟ เพราะฉะนั้น เราคงต้องอยู่ในการขับเคลื่อนด้วย…

“สิ่งเหล่านี้ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ต้องเข้ามาร่วมงานกัน ต้องประสานงานกัน อย่าอยู่คนละทิศคนละทาง แล้วก็ต้องสร้างความหวัง และสร้างโมเมนตัมของการเปลี่ยนแปลง ผมคิดว่าในช่วงปีสองปีนี้ หรือสามปีก็แล้วแต่ มันจะเห็นผล ถ้าเราเริ่มจากตรงนี้

“(นี่คือ) เวลาทองประเทศไทย ประชุมครั้งนี้ประเทศไทยมาดีเกินคาดในสายตาของโลก บอกทำไมประเทศไทยดูเหมือนมีศักยภาพเยอะแยะ ในการจัดการ ในเรื่องคน จนถึงเทคโนโลยียังขับเคลื่อนได้ แต่มันติดตรงไหน? คนก็สงสัยว่าเราไม่ได้น้อยหน้าประเทศอาเซียนหรือในเอเชีย

“ผมก็ทิ้งไว้เป็นปริศนาแล้วกันนะครับ”

ปราปต์ บุนปาน

ความคิดเห็น