เมื่อวันที่ 31 ส.ค.2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศพระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระวชิรรัตนรังษี เป็นพระราชวชิรรัตนรังษี ศรีพัฒนวิหารกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆารามคามวาสี พระราชาคณะชั้นราช สถิต ณ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 4 รูป
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค.2569 ประกาศ ณ วันที่ 31 ส.ค.2569
พระราชวชิรรัตนรังษี (สมบูรณ์ รตนญาโณ) ถือเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในเมืองกรุงอีกรูป ซึ่งลูกศิษย์ลูกหาและนักสะสมวัตถุมงคลรู้จักชื่อเสียงกิตติศัพท์เป็นอย่างดี
ปัจจุบันสิริอายุ 68 ปี พรรษา 48 ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ และที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10
มีนามเดิมว่า สมบูรณ์ บุญมา เกิดเมื่อวันที่ 6 ส.ค.2501 ที่บ้านหนองหว้า ต.หนองไฮ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ในครอบครัวชาวสวน บิดา-มารดาชื่อ นายเลี้ยง บุญมา และนางฝ้าย วิสาเกษ เป็นบุตรชายคนเดียวของครอบครัว
พ.ศ.2512 จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่ร.ร.บ้านนาโนน
ต่อมามารดาเสียชีวิตจึงกราบลาบิดาเป็นบรรพชิต ซึ่งเป็นกุศลเจตนาที่จะบรรพชาอุปสมบทมาตั้งแต่ยังเล็ก
เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 23 มี.ค.2521 ที่พัทธสีมาวัดสระกำแพงใหญ่ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ มีพระอธิการเครื่อง สุภัทโท วัดสระกำแพงใหญ่ อดีตพระเกจิชื่อดังเป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงปู่สุข โกวิโท เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์สมชาย เป็นพระอนุสาวนาจารย์
อยู่อุปัฏฐากพระอุปัชฌาย์ ศึกษาวิชาทำน้ำมนต์และวิทยาคม จากนั้นย้ายมาอยู่จำพรรษาที่วัดพงพรต ศึกษาวิชากับหลวงปู่ใหญ่ลา ซึ่งในสมัยนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังมาก ยังศึกษาภาษาขอม อักษรธรรมอีสาน อักษรไทยน้อย และอักษรลาว ภายในเวลา 1 พรรษาก็สามารถอ่านออกเขียนได้ และเล่าเรียนชั้นนวกภูมิ ตามลำดับ
พ.ศ.2523 สอบไล่ได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ
ในปีพ.ศ.2526 พระเทพรัตนโมลี (ชูศักดิ์ ธัมมทินโน) เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามขณะนั้นเดินทางไปเยี่ยมบ้านเกิด จึงชักชวนให้ย้ายมาจำพรรษาด้วยที่กรุงเทพฯ เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลี
เป็นผู้ทรงจำพระปาติโมกข์ได้แม่นยำ ในสมัยนั้นผู้จะมาอยู่ในพระอารามแห่งนี้หากพรรษา 1-4 ต้องสวดมนต์เจ็ดตำนาน สิบสองตำนานได้ แต่หาก 5 พรรษาจะเข้ามาอยู่ต้องท่องหรือทรงจำพระปาติโมกข์ได้ จึงจะสามารถมาอยู่วัดได้
เข้ามาอยู่คณะ 4 ซึ่งเป็นคณะเดียวกับเจ้าอาวาส
พ.ศ.2530 สอบไล่ได้เปรียญธรรม 3 ประโยค พ.ศ.2543 ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจธรรมสนามหลวง
ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2549 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร
พ.ศ.2567 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2528 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระใบฎีกา ฐานานุกรมในพระปริยัติมุนี
พ.ศ.2551 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ชั้นโท ในราชทินนามที่พระครูไพบูลย์รัตนาภรณ์
พ.ศ.2559 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก ในราชทินนามเดิม
วันที่ 3 ก.ค.2567 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระวชิรรัตนรังษี
ล่าสุดวันที่ 31 ส.ค.2569 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชวชิรรัตนรังษี
เล็งเห็นว่าคัมภีร์ใบลาน สมุดข่อยต่างๆ ของวัด ประมาณสมัยอยุธยาตอนปลาย ซึ่งภายในวัดไม่มีผู้อ่านและแปลได้ก็นำมาแปล รวบรวมเรียบเรียงและตีพิมพ์แจกในพิธีพระราชทานเพลิงพระเทพรัตนโมลีและเก็บรักษาอนุรักษ์เอาไว้
มีความประสงค์ที่จะเผยแผ่ธรรม เมื่อมีผู้จะมาขอเรียนขอศึกษา ก็มิเคยหวงแต่ประการใด
ด้านวัตถุมงคลที่สร้างล้วนแล้วแต่เป็นที่เสาะแสวงหา หลายรุ่นที่อธิษฐานจิตปลุกเสกได้รับความนิยมอย่างมากไม่ว่าจะเป็นเหรียญรูปเหมือนหลังหนุมาน รุ่นมหาสมบูรณ์ มหาปราบ, เครื่องรางหนุมาน-มหากัน เป็นต้น
ให้ความสำคัญทางด้านการศึกษาสงฆ์ บริจาคปัจจัยส่วนตัวให้การสนับสนุนการเรียนการสอนแก่พระภิกษุ-สามเณรมาโดยตลอด อีกทั้งเข้าร่วมกิจกรรมด้านสาธารณประโยชน์ต่อสังคมสม่ำเสมอ บริจาคปัจจัยช่วยเหลือสังคมพัฒนาท้องถิ่นมากมาย
ก่อสร้างเสนาสนะ ถาวรวัตถุจำนวนมาก อันเป็นรากฐานแห่งความมั่นคงของพระพุทธศาสนาไว้เป็นอเนกประการ เป็นทั้งพระเกจิอาจารย์ นักสังคมสงเคราะห์ ผู้สนับสนุนการศึกษาคณะสงฆ์ ดำรงตนตั้งมั่นในพระธรรมวินัยอย่างเสมอต้นเสมอปลาย
อีกทั้งได้รับนิมนต์ไปนั่งปรกปลุกเสกในพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลต่างๆ ในฐานะพระเกจิระดับแถวหน้าแทบทุกการพิธีทั่วประเทศ