คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangนครสวรรค์ · เปลี่ยน

น้ำเหนือคลี่คลาย! กรมชลฯ ทยอยลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา ระดม 786 ...

ที่มา: บ้านเมือง

การเมือง

น้ำเหนือคลี่คลาย! กรมชลฯ ทยอยลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา ระดม 786 หน่วยรับมือพื้นที่เสี่ยง

กรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด พบปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ลดลงตามลำดับ เตรียมทยอยปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำฝนและน้ำท่า ขณะเดียวกันระดมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และกำลังเจ้าหน้าที่รวมประมาณ 786 หน่วย สนับสนุนพื้นที่ประสบภัยและพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 กรมชลประทานรายงานสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา โดยเมื่อเวลา 06.00 น. สถานี P.17 แม่น้ำปิง มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 484 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่สถานี N.67 แม่น้ำน่าน มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 998 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งทั้งสองสถานีมีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลมารวมกันบริเวณสถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ ลดลงเหลือ 1,915 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนแม่น้ำสะแกกรังที่สถานี Ct.19 จังหวัดอุทัยธานี มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 52 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ปัจจุบันเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +16.38 เมตร รทก. จากแนวโน้มปริมาณน้ำเหนือที่ลดลง กรมชลประทานจึงเริ่มทยอยปรับลดการระบายน้ำตั้งแต่เวลา 08.00 น. วันที่ 7 ตุลาคม โดยลดประมาณชั่วโมงละ 20 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จาก 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จนเหลือ 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในเวลา 13.00 น. และจะคงอัตราการระบายดังกล่าวต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ กรมชลประทานได้ปรับลดการรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก เหลือรวม 487 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากเดิมเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่รับน้ำรวม 564 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบมีความสมดุลและสอดคล้องกับปริมาณน้ำที่ลดลง

รองอธิบดีฯ สั่งปรับแผนตามสถานการณ์ เร่งช่วยพื้นที่เสี่ยง

นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทานยังคงติดตามสถานการณ์ฝน น้ำเหนือ และพื้นที่ท้ายน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับแผนให้ทันต่อสถานการณ์ หากพื้นที่ใดประสบปัญหาให้เร่งนำเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ ขณะที่พื้นที่ซึ่งสถานการณ์คลี่คลายแล้ว จะเคลื่อนย้ายทรัพยากรไปเสริมจุดที่ยังมีความเสี่ยงทันที

สำหรับลุ่มน้ำเจ้าพระยา กรมชลประทานจะทยอยปรับลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท หลังแนวโน้มสถานการณ์น้ำทางตอนบนเริ่มลดลง ควบคู่กับการปรับลดการรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาให้เหมาะสม เพื่อควบคุมระดับน้ำเหนือเขื่อน โดยยังคงติดตามปริมาณน้ำเหนือและสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด

ส่วนลุ่มน้ำยม ได้ใช้พื้นที่ทุ่งบางระกำเป็นพื้นที่หน่วงน้ำ เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง ขณะที่พื้นที่ภาคตะวันออกยังคงเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำนครนายกลงสู่แม่น้ำบางปะกง พร้อมสนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำ 28 เครื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกสู่ทะเล อย่างไรก็ตาม ในช่วงน้ำทะเลหนุนสูงอาจทำให้การระบายน้ำชะลอตัวลง

สำหรับลุ่มน้ำเพชรบุรี กรมชลประทานยังคงติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำประจำจุดเสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ตอนล่างและอำเภอเมืองเพชรบุรี เพื่อรองรับสถานการณ์และเร่งระบายน้ำหากมีฝนตกเพิ่มในพื้นที่

เร่งสูบน้ำ กทม.-ปริมณฑล เตรียมรับภาคใต้

ขณะเดียวกัน กรมชลประทานยังเร่งสูบและระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล พร้อมเพิ่มกำลังสูบน้ำบริเวณคลองรังสิตประยูรศักดิ์ เพื่อลดปริมาณน้ำสะสมและเตรียมพื้นที่รองรับฝนที่อาจตกเพิ่ม

ส่วนพื้นที่ภาคใต้ กรมชลประทานได้ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง เครื่องจักร กำลังเจ้าหน้าที่ และแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดสถานการณ์

จนถึงขณะนี้ กรมชลประทานได้ระดมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ รถบรรทุก และเครื่องจักรต่าง ๆ รวมประมาณ 786 หน่วย เข้าไปสนับสนุนพื้นที่ประสบภัยและพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ รวมทั้งมอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยจะเดินหน้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

เปิดศูนย์ประสานงานฯ รับแจ้งเหตุ-ขอความช่วยเหลือ

ทั้งนี้ กรมชลประทานได้เปิดศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต เพื่อเป็นช่องทางสำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำและต้องการขอความช่วยเหลือ สามารถประสานมายังศูนย์ฯ เพื่อแจ้งปัญหาและความต้องการในพื้นที่

การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่ให้ทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือประชาชนในช่วงสถานการณ์อุทกภัยอย่างเต็มที่ พร้อมสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเครื่องจักรตามความจำเป็น เพื่อเข้าช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด

ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอรับความช่วยเหลือด้านสถานการณ์น้ำได้ที่ สายด่วนกรมชลประทาน 1460 โดยกรมชลประทานจะติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและปรับแผนบริหารจัดการให้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

Top 5 ข่าวการเมือง

- วุฒิสภาเดือดถก FTA ไทย-อียู "นพ.เปรมศักดิ์" เตือนสติอย่าเอาลมหายใจของคนไทยไปแลกกับตัวเลขทางเศรษฐกิจชั่วครั้งชั่วคราว 6 ต.ค. 2569

- กรมชลประทานเร่งระบายน้ำช่วย จ.ปทุมธานีพื้นที่เทศบาลนครรังสิต เพิ่มเครื่อง Hydro Flow บริเวณสถานีสูบน้ำจุฬาลงกรณ์ 3 เครื่อง และประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต 2 เครื่อง 6 ต.ค. 2569

- “โสภณ” สานพลังนิติบัญญัติ-บริหาร แก้ปัญหาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ขับเคลื่อนถนนปลอดภัย ป้องกันก่อนเกิดเหตุอย่างยั่งยืน 6 ต.ค. 2569

- "พิพัฒน์" ประชุมผู้ว่าฯ 14 จังหวัดภาคใต้ กำชับรับมือฝนตกหนักห้วง 6-13 ต.ค. 69 พร้อมมอบหมาย “มท.4 วรศิษฎ์” เป็น Center ประสานการสนับสนุนทุกด้าน 6 ต.ค. 2569

- ลุยฟื้นเคหะร่มเกล้า! “เจเศรษฐ์” นำ ปภ. ผนึก กทม. เร่งฟื้นฟูพื้นที่ เคาะประตูบ้านช่วยลงทะเบียนเยียวยา ย้ำต้องถึงมือทุกคน 6 ต.ค. 2569

ข่าวในหมวดการเมือง

ความคิดเห็น