คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangนครสวรรค์ · เปลี่ยน

‘พัฒนา’ ชู Smile Thailand 2570 ยกระดับทันตกรรมยุคใหม่ ดัน AI-หมอฟันทางไกล ดูแลคนไทยทุกช่วงวัย

ที่มา: มติชน

‘พัฒนา’ ชู Smile Thailand 2570 ยกระดับทันตกรรมยุคใหม่ ดัน AI-หมอฟันทางไกล ดูแลคนไทยทุกช่วงวัย

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเป็นวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ นับเป็นโอกาสสำคัญที่กระทรวงสาธารณสุขจะได้น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จย่า ด้วยการพัฒนาระบบบริการสุขภาพช่องปากให้ทันสมัย เข้าถึงง่าย และเป็นธรรม นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาเสริมประสิทธิภาพการส่งเสริม ป้องกัน และดูแลรักษาโรคในทุกช่วงวัย เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีสุขภาพช่องปากที่ดี อันเป็นการสืบสานพระราชปณิธานให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และยั่งยืนสืบไป

นายพัฒนา กล่าวว่า โดยนโยบาย “Smile Thailand 2570” มุ่งขับเคลื่อน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.ปฐมภูมิยุคใหม่ เชื่อมคนไทยใกล้หมอฟัน พัฒนาบริการทันตกรรมปฐมภูมิ ระบบทันตกรรมทางไกล และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยบริการ 2.Oral Longevity ยิ้มสวยทุกขวบปี เริ่มที่ซี่แรก ส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากตั้งแต่ฟันซี่แรกตลอดช่วงวัย พัฒนาการดูแลเฉพาะบุคคลและบริการทันตกรรมที่บ้าน พร้อมเร่งรัดบริการใส่ฟันเทียมสำหรับผู้สูงอายุ และ 3.สร้างยิ้มที่เท่าเทียม เพื่อคนไทยเท่ากัน ขยายบริการสุขภาพช่องปากให้คนพิการ ผู้ต้องขัง และผู้มีภาวะพึ่งพิง

ด้าน นพ.ธิติ แสวงธรรม อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยมุ่งมั่นทำให้ระบบทันตกรรมปฐมภูมิเข้มแข็ง ด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อยกระดับบริการด้านสุขภาพช่องปาก ทั้งการคัดกรอง เฝ้าระวัง ส่งเสริมทันตสุขภาพ และทันตกรรมป้องกัน โดยดิจิทัล และ AI เทคโนโลยี เป้าหมายเพื่อให้ประชาชนทุกคน สามารถเข้าถึงบริการทันตกรรรมได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริมป้องกัน การจัดการโรคในระยะแรกไม่ให้ลุกลาม การจัดบริการทางไกล (Tele-dentistry) ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญคือให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยเฉพาะส่วนท้องถิ่น ที่รับถ่ายโอนภารกิจด้านปฐมภูมิ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) รวมถึงการยกระดับทีมหมอปฐมภูมิทั้งทันตาภิบาล ทันตแพทย์ รวมไปถึงอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่จะผสานทีมร่วมกันในการดูแลสุขภาพประชาชนในระดับครอบครัวและชุมชน ทั้งนี้ การจัดงานรณรงค์ “คนไทยฟันดี สดุดีสมเด็จย่า” มีผู้เข้าร่วมกว่า 300 คน พร้อมกิจกรรมเสวนาวิชาการและนิทรรศการเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านสุขภาพช่องปาก 6 โซน เพื่อสืบสานพระราชปณิธานด้านทันตสาธารณสุข และร่วมขับเคลื่อนสุขภาพช่องปากของคนไทยให้ดีอย่างทั่วถึงและยั่งยืนเพราะ “สุขภาพดี เริ่มที่ช่องปาก”

ความคิดเห็น